โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ลู่หลิงกับระบบความงาม 80's

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 04.57 น. • ทรายเงิน
วิญญาณของพิมพ์ลดาเจ้าของโรงงานผลิตเวชสำอาง เสียชีวิตลงและได้มาอยู่ในร่างของลู่หลิง หญิงสาวที่กำลังถูกสามีหย่าหนำซ้ำยังมีลูกสาวสองคนที่ต้องเลี้ยงดู เธอไม่ได้มาตัวเปล่าแต่มาพร้อมกับระบบความงามครบวงจร

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีค่ะ ไรท์มาเปิดเรื่องใหม่ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพิมพ์ลดาเจ้าของโรงงานรับผลิตเวชสำอาง ได้จบชีวิตลงเพราะยมทูตเอาวิญญาณไปผิดดวง ต่อมาได้เข้าไปอยู่ในร่างของลู่หลิงหญิงสาวที่โดนสามีนอกใจและขอหย่า มาช่วยกันลุ้นว่าพิมพ์ลดาจะจัดการกับชีวิตของลู่หลิงยังไง และเธอยังมีเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลืออย่างยมทูตขาวดำ ที่ได้มอบระบบความงามครบวงจรให้เพื่อชดเชยความผิดที่เอาดวงวิญญาณผิดดวง ไรท์ฝากกดใจ กดติดตามนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ จะเปิดให้อ่านตอนแรกในวันที่ 11 นี้ค่ะ

“จ่ายเงินหรือ คุณจะเอาเท่าไหร่ผมให้คุณ 5000 หยวนพอไหม” กู้เทียนรีบถามทันที

“คุณคิดว่าฉันโง่หรือไง เงิน 5000 หยวนจะพออะไร ฉันต้องการเงิน 50000 หยวนและสิทธิ์เลี้ยงลูกสองคน” ลู่หลิงพูดจบ นางสวีก็ชี้หน้าด่า

“ถุย ผู้หญิงอย่างหล่อนไม่มีค่ามากพอสำหรับเงิน 50000 หยวนหรอกนะ แค่ 5000 หยวนที่ลูกชายฉันเสนอไปก็มากพอสำหรับผู้หญิงอย่างหล่อน อย่าคิดใฝ่สูงให้มันมากนัก”

“คุณแน่ใจนะว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่ของคุณ คุณรู้ใช่ไหมว่าพ่อของผมเป็นใคร อย่าคิดว่าจะมาหลอกพวกเราได้ง่าย ๆ”

“ฉันไม่ได้วิ่งออกไปเสนอหน้าให้คุณเห็นสักหน่อย พวกคุณต่างหากที่มาขอพบฉันเอง อีกอย่างไม่ต้องกลัวแม่ของฉันจะไปแย่งสามีหรือพ่อของคุณหรอกค่ะ เพราะตอนนี้เธอไม่อยู่แล้วอีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากที่จะมีญาติพี่น้องเพิ่มด้วย” ลู่หลิงตอกกลับไป

“ผมไม่สนว่าคุณจะอยู่ในสถานะไหน ผมรู้เพียงแค่ผมรู้สึกดีกับคุณอาจจะตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบหน้ากัน ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปไหนพร้อมกับคุณและเด็ก ๆ คุณลืมไปไหมว่าผมเองก็เป็นพ่อม่ายลูกติดเหมือนกับคุณ เพราะฉะนั้นไม่ต้องสนใจว่าใครจะพูดหรือคิดเห็นอย่างไร ขอเพียงแค่เราสองคนใจตรงกันก็พอ” เว่ยกวงจับมือของลู่หลิงเอาไว้

“ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ได้ไหมครับ ผมสัญญาว่าจะปกป้องคุณและลูกเป็นอย่างดี จะไม่ทำให้คุณเสียใจ จะให้เกียรติคุณกับลูก จะรักคุณและซื่อสัตย์กับคุณเพียงคนเดียว” เว่ยกวงพูดจบก็มองหน้าหญิงสาวตรงหน้า ลู่หลิงตอนนี้ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ

เจ้าแม่แห่งวงการความงาม

นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของผู้เขียนกรุณาอ่านเพื่อความสนุกและบันเทิงเท่านั้น

ในปีพ.ศ. นี้ หากจะพูดถึงเจ้าแม่แห่งวงการความงามคงหนีไม่พ้น พิมพ์ลดา เจ้าของโรงงานรับผลิตสินค้าเสริมความงามทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสครับ ลิปสติก คอลลาเจนผง เซรั่มหน้าใส เรียกได้ว่าหากต้องการผลิตสินค้าเพื่อความงามโรงงานของพิมพ์ลดาตอบโจทก์ทุกข้อ

“คุณพิมพ์คะ ทางบริษัทที่ฝรั่งเศสโทรมายืนยันวันนัดพบแล้วค่ะ” เลขาสาวเดินเข้ามารายงาน

“จัดการเรื่องเอกสารเดินทางให้ฉันด้วย เสร็จแล้วส่งเข้าE-mailได้เลย” พิมพ์ลดายังคงง่วนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า

“ได้ค่ะ” เลขารับคำแล้วเดินออกไป

ในแต่ละวันชีวิตของพิมพ์ลดาจะวนลูปอยู่อย่างนี้ บ้าน ที่ทำงาน โรงงาน บ้าน ทำงาน ดูงานต่างประเทศ จนตอนนี้พิมพ์ลดาที่อายุเข้าสู่วัยเลข 3 กลาง ๆ ก็ยังไม่มีคนรู้ใจกับเขาสักคน

อดีตของพิมพ์ลดาไม่ได้สวยหรูเหมือนทุกวันนี้ ครอบครัวยากจนเธอต้องขอทุนเรียนและทำงานไปด้วย กว่าจะจบก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่เธอก็ไม่ย่อท้อ จบปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ เอกวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง พิมพ์ลดาได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศเธอเลือกเรียนคณะเดิม เนื่องจากพิมพ์ลดาเล็งเห็นว่าเครื่องสำอางทุกชนิดเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้หญิงทุกคน

บางคนอาจจะใช้แค่ลิปกลอสแต่นั่นก็เป็นเครื่องสำอางอย่างหนึ่งเช่นกัน ในตอนที่เรียนต่อโทที่ต่างประเทศพิมพ์ลดาไม่ได้อยู่ว่างเธอจ้างโรงงานผลิตสครับขัดผิวและขายตามสื่อออนไลน์ ผลตอบรับเป็นไปด้วยดี สินค้าตัวที่สองเป็นเซรั่มทำให้หน้ากระจ่างใส ไร้สิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สินค้าตัวต่อมาก็คือคอลลาเจลบำรุงผิวพรรณ ไม่ว่าพิมพ์ลดาจะออกสินค้าชนิดไหนมาก็ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนเก็บเงินได้ก้อนใหญ่ลงทุนเช่าที่ดินนอกเมืองระยะเวลา 30 ปีและกู้เงินสร้างโรงงานผลิตสินค้าเสริมความงาม

ปีนี้เป็นปีที่ 7 ที่โรงงานได้เปิดทำการ พิมพ์ลดาได้จ่ายหนี้ทั้งหมดที่กู้ยืมมาสร้างโรงงานให้กับธนาคารจนหมด และอีกไม่กี่วันเธอจะเดินทางไปเมืองน้ำหอมเพื่อพูดคุยกับทางบริษัทเพื่อสั่งซื้อหัวเชื้อสำหรับผลิตน้ำหอมนั่นเอง

วันนี้พิมพ์ลดาเข้าไปดูโรงงานที่สร้างใหม่ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำหอมโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเข้าไปตรวจสอบโกดังที่เก็บผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตสินค้าให้ลูกค้า ของในโกดังมีหลากหลายมีตั้งแต่ผงสมุนไพรไปจนถึงหัวเชื้อเข้มข้น ของในโกดังมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

นอกจากจะเป็นเจ้าของโรงงานพันล้านแล้ว พิมพ์ลดายังเป็นคนคิดสูตรให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ลูกค้าเพียงบอกมาว่าต้องการสินค้าลักษณะไหน สี กลิ่น และผลลัพธ์เพียงเท่านี้ นอกเหนือจากนั้นพิมพ์ลดาจะเป็นคนเทสสูตรให้ลูกค้าเลือกจนกว่าจะพอใจ

เน็ตไอดอล ดารา เหล่าคนดังจึงมักจะมาใช้บริการที่โรงงานของเธอ เพราะทุกอย่างตอบโจทก์อีกทั้งยังรับสั่งทำเริ่มต้นที่ 50 ชิ้นให้ลูกค้าทดลองเอาไปขาย ถ้าขายดีค่อยมาสั่งเพิ่มทีหลังต่างจากบางโรงงานที่รับผลิตตั้งแต่ 100 ชิ้นขึ้นไป

ออกจากโกดังพิมพ์ลดาขับรถกลับไปที่บริษัทเพื่อตรวจสอบเอกสารอีกครั้งก่อนที่จะเดินทางไปฝรั่งเศสเมืองแห่งน้ำหอมระดับโลก เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พิมพ์ลดาหยิบขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรจากที่บ้านจึงกดรับ

“ยัยพิมพ์ แม่ให้โทรมาถามว่าอาทิตย์นี้จะกลับบ้านไหม” เสียงของเพลงรบ พี่ชายของพิมพ์ลดาดังมาตามสาย

“อาทิตย์นี้พิมพ์ต้องบินไปฝรั่งเศสค่ะ ฝากพี่เพลงช่วยบอกแม่ด้วย”

“แกคุยกับแม่เองแล้วกัน” เพลงรบส่งโทรศัพท์ให้ นิษฐา มารดาของสองพี่น้อง

“แม่คะ” เสียงหวานของพิมพ์ลดาดังเข้ามาในสาย

“ลูกไม่ได้กลับบ้านมาสองเดือนแล้วนะ อย่ามัวแต่ทำงานหักโหมร่างกายจะไม่ไหวเอาได้”

“กลับจากฝรั่งเศสพิมพ์ก็ว่างแล้วค่ะ”

“กลับมาคราวนี้ก็ไปหาหลวงพ่อเขาหน่อย เขาบ่นคิดถึงลูก” นิษฐาพูดถึงอดีตสามี พ่อของเพลงรบและพิมพ์ลดาที่หันหลังเข้าทางธรรม

“แม่ไปเจอหลวงพ่อมาหรือคะ”

“เจ้าเพลงพาแม่ไป”

“หลวงพ่อสบายดีไหมคะ”

“สบายดี ลูกคุยกับพี่เขาต่อนะแม่จะไปทำกับข้าว” คุณนิษฐาส่งโทรศัพท์ให้ลูกชายก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในครัว

“แกก็อย่าทำงานหักโหมให้มากนัก รู้จักหาความสุขใส่ตัวเอาไว้บ้าง เงินทองตายไปก็เอาไปไม่ได้” เพลงรบบ่นน้องสาว

“รู้แล้วค่ะ ว่าแต่พี่เพลงไม่มาเที่ยวกรุงเทพบ้างหรือคะ” บ้านเดิมของพิมพ์ลดาอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพลงรบทำงานเป็นตำรวจอยู่ที่บ้านเกิด

พิมพ์ลดาเคยชวนแม่และพี่ชายให้มาอยู่กรุงเทพแต่ทั้งสองปฏิเสธ เนื่องจากไม่ชอบการจราจรที่ติดขัดและไม่ชอบอากาศของเมืองหลวงที่มีแต่ฝุ่นควัน เธอจึงซื้อที่ดินและสร้างบ้านหลังใหญ่ให้แม่และพี่ชายได้อาศัยและยังมีที่ดินที่ปลูกผลไม้อย่างพวกลำใย ลิ้นจี่ ส้มเอาไว้อีกหลายสิบไร่

ส่วนหลวงพ่อนั้นตั้งแต่ที่พิมพ์ลดาเรียนจบและสร้างโรงงานก็ได้ออกบวชเพราะต้องการหาความสงบให้แก่บั้นปลายชีวิต ที่บ้านตอนนี้จึงมีคุณนิษฐา เพลงรบ อยู่ด้วยกันเพียงสองคน แต่อีกไม่นานก็จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเพราะพี่ชายของเธอกำลังจะแต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้า พิมพ์ลดาจึงต้องเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จสิ้นก่อนวันงานของพี่ชาย

ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิไปฝรั่งเศส เมืองที่พิมพ์ลดาจะเดินทางไปก็คือเมืองGrasse (กราซ) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำหอมของโลก พิมพ์ลดาได้จ้างไกด์ท้องถิ่นให้พาไปชมหมู่บ้านในหอมในเมือง กราซ และร้านค้ายอดนิยมที่ให้เราสามารถสร้างกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวขึ้นมา

ออกจากเมืองกราซ พิมพ์ลดาได้ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำหอมและออกเดินทางหาซื้อหัวเชื้อน้ำหอมหลากหลายกลิ่น แต่ที่พิมพ์ลดาสนใจเป็นพิเศษก็คือการผลิตน้ำหอมจากดอกไม้

กลับถึงเมืองไทยพิมพ์ลดารีบเข้าไปที่บริษัทเพื่อเคลียร์งานให้เสร็จก่อนที่จะพักผ่อน การเดินทางข้ามทวีประยะเวลามากกว่า 12 ชั่วโมงกลับมาก็รีบเข้าเคลียร์งานที่บริษัท กลับถึงบ้านพิมพ์ลดาหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ยังไม่ทันที่ร่างกายได้พักผ่อนให้เต็มที่ รุ่งเช้าก็ต้องรีบเข้าไปที่โรงงานเพื่อเทสสินค้าให้ลูกค้า

ชีวิตของพิมพ์ลดาวนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้จนกระทั่งวันหนึ่งเธอรู้สึกมึนหัว บ้านหมุน หลังจากนั่งพักจนหายดีพิมพ์ลดารีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ตรวจสอบเบื้องต้นแพทย์ให้ทำการ MRI เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด พิมพ์ลดาต้องเข้าไปในนอนในอุโมงค์ฟังเสียงเครื่องเอกซเรย์ประมาณ 2 ชั่วโมง

“จากผลการตรวจไม่พบสิ่งใดผิดปกติ อาจจะเพราะคุณทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน ร่างกายจึงอ่อนเพลีย” แพทย์สรุปผลการรักษาออกมา

เมื่อได้ฟังผลการตรวจพิมพ์ลดาถึงกับลอบถอนหายใจ โชคดีแค่ไหนที่เธอไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง แต่เพื่อความไม่ประมาทของชีวิตวันต่อมาพิมพ์ลดาได้เรียกทนายความส่วนตัวเข้ามาพบเพื่อจัดการเขียนพินัยกรรม

“เขียนตามที่บอกได้เลยค่ะ” พิมพ์ลดาบอกกับทนาย ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดพิมพ์ลดาได้มอบให้กับคุณนิษฐามารดาผู้ให้กำเนิดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนแม่จะมอบให้ใครก็คือเรื่องของแม่ ซึ่งทรัพย์สินมีเงินสด อสังหาริมทรัพย์ เครื่องเพชร และเครื่องประดับมากมายที่อยู่ในตู้เซฟธนาคาร

ทนายความร่างพินัยกรรมเสร็จพิมพ์ลดาได้เรียกให้เลขามาลงนามเป็นพยานและต่อมาเป็นชื่อของเธอและทนาย

หนึ่งเดือนต่อมาเครื่องจักรในโรงงานผลิตน้ำหอมได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ลูกค้ารายแรกที่สั่งน้ำหอมเป็นลูกค้าเจ้าประจำของโรงงาน

“ต้องการกลิ่นแบบไหนคะ” พิมพ์ลดายื่นเทสเตอร์น้ำหอมให้ลูกค้าเลือกกลิ่นตามที่ลูกค้ารีเควสมาว่าต้องการแบบไหน

“กลิ่นนี้เลยค่ะ ใช่เลย” ลูกค้าดมกลิ่นน้ำหอมจากเทสเตอร์ก่อนที่จะพยักหน้า

“ต้องการกลิ่นแบบไหนเพิ่มไหมคะ” พิมพ์ลดาเอ่ยถาม

“อยากได้กลิ่นแบบสดชื่นเหมือนอยู่ริมทะเลค่ะ”

“ลองดมกลิ่นนี้ดูค่ะ” พิมพ์ลดาหยิบขวดเล็กออกมาก่อนที่จะยื่นให้ลูกค้าได้ทดสอบกลิ่น

“อยากได้กลิ่นที่เข้มกว่านี้ค่ะ” ลูกค้ายังไม่ถูกใจ

“ขวดนี้ล่ะคะ” พิมพ์ลดาส่งขวดเทสเตอร์ให้อีกสองขวด

“ใช่กลิ่นนี้เลยค่ะ” ลูกค้าสาวพยักหน้าก่อนที่จะทำการสั่งผลิตน้ำหอม เมื่อมีลูกค้ารายแรกก็มีรายที่สองและสามสี่ตามมาลำดับ จนตอนนี้ชีวิตของพิมพ์ลดาอยู่แต่ในห้องแลปเพื่อทำการผสมกลิ่นน้ำหอม

“คุณพิมพ์คะ โทรศัพท์ดังอยู่นานแล้วนะคะ” พนักงานในห้องแลปสะกิดบอก พิมพ์ลดาเงยหน้าจากงานทดลองก่อนที่จะเดินไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมา

“ว่าไงคะพี่เพลง” เบอร์ที่โทรมาเป็นของเพลงรบพี่ชายนั่นเอง

“ทำอะไรอยู่”

“กำลังทดลองกลิ่นน้ำหอมให้ลูกค้าค่ะ” เสียงพิมพ์ลดาดังไปตามสาย

“แกอย่าทำงานหักโหมมากเกินไป อาทิตย์หน้าอย่าลืมกลับบ้านด้วย” เพลงรบบ่นน้องสาวอีกสักครู่จึงวางสายไป

พิมพ์ลดาเอามือขึ้นมานวดเบ้าตาก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าแล้วรีบไปทำงานให้เสร็จ

ฉันจะฟ้องร้องพวกคุณ

พิมพ์ลดามาถึงสนามบินแม่ฮ่องสอนก่อนที่จะออกไปรอพี่ชายที่ด้านนอก

“ยัยพิมพ์” เสียงของเพลงรบดังขึ้น พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ก่อนที่เดินไปหาพี่ชาย

“พี่เพลง” พิมพ์ลดาเดินเข้าไปกอดพี่ชาย

วันงานแต่งของเพลงรบจัดขึ้นที่บ้านสวน เชิญแขกมาจำนวนหนึ่งประมาณ 500 คน วันนี้เป็นวันที่คุณนิษฐาและพิมพ์ลดามีความสุขมากที่สุดที่เห็นคนที่รักเป็นฝั่งเป็นฝา

เสร็จจากงานแต่งพิมพ์ลดาพักอยู่ที่บ้านต่ออีก 5 วันก่อนที่จะแวะไปหาหลวงพ่อที่วัดและเดินทางกลับไปทำงาน วันเดินทางกลับพิมพ์ลดาให้คนงานที่ไร่ขับรถไปส่ง เนื่องจากเพลงรบป่วยกะทันหัน

“ฝนตกขับระวังด้วย” คุณนิษฐาเดินกางร่มออกมาส่งลูกสาวที่รถ ก่อนที่จะหันไปบอกคนขับรถที่เป็นคนงานในไร่

“ครับแม่นาย” คนขับรถรับคำก่อนที่จะขึ้นไปนั่งรถบนรถ

“พิมพ์กลับก่อนค่ะแม่ ไว้จะมาเยี่ยมใหม่” พิมพ์ลดากอดคุณนิษฐาเอาไว้ ก่อนที่จะหันไปกอดลาพี่ชายที่ออกมาส่ง

“พี่เพลงรีบมีหลานให้พิมพ์ไว ๆ นะคะ”

“เรื่องนี้พี่รับปาก ไม่เกินสามเดือนพิมพ์ได้เป็นคุณอาแน่นอน” เพลงรบตอบน้องสาว

“อย่าทำเป็นปากเก่งหน่อยเลย” พิมพ์ลดาตีแขนพี่ชายก่อนที่จะบอกลาพี่สะใภ้

“ค่อยกลับวันหลังได้ไหมน้องพิมพ์” รสา พี่สะใภ้ของพิมพ์ลดาพูดขึ้น

“ไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้พิมพ์ต้องเข้าประชุมกับลูกค้าแต่เช้า เป็นลูกค้ารายใหญ่ไม่สามารถเลื่อนนัดได้” พิมพ์ลดาตอบ

รสามองหน้าพิมพ์ลดาก่อนที่จะหันไปมองหน้าสามี เธอตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็ไม่สามารถพูดมันออกมาได้

“กลับถึงที่พักโทรบอกพี่ด้วย” เพลงรบเดินไปส่งน้องสาวที่รถก่อนที่จะโบกมือลา

รสายืนส่งจนรถเคลื่อนออกไปก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้นบนที่มีห้องพระตั้งอยู่

“เป็นอะไรไป” เพลงรบเดินตามขึ้นมา

“ฉันจะสวดมนต์ คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ” รสาจุดธูปเทียนก่อนที่จะเริ่มสวดมนต์ เมื่อสักครู่เธอเห็นเงาดำคลุมทับร่างของพิมพ์ลดาเอาไว้ ตั้งใจที่จะเอ่ยเตือนแต่เธอไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ทางที่ดีที่สุดคือการสวดมนต์เสริมดวงชะตาให้กับพิมพ์ลดาเพราะดวงชะตาของพิมพ์ลดายังไม่ถึงฆาต

ระหว่างทางจากบ้านไปสนามบินต้องผ่านทางโค้งนับร้อยและมีหุบเหวด้านข้าง วันนี้ฝนตกหนักลมกรรโชกแรง สองข้างทางไม่มีรถยนต์สัญจรไปมา พิมพ์ลดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองเวลาในหน้าจอ

“ฉันกลัวจะไปไม่ทัน ช่วยเร่งอีกสักนิดได้ไหม” เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเช็คอินแต่ระยะทางยังไกลพอควร

“แต่ถ้าขับเร็วมันอันตรายนะครับ” คนขับรถพยายามเตือน

“ไม่เป็นไร หากเกิดอะไรขึ้นมาฉันรับผิดชอบเอง” พิมพ์ลดาพูดออกไป เมื่อได้รับคำสั่งคนขับรถจึงเร่งคันเร่งเพิ่มขึ้นท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ในจังหวะที่กำลังจะผ่านโค้งสุดท้ายนั้นด้านหน้ามีรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนเลนมาและจังหวะที่สวนทางกันนั้น หางของของรถบรรทุกก็ได้เสียหลักปัดเข้ามาที่รถยนต์ของพิมพ์ลดา

คนขับพยายามหักหลบหางรถบรรทุก แต่เพราะฝนตกหนักทำให้พื้นถนนลื่นรถยนต์จึงเสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทาง พิมพ์ลดารู้สึกเจ็บแน่นที่หน้าอกก่อนที่จะมองไปด้านคนขับซึ่งมีเลือดออกที่คิ้วขวา เมื่อเห็นว่าคนขับปลอดภัยพิมพ์ลดาจึงหมดสติไป

