ลู่หลิงกับระบบความงาม 80's
ข้อมูลเบื้องต้น
สวัสดีค่ะ ไรท์มาเปิดเรื่องใหม่ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพิมพ์ลดาเจ้าของโรงงานรับผลิตเวชสำอาง ได้จบชีวิตลงเพราะยมทูตเอาวิญญาณไปผิดดวง ต่อมาได้เข้าไปอยู่ในร่างของลู่หลิงหญิงสาวที่โดนสามีนอกใจและขอหย่า มาช่วยกันลุ้นว่าพิมพ์ลดาจะจัดการกับชีวิตของลู่หลิงยังไง และเธอยังมีเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลืออย่างยมทูตขาวดำ ที่ได้มอบระบบความงามครบวงจรให้เพื่อชดเชยความผิดที่เอาดวงวิญญาณผิดดวง ไรท์ฝากกดใจ กดติดตามนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ จะเปิดให้อ่านตอนแรกในวันที่ 11 นี้ค่ะ
“จ่ายเงินหรือ คุณจะเอาเท่าไหร่ผมให้คุณ 5000 หยวนพอไหม” กู้เทียนรีบถามทันที
“คุณคิดว่าฉันโง่หรือไง เงิน 5000 หยวนจะพออะไร ฉันต้องการเงิน 50000 หยวนและสิทธิ์เลี้ยงลูกสองคน” ลู่หลิงพูดจบ นางสวีก็ชี้หน้าด่า
“ถุย ผู้หญิงอย่างหล่อนไม่มีค่ามากพอสำหรับเงิน 50000 หยวนหรอกนะ แค่ 5000 หยวนที่ลูกชายฉันเสนอไปก็มากพอสำหรับผู้หญิงอย่างหล่อน อย่าคิดใฝ่สูงให้มันมากนัก”
“คุณแน่ใจนะว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่ของคุณ คุณรู้ใช่ไหมว่าพ่อของผมเป็นใคร อย่าคิดว่าจะมาหลอกพวกเราได้ง่าย ๆ”
“ฉันไม่ได้วิ่งออกไปเสนอหน้าให้คุณเห็นสักหน่อย พวกคุณต่างหากที่มาขอพบฉันเอง อีกอย่างไม่ต้องกลัวแม่ของฉันจะไปแย่งสามีหรือพ่อของคุณหรอกค่ะ เพราะตอนนี้เธอไม่อยู่แล้วอีกอย่างฉันเองก็ไม่อยากที่จะมีญาติพี่น้องเพิ่มด้วย” ลู่หลิงตอกกลับไป
“ผมไม่สนว่าคุณจะอยู่ในสถานะไหน ผมรู้เพียงแค่ผมรู้สึกดีกับคุณอาจจะตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบหน้ากัน ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปไหนพร้อมกับคุณและเด็ก ๆ คุณลืมไปไหมว่าผมเองก็เป็นพ่อม่ายลูกติดเหมือนกