ตำนานเหนือตำนาน โก้-ธนากูล วนิศรกุล 6 ทศวรรษ ‘มนต์นมสด’ เสาชิงช้า
เรื่อง : วรุฒ สุมทุมพฤกษ์ ภาพ : ชัญญา พรรณศรี
“มนต์นมสด” ความอร่อยที่อยู่คู่เมืองไทยมานานกว่า 60 ปี ร้านขายนมสดและขนมปัง ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการขายกาแฟบนรถกระบะย่านเสาชิงช้า ศาลากรุงเทพมหานคร (กทม.) ใจกลางเมืองชั้นในเขตกรุงรัตนโกสินทร์
แม้จะเจอปัญหาร้อยแปด ต้องย้ายร้านอยู่บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายก็มีร้านเป็นของตัวเอง
“ธนากูล วนิศรกุล” ชื่อเล่นว่า “โก้” เป็น 1 ในทายาทรุ่นที่ 3 ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงเส้นทางธุรกิจ กว่าจะถึงวันนี้ของ “มนต์นมสด” ผู้สร้างตำนานขนานแท้ ภายใต้แบรนด์คนไทยที่ใคร ๆ ก็รู้จักและชื่นชอบ
จุดเริ่มต้นของร้านก่อนจะเป็นมนต์นมสด “คุณพ่อมนต์ วนิศรกุล” เรียนแค่ชั้น ป.6 จากนั้นไปทำงานล้างจานในร้านกาแฟแถว กทม. ได้ค่าจ้างวันละ 2 บาท เป็นลูกจ้างนานถึง 15 ปี เมื่อเจ้าของร้านอยากเลิกกิจการ ตอนนั้นคุณพ่อเริ่มพอมีเงินเก็บบ้างแล้ว เลยคิดอยากเปิดร้าน
แต่ทุนตั้งตัวก็ไม่พอ พอดีไปเห็นคนขายก๋วยเตี๋ยวบนรถกระบะ เลยเกิดไอเดียเอาเงินก้อนที่มีอยู่ไปดาวน์รถกระบะมาทำเป็นร้านขายโอเลี้ยง ชา กาแฟ ไข่ลวก นมร้อน และขนมปังสังขยา
เมื่อเริ่มแรกจะเป็นร้านกาแฟโบราณ ขายบนรถกระบะ ยังไม่มีขนมปัง มีแต่กาแฟ โอเลี้ยง โอวัลติน นมร้อน ขายแก้วละ 3 บาท คุณพ่อไปรับขนมคนอื่นมาขายพ่วงด้วย แล้วดูว่า ลูกค้าชอบกินอะไร ปัญหาที่เจอคือลูกค้ากินแล้วไม่ค่อยจ่าย (หัวเราะ)
แล้วต้องเจอปัญหาจุกจิก ทั้งเรื่องคนเรื่องสถานที่ ทำให้คุณพ่อต้องย้ายร้านถึง 4 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ดิ้นรนสำเร็จ หาทางออกจนมีร้านเป็นของตัวเองได้ในที่สุด
เดินเข้าหาลูกค้ามาเป็น Self Service
คุณพ่อเห็นข้อเสียจากการรับออร์เดอร์ตามโต๊ะ บางทีก็จำไม่ได้ บางทีก็ไม่รู้ว่าลูกค้าลืมจ่ายหรือเราลืมเก็บ พอมีโอกาสได้ไปออสเตรเลีย 1 ครั้ง ก็เลยนำประสบการณ์แบบ Self Service มาใช้เหมือนร้านฟาสต์ฟู้ด แต่ช่วงแรกร้านไม่ได้เหมือนต่างประเทศที่ติดแอร์ เป็นร้านริมคลองเสมือนแผงลอย ปรากฏว่า ลูกค้าสูงวัยหายไป แต่วัยรุ่นกลับเพิ่มขึ้น พอเวลาผ่านไปเริ่มชินก็กลับมาครบทุกวัย กลับมาซื้อเหมือนเดิม
โก้เล่าต่อว่า พอขายของบนรถกระบะได้ไม่นานก็ต้องย้าย เพราะโดนเทศกิจไล่ที่ ไม่ให้ขายช่วงกลางวัน ให้ขายหลัง 4 ทุ่ม ช่วงนั้นลูกค้าที่ไหนจะซื้อ คุณพ่อเลยเลิกแล้วไปเช่าร้านเล็ก ๆ ริมถนนดินสอ ช่วงนั้นไม่มีขนมปังปิ้งเลย 6 เดือน