คนขับรถรีบลงจากรถก่อนที่จะโทรเรียกรถพยาบาลและโทรกลับไปบอกที่ไร่ รถพยาบาลมาพร้อมกับรถตำรวจ พิมพ์ลดาถูกส่งขึ้นรถพยาบาล คนขับรถให้ปากคำตำรวจ ไม่นานเพลงรบและคุณนิษฐาก็มาถึงก่อนที่จะตามน้องสาวไปที่โรงพยาบาล

ตำรวจพาคนขับรถไปทำแผลที่โรงพยาบาล ก่อนที่จะเอากล้องหน้ารถไปตรวจสอบ คนขับรถบรรทุกไม่ได้หนีไปไหนยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตรงที่เกิดเหตุ

ภายในห้องฉุกเฉินแพทย์ตรวจชีพจรของพิมพ์ลดารวมถึงเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบเพียงแรงกระแทกตรงหน้าอกซึ่งไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ที่เธอสลบอาจจะเพราะความตกใจกลัว เมื่อตรวจสอบดีแล้วแพทย์ได้ออกไปพบเพลงรบและคุณนิษฐาเพื่อบอกอาการของผู้ป่วย

เตียงนอนของพิมพ์ลดาตอนนี้ได้มีเงาสองสายยืนอยู่ ทั้งคู่กำลังถกเถียงกันจนกระทั่ง

“คนนี้แหละชื่อพิมพ์ลดา” ยมทูตที่ใส่ชุดดำบอกกับเพื่อนที่มาด้วยกัน

“ระบบก็ดันมาขัดข้องบ้าจริง” ยมทูตชุดขาวสบถออกมา

“รีบทำงานให้เสร็จเถอะ ที่ปรโลกยังมีวิญญาณอีกหลายดวงที่ต้องสอบสวน” ยมทูตชุดดำบอกกับสหาย ก่อนที่ยมทูตชุดขาวจะหงายฝ่ามือและดึงดวงวิญญาณของพิมพ์ลดาออกมา

ทันใดนั้นเสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพจรร้องขึ้นมา แพทย์ที่เพิ่งจะบอกกับญาติคนไข้ว่าคนไข้ปลอดภัยรีบกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ชีพจรของพิมพ์ลดากลับกลายเป็นศูนย์

คุณนิษฐาเป็นลมหมดสติ ไม่ต่างจากเพลงรบที่มีอาการแย่ไม่แพ้กัน หนักสุดคงจะเป็นแพทย์เจ้าของไข้แพทย์หนุ่มถึงกับเรียกอาจารย์หมอให้มาช่วยอ่านใบเอกซเรย์ว่าตรงกับที่ยืนยันหรือไม่ ซึ่งผลจากการที่อ่านใบเอกเซเรย์บอกว่าพิมพ์ลดามีอาการกระแทกที่หน้าอกบาดเจ็บภายในเล็กน้อยเท่านั้น

รสาเมื่อรู้ข่าวก็ตกใจจนเป็นลมกว่าจะฟื้นคืนสติก็ผ่านไปพักใหญ่ “ไม่จริง น้องพิมพ์ดวงยังไม่ถึงฆาตต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง” รสาบ่นพึมพำ

เพลงรบจัดงานศพให้น้องสาวอย่างสมเกียรติมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมงาน ทนายความเอาพินัยกรรมมามอบให้คุณนิษฐาเป็นผู้เซ็นรับก่อนที่จะให้ลูกชายและลูกสะใภ้ลงไปจัดการเรื่องโรงงานหลังจากงานเผาศพของลูกสาว

พิมพ์ลดาในตอนนี้ยืนอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า ปรโลก มันเป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนกับในนิยายหรือละครที่เคยดู ในปรโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่เอาไว้ดูประวัติของดวงวิญญาณ ถ้าใครทำความดีก็จะได้ไปเกิดใหม่ แต่ถ้าใครประวัติไม่ดีก็จะถูกส่งไปที่ชดใช้ความผิดซึ่งแบ่งเป็นระดับชั้น

ต้องบอกว่าตอนนี้พิมพ์ลดายังสับสนว่าเธอตายได้อย่างไร ในเมื่อหน้าอกเธอกระแทกกับถุงลมนิรภัยแล้วหมดสติไป ในตอนที่เธอกำลังจะลืมตาขึ้นมา กลับถูกดึงดวงวิญญาณออกมาและถูกยมทูตสองตนพามายังสถานที่แห่งนี้

“วิญญาณดวงต่อไปเข้ามา” เสียงยมทูตที่ใส่ชุดสีดำดังขึ้น พิมพ์ลดาเดินออกไปด้านหน้า ก่อนหน้านี้มีดวงวิญญาณห้าดวงที่ต้องรอฟังคำพิพากษาและตอนนี้ถึงคิวของเธอแล้ว

ยมทูตขาวเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาก่อนที่จะอ่านประวัติของพิมพ์ลดาออกมา

“นางพิมพ์ลดา เหล็กกล้า อายุ 50 ปี ตั้งแต่เกิดความดีที่ทำสะสมเอาไว้คือการเข้าวัดทำบุญ ส่วนความผิดที่ทำนั้นเยอะกว่าชอบฆ่าสุนัข และแมวจร ความดีที่สะสมมาไม่สามารถล้มล้างความผิดที่ทำได้ทางเราจึงต้องส่งดวงวิญญาณของนางพิมพ์ลดา เหล็กกล้าลงไปยังขุมนรกที่ 5 เพื่อไปเป็นทาสรับใช้สุนัขและแมวที่ทางปรโลกได้เลี้ยงเอาไว้” ยมทูตขาวอ่านจบแล้ว แต่พิมพ์ลดาก็ยังคงยืนอยู่กับที่ ก่อนที่เธอจะได้สติและขอให้ยมทูตอ่านให้ฟังใหม่อีกรอบ

“ดวงวิญญาณตนนี้ไม่ยอมรับความผิดที่กระทำมาใช่ไหม” มักจะมีดวงวิญญาณบางดวงที่ปฏิเสธการทำความผิดในโลกมนุษย์และดวงวิญญาณเหล่านั้นจะถูกส่งไปตรวจสอบที่ห้องสอบสวน

“ไม่ใช่ฉันไม่ยอมรับความผิด แต่ชื่อที่พวกคุณอ่านมามันไม่ใช่ชื่อของฉัน ฉันชื่อว่า นางสาวพิมพ์ลดา ไชยาเดช ปัจจุบันอายุ 33 ปี ไม่ใช่ นางพิมพ์ลดา เหล็กกล้า อายุ 50 ปี ที่คุณพูดถึง”

ยมทูตสองตนเมื่อได้ฟังดวงวิญญาณพูดก็หันมามองหน้ากัน ก่อนที่จะเปิดหน้าจอเพื่อค้นรูปของนางพิมพ์ลดา เหล็กกล้าขึ้นมา

“แย่แล้ว” ยมทูตสองตนอุทานพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสองจะทรุดลงกับพื้น

“ทำยังไงดี” การเอาวิญญาณผิดมานั้นเป็นโทษใหญ่ ยมทูตที่ทำความผิดจะถูกส่งเข้าสู่บ่อวัฏจักรสังขาลไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน

“ฉันต่างหากที่ต้องถามพวกคุณว่าฉันจะต้องทำยังไงดี คุณรู้ไหมว่าฉันสร้างโรงงานมาด้วยสองมือของฉัน มูลค่าของมันนับพันล้านบาท ไหนจะสภาพจิตใจของคนในครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกสาวที่แสนดีอย่างฉันไป” พิมพ์ลดาย่างเท้าเข้าไปหยุดตรงหน้ายมทูตที่นั่งอยู่บนพื้น

“ฉันจะฟ้องร้องพวกคุณให้ถึงที่สุด”

“ไม่นะ อย่าทำอย่างนั้น เอาอย่างนี้ดีไหมพวกเราจะพาคุณไปส่งที่ร่างเดิมของคุณ” ยมทูตดำได้สติก่อนที่จะลุกขึ้น

“ใช่ ๆ พวกเราจะพาคุณไปส่งเดี๋ยวนี้” พูดจบก็มีลมหอบใหญ่พัดดวงวิญญาณของพิมพ์ลดาให้ลอยออกไป

“ไม่จริง” เสียงยมทูตทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน เพราะตอนนี้ร่างของพิมพ์ลดากำลังโดนเปลวไฟเผาไหม้ ซึ่งวันนี้เป็นวันเผาศพของพิมพ์ลดาหลังจากที่เก็บมาครบ 7 วัน

พิมพ์ลดายืนมองแม่ พี่ชาย หลวงพ่อ พี่สะใภ้ คนทั้งหมดอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ ยิ่งแม่ของเธอนั้นเป็นลมหมดสติจนพี่ชายต้องรีบพาไปส่งโรงพยาบาล

“นี่คือสิ่งที่พวกคุณทำผิดพลาด บอกมาสิว่าจะชดใช้ให้ฉันยังไง”

อยากได้อะไรขอให้บอก

ตอนนี้ยมทูตทั้งสองได้พาพิมพ์ลดากลับมาที่ปรโลกเรียบร้อยแล้ว และพิมพ์ลดากำลังยืนคาดคั้นความผิดของยมทูตขาวดำที่ทำให้เธอต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะเอาดวงวิญญาณผิดดวง

“อย่าฟ้องร้องพวกเราได้ไหม คุณรู้ไหมถ้าพวกเราถูกฟ้องร้องเราจะถูกส่งไปเป็นสัตว์เดรัจฉานไม่มีวันได้เกิดเป็นมนุษย์” ยมทูตขาวก้มหน้าลงสำนึกผิด

“ใช่ ๆ อยากได้อะไรขอให้บอกพวกเรา เราทั้งสองจะจัดการให้” ยมทูตดำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นมา

“ตอนนี้ฉันจะทำอะไรได้ร่างของฉันก็โดนเผาไปแล้ว โรงงานที่ฉันรักใครจะสานต่อ” พิมพ์ลดานั่งลงก่อนที่จะร้องไห้ออกมา

“อย่าร้อง อย่าร้อง เป็นผู้หญิงร้องไห้จะไม่สวย” ยมทูตขาวขยับตัวเข้ามาปลอบ

“เป็นเพราะพวกคุณ” พิมพ์ลดาร้องไห้โฮออกมา ยมทูตทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่จะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา

“คุณอยากได้โรงงานใช่ไหม พวกเราจัดการให้” ก่อนที่จะหยิบแท็บเล็ตออกมาจัดการเอาโกดังและโรงงานของพิมพ์ลดาใส่เข้าไปในนั้น

“คุณดูนี่สิ” ยมทูตดำยื่นแท็บเล็ตให้พิมพ์ลดา

พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะรับแท็บเล็ตมาเปิดดู ด้านในมีโรงงานและโกดังของเธออยู่ในนั้น

“มันก็คือเกมส์ไม่ใช่โรงงานของฉันสักหน่อย” พิมพ์ลดาส่งคืนให้ยมทูต

“ใครบอกว่ามันเป็นเกมส์ คุณลองสั่งผลิตของมาสักหนึ่งชิ้นสิ” ยมทูตขาวพูด พิมพ์ลดาจึงเข้าไปที่หน้าจอสั่งผลิตสครับขัดผิวมา 1 กระปุกโดยที่เธอเปิดหน้าโกดังเพื่อเลือกวัตถุดิบใส่ลงไปในหม้อผสม เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้วหน้าจอแท็บแล็ตก็ขึ้นข้อความว่าให้รอ 10 นาที ระหว่างนี้ให้ไปเลือกบรรจุภัณฑ์

พิมพ์ลดาเลื่อนไปหน้าบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะเลือกเป็นกระปุกกลมซึ่งมีขนาดพอดีกับของที่เธอสั่งผลิต เมื่อเลือกได้แล้วก็กลับมาที่หน้าจอหลักอีกครั้ง