คุณพ่อได้เริ่มผ่อนบ้านในช่วงนั้น จึงเพิ่มเมนูในการขาย จากเดิมที่ไม่มีเมนูขนมปัง สุดท้ายจึงเริ่มทำเบเกอรี่เป็นเค้กกระป๋อง ขนมไข่ ในปี 2537 แล้วเพิ่มมาเป็นคุกกี้ เค้กโรล ต่อมาได้หาร้านใหม่ซึ่งอยู่ไม่ไกล จึงได้ที่มาเป็นตรงเสาชิงช้า
สังขยาสีส้ม จุดเด่นมนต์นมสด
โก้เล่าว่า จุดเด่นของร้านจะมีในเรื่องของสตอรี่ที่คิดว่าเป็นร้านแรก ๆ นะ คำว่า เนยนม เนยสังขยา เนยน้ำตาล แรก ๆ ก็เรียกว่าขนมปังปิ้งเนยน้ำตาล ขนมปังปิ้งเนยนม แต่ลูกน้องสั่งออร์เดอร์ให้คนหั่นมันช้า สุดท้ายลูกน้องย่อเองเลยก็เลยเป็นที่มาคำนี้ง่ายดี เวลาเขียนเมนูก็ง่ายเช่นกัน เราก็เลยยึดคำนี้มาตั้งแต่ยุคนั้น
โก้เล่าต่อว่า ยังใช้คำเดิมว่าใช้ของสดใหม่ ทุกเมนูเราคิดมาอย่างดีแล้วว่าต้องอร่อย อย่างแยมส้มสมัยก่อนเราก็รับเขามาขาย ร้านที่เขาส่งมาก็มีข้อผิดพลาด คุณแม่ก็เลยตัดสินใจทำเองกับแยมสตรอว์เบอรี่เพิ่มมาทีหลัง แต่ข้อเสียเลยก็คืออยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่มีสารกันบูด
เพราะฉะนั้นจึงต้องแช่ตู้เย็น เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของมนต์นมสด อะไรที่เราทำได้ก็จะทำเลย สังขยาเราก็อร่อยมาก อยากให้ทุกท่านมาลองชิมดู ต้นตำรับของเราคือสังขยาสีส้ม แต่เราเรียกสังขยาไข่ แต่ลูกค้าเรียกสังขยาชา ทั้ง 2 อย่างมีทั้งไข่และใบเตย แต่สีส้มไข่จะเยอะกว่า แต่ใบเตยเป็นแบบสมดุล สีเขียวไข่น้อยกว่า อร่อยทั้งคู่ คนละแนว
สานต่อการทำธุรกิจแบบเดิม
แนวคิดการทำธุรกิจของโก้ เขาย้ำว่า คิดเหมือนกับพ่อและปู่คือ อยากให้ลูกค้าได้กินของดี ๆ จะขายในราคาที่โอเค ไม่ได้บอกว่าขายถูกนะ แต่ก็มั่นใจว่าไม่ได้ขายแพงมาก สามารถกินได้ทุกวัน สังขยาเป็นขนมที่กินได้ทุกวัน ไม่ว่าจะมีความสุขก็กินได้ เศร้า เสียใจก็กินได้ จะถูกแม่ด่า เจ้านายด่าก็มากินได้ เลี้ยงฉลองก็มากินได้ โดยไม่ต้องรบกวนกระเป๋าเงินของคุณมากนัก เราจะเป็นร้านแนวนั้นที่คุณมาได้ตลอด
“ทุกยุคก็จะมีจุดเด่น ยุคคุณพ่อจะเป็นยุคที่ทดลองขายหลายอย่าง ซึ่งย่าเคยบอกว่า อาชีพขายกาแฟไม่มั่นคงหรอก เราต้องมีของมาเสริม หาอะไรมาเสริม สนองโองการของย่าที่เป็นคนคิด แล้วคุณแม่เป็นคนทำ”
ลูกค้าคือทุกเพศทุกวัย
โก้เผยว่า มนต์นมสดเป็นร้านที่คนชอบกินทุกวัย คือส่วนใหญ่คนที่เราเห็นเป็นผู้สูงวัยที่เป็นลูกค้าเก่ามาก่อน แล้วเขาอยากมากิน กินตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ส่วนยุคนี้มีเครื่องดื่มที่หลากหลายขึ้น คนรุ่นใหม่ ช่วงนี้ก็จะมีเครื่องดื่มสำหรับคนแพ้นมวัว ก็จะเป็นพวกนมโอ๊ตมีขายเพิ่มขึ้นมา สังเกตว่าวัยรุ่นหันมากินนมโอ๊ตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนมโอ๊ตช็อกโกแลต นมโอ๊ตน้ำแดง นมโอ๊ตคาราเมล
สร้างความเชื่อมั่นให้รุ่นก่อนส่งไม้ต่อ
“ผมแทบจะไม่รู้ตัวเลยเรื่องที่ต้องมาสานต่อ ตอนมาช่วยขายเบเกอรี่ มีช่วงหนึ่งผมอยู่ที่แพร่ ทำฟรีแลนซ์อยู่ 2 ปี ก็เคยคิดไว้ว่าตัวเราจะต้องอยู่แพร่ไปตลอดชีวิต จู่ ๆ วันหนึ่งแม่ก็บอกว่าให้กลับมาช่วยที่บ้าน เพราะว่าน้องสาวจะไปเรียนญี่ปุ่น ไม่มีใครอยู่บ้านแล้ว พี่ชายก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ พี่สาวก็มีลูก มีครอบครัว เหลือแค่พ่อกับแม่ 2 คน ก็เลยตัดสินใจกลับมาช่วย
ก่อนกลับจากแพร่ก็เคยไปฝึกงานที่เชียงใหม่ ก็ได้เรียนรู้การชงกับพี่ชายที่เชียงใหม่ กลับมาก็เลยพอจะเป็นงาน ก็ได้ทั้งขายเบเกอรี่ แล้วก็ชงนู่นนี่ไปด้วย แต่ช่วงนั้นก็คิดว่าจะมารับช่วงต่อ แค่รู้สึกว่าแม่ให้มาช่วยขายเบเกอรี่แค่นั้นเอง เพราะถ้าบอกก็คงไม่มาเหมือนกัน พอแต่งงานก็คิดว่านี่คงเป็นอาชีพของเราจริง ๆ แล้วสินะ หลังแต่งงานถึงได้มาจับงานบริหาร
‘ขอเป็นคนตัวเล็ก ร้านเล็ก ๆ ที่อยู่นาน 100 ปี’
ที่คิดไว้และเป็นความตั้งใจเลยคือ เราจะไม่เน้นขยายสาขา แต่ขอยั่งยืนดีกว่า
ร้านมนต์นมสดทุกคนอาจจะบอกว่า แนวคิดประหลาด แต่ว่าแนวคิดของร้านจะเป็นแบบนี้
คือจะไม่ได้เป็นแนวขยายสาขาไปเรื่อย ๆ การทำแบบนั้นเนี่ยมันต้องเก่งมาก ๆ ซึ่งผมยอมรับว่าทางบ้านผมยังบริหารได้ไม่ดีพอ
เชื่อว่าถ้าขยายมากขึ้นคุณภาพคงลดลงแน่นอน เลยขอตัวเล็ก ๆ ดีกว่า ขออยู่ไปนาน ๆ ขออยู่เป็น 100 ปี อย่างร้านที่ญี่ปุ่นอยู่เป็น 100 ปี เขาก็ไม่ต้องขยายอะไร ก็ได้อยู่เป็นรุ่นที่ 15, 16, 17 มันก็เท่ดี
เรื่อง Key Success ทายาทรุ่นที่ 3 บอกด้วยความมั่นใจว่า
“ร่างกายเราต้องแข็งแรงก่อน แล้วจิตใจก็ต้องเข้มแข็งด้วย”
ดังนั้น การออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย นอนให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ทำจิตใจให้แจ่มใส สดชื่น มองโลกบวก แต่ไม่ใช่โลกสวยจนเกินไป
แล้วเราต้องใจกว้าง แต่บางทีคนเราก็ไม่จำเป็นต้องใจกว้างตลอดทั้งวัน
“ผมสังเกตว่า เมื่อไรที่เราใจแคบ ผมจะรู้สึกทรมาน”
สรุปว่า ความใจแคบของคนเรานี่ ถือเป็นพลังลบ และบั่นทอนจิตใจเราได้
เราต้องลด ละ และเอื้อเฟื้อต่อคนที่ดีและช่วยเราทำงาน เพราะความสำเร็จล้วนมาจาก “คน” ไม่ใช่หุ่นยนต์ หรือเอไอ หรือใครอื่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำนานเหนือตำนาน โก้-ธนากูล วนิศรกุล 6 ทศวรรษ ‘มนต์นมสด’ เสาชิงช้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net