“ระหว่างที่รอเรามาคุยกันหน่อยดีไหม” ยมทูตดำพูดขึ้น พิมพ์ลดาวางแท็บเล็ตลงข้างกายก่อนที่จะหันมามองหน้ายมทูตทั้งสอง

“พวกคุณกำลังจะติดสินบนฉันหรือคะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่เราขอประนีประนอมความก็เท่านั้น” ยมทูตขาวยกมือสะบัดไปมา

“พวกคุณลองพูดมาก่อนว่าฉันสามารถรับเงื่อนไขได้ไหม” พิมพ์ลดาคิดว่าลองฟังดูก่อนก็ไม่เสียหายเพราะตอนนี้เธอไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้ว

“คือว่าตอนนี้ท่านมัจจุราชกำลังอยู่ในช่วงลาพักร้อนหลังจากที่ไม่ได้ลาติดต่อกันมาเกือบหนึ่งร้อยปี ดังนั้นในปรโลกตอนนี้พวกเราสองคนเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุด และเมื่อเราสองคนทำผิดพลาดกับคุณพวกเราก็ขอชดใช้ด้วยการมอบโรงงานให้กับคุณ และจะให้คุณได้ลงไปเกิดใหม่ในร่างที่สามารถรับดวงจิตของคุณได้” ยมทูตขาวโบกมือหน้าจอโฮโลแกรมก็ขึ้นมาอีกครั้ง

พิมพ์ลดามองไปที่หน้าจอเธอเห็นบ้านยุคเก่าที่ไม่ใช่ยุคสมัยในตอนนี้

“จากที่ให้หน่วยประมวลผลทำการประมวลผลออกมาพบว่าผู้หญิงคนนั้นกับคุณมีดวงจิตที่คล้ายคลึงกัน และตอนนี้เธอกำลังสิ้นอายุขัย ถ้าคุณอยากมีชีวิตใหม่พวกเราสามารถส่งคุณไปยังร่างนั้นได้”

“คุณกำลังจะบอกฉันว่าจะส่งฉันไปเกิดใหม่ในร่างผู้หญิงคนนั้น แล้วคุณดูสิว่าสภาพบ้านเมืองของพวกเขาต่างกับบ้านเมืองที่ฉันจากมาแค่ไหน” พิมพ์ลดาชี้ไปที่บ้านและสภาพแวดล้อมโดยรอบที่เหมือนกับย้อนเวลาไปเกือบ 50 ปี

“ตอนนี้มีดวงร่างนี้ร่างเดียวเท่านั้นที่สามารถรับดวงจิตของคุณได้” ยมทูตขาวเลื่อนดูแต่ก็ไม่พบ

“ถ้าฉันยอมแล้วฉันจะได้อะไรบ้าง”

“คุณจะได้ร่างใหม่ แต่พวกเราจะชดเชยโดยการมอบแท็บเล็ตนี้ให้กับคุณ เอาให้คุณนำมันไปสร้างอนาคตของคุณยังที่แห่งนั้น ไม่พอพวกเราจะรับคุณเป็นเพื่อนไม่ว่าจะเรียกใช้เมื่อไหร่พวกเราสองคนก็จะไปพบคุณทันที”

ในตอนที่พิมพ์ลดากำลังตัดสินใจหน้าจอแท็บเล็ตก็มีไฟกระพริบออกมา เธอหันไปดูก็พบว่าสินค้าที่สั่งผลิตนั้นเสร็จเรียบร้อยและมันอยู่ในโกดังขนาดใหญ่

“ฉันจะเอาออกมาได้ยังไง” พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นมาถาม

“กดตรงตะกร้าสินค้าของก็จะมาอยู่ในมือของคุณ” ยมทูตดำตอบ พิมพ์ลดาทำตามกดรูปตะกร้าสินค้าและในมือที่ว่างเปล่าของเธอก็มีกระปุกสครับวางอยู่

พิมพ์ลดาเปิดฝาออกและใช้มือหยิบเนื้อสครับขึ้นมาดมก่อนที่จะขยี้เพื่อตรวจสอบว่าได้มาตราฐานเหมือนกับโรงงานของเธอไหม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเหนือความคาดหมาย สครับกระปุกนี้เหมือนกับที่เธอผลิตเองทุกขั้นตอน

“ลองใช้ดูสิ” ยมทูตขาวสะบัดมืออ่างน้ำขนาดใหญ่ก็วางตรงหน้า พิมพ์ลดาเอาสครับถูที่แขนของเธอก่อนที่จะล้างน้ำออก

“มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น” พิมพ์ลดาลองเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตดูสินค้าที่สามารถผลิตได้ ซึ่งมันมีทุกอย่างเหมือนกับที่โรงงานของเธอมี ขอเพียงมีวัตถุดิบเพียงพอมันก็สามารถผลิตสินค้าออกมาได้ในจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีขั้นต่ำ ส่วนบรรจุภัณฑ์ก็มีให้เลือกหลากหลายชนิดและหลากหลายขนาด สลากสินค้าเองก็เช่นกัน

“คุณสนใจรับข้อเสนอของพวกเราไหม” ยมทูตดำเอ่ยถาม

“ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม” พิมพ์ลดาลองหยั่งเชิง

“ผมให้เวลาคุณแค่ 2 วันเท่านั้น” ยมทูตขาวตอบ

“ได้ค่ะ แล้วพวกคุณจะให้ฉันพักอยู่ที่ไหน” พิมพ์ลดาถาม

“ผมจะพาคุณไปห้องพักสำหรับต้อนรับแขก” ยมทูตดำโบกมือพิมพ์ลดาก็มาอยู่ที่ห้องพักซึ่งมีของอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง

“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์ลดาตอบ ก่อนที่ยมทูตชุดดำจะจากไป เมื่ออยู่คนเดียวพิมพ์ลดาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มสั่งผลิตของและเก็บเอาไว้ในโกดัง ของที่ผลิตรอบแรกมีสครับน้ำนม สครับมะขามเปียก สครับกาแฟและสครับสมุนไพร ก่อนที่จะเลื่อนไปอีกหน้าจอเพื่อสั่งผลิตเซรั่มบำรุงผิวหน้า ครีมอาบน้ำ แชมพู และยาสระผม ซึ่งทุกสูตรที่ผลิตล้วนแต่เป็นสูตรอ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย

“มีโรงงานน้ำหอมด้วยหรือเนี่ย” พิมพ์ลดาเลื่อนไปหน้าสุดท้ายเป็นโรงงานผลิตน้ำหอมที่เพิ่งสร้าง ก่อนที่จะเลือกให้ผลิตน้ำหอมกลิ่นประจำตัวออกมา

ครบกำหนดสองวันพิมพ์ลดาตะโกนเรียกยมทูตทั้งสองให้ออกมา

“ได้คำตอบแล้วหรือ” ยมทูตดำถาม

“ใช่ค่ะ ฉันขอคำถามพวกคุณสักหน่อย คุณบอกว่าของพวกนี้จะมอบให้ฉันติดตัวไปด้วยใช่ไหมคะ”

“ใช่” ยมทูตทั้งสองตอบพร้อมกัน

“วัตถุดิบที่อยู่ในโกดังจะมีวันหมดอายุไหมคะ” พิมพ์ลดาถามต่อ

“ไม่ วัตถุดิบทั้งหมดที่อยู่ในโกดังของคุณจะคงสภาพไม่มีวันหมดอายุและมันจะเติมให้เต็มตลอด” ยมทูตขาวตอบ

“แล้วของสิ่งนี้จะอยู่กับฉันกี่ปีคะ”

“จนกว่าคุณจะสิ้นอายุขัย” ยมทูตดำตอบ

“แล้วที่พวกคุณบอกว่าจะเป็นเพื่อนกับฉัน เวลาฉันเดือดร้อนสามารถเรียกพวกคุณได้ใช่ไหมคะ”

“แน่นอน คุณสามารถเรียกหาพวกเราได้ทุกเวลา” ยมทูตทั้งสองตอบพร้อมกัน

“ข้อสุดท้ายแล้วค่ะ คือฉันสามารถเอาของที่ผลิตออกมาได้แค่อย่างเดียว ส่วนพวกวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานฉันไม่สามารถเอาออกมาได้ใช่ไหมคะ”

“คุณสามารถเอาของที่สั่งผลิตและวัตถุดิบออกมาได้ แต่ไม่สามารถเอาเครื่องจักรในโรงงานออกมาได้ครับ” ยมทูตดำเป็นคนตอบคำถามสุดท้าย

“ยังมีอีกข้อครับ คุณสามารถเอาของที่ผลิตส่งขายให้กับโรงงานได้ ผมจะทำให้ดู” ยมทูตขาวขอแท็บเล็ตจากพิมพ์ลดาก่อนที่จะเลื่อนหน้าจอไปที่โกดังสินค้าเลือกสินค้ามา 2 ชนิด ก่อนที่จะใส่เข้าไปในรูปร้านค้า

“คุณเห็นเงินตรงนี้ไหม มันเป็นราคาขายที่ขายออกไป”

พิมพ์ลดามองดูยอดเงินที่อยู่บ้านบนซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 1200 บาท

“ฉันจะเอาเงินออกมายังไง” พิมพ์ลดาถาม

“ทำเหมือนเอาสินค้าออกมาเลยครับ เลื่อนมันไปที่ตะกร้า” ยมทูตดำสาธิตให้ดู

“เข้าใจแล้วค่ะ เก็บมันไว้ที่เดิมเถอะค่ะ”

“คุณตกลงรับข้อเสนอของพวกเราไหมครับ”

“ตอนนี้ฉันคงไม่มีตัวเลือกที่ดีไปกว่านี้แล้วค่ะ” พิมพ์ลดาตอบเพราะถ้าเธอไม่เลือกตัวเลือกนี้วิญญาณของเธอก็ไม่สามารถไปเกิดได้เพราะยังไม่สิ้นอายุขัย ได้แต่ลอยไปลอยมาอยู่ในปรโลกซึ่งมันน่าเบื่อมาก

“ถ้าคุณตกลงเรารีบไปกันเถอะครับ” ยมทูตขาวดีใจ

“เดี๋ยวค่ะ คำขอสุดท้ายของฉันคือขอไปลาแม่ฉันหน่อยได้ไหมคะ” พิมพ์ลดายกมือห้ามเอาไว้

“ได้ครับ” ยมทูตขาวตอบก่อนที่จะพาพิมพ์ลดาไปอยู่ในห้วงความฝันของคุณนิษฐา

“พิมพ์ นั่นพิมพ์ใช่ไหมลูก”

“แม่” พิมพ์ลดาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าแม่ก่อนที่จะนั่งลงแล้วก้มลงกราบเท้า

“พิมพ์ ทำไมพิมพ์ทิ้งแม่ไปเร็วแบบนี้” คุณนิษฐาพยุงลูกสาวให้ลุกขึ้น

“แม่ พิมพ์ขอโทษค่ะ พิมพ์มาวันนี้เพราะพิมพ์จะมาลาแม่ แม่ต้องเข้มแข็งให้มากถึงจะไม่มีพิมพ์ แม่ก็ยังมีพี่เพลงส่วนโรงงานของพิมพ์ถ้าพี่เพลงดูแลไม่ไหว แม่ให้พี่เพลงประกาศขายได้เลยค่ะ” พิมพ์ลดากอดแม่อีกครั้งก่อนที่จะบอกลา

“แม่อย่าร้องไห้อีกเลย พิมพ์ขอให้แม่สุขภาพแข็งแรง พิมพ์รักแม่นะคะ” พิมพ์ลดาพูดจบก็ค่อย ๆ เลือนหายไป คุณนิษฐาสะดุ้งตกใจตื่นก่อนที่จะได้กลิ่นหอมของน้ำหอมที่ลูกสาวใช้เป็นประจำ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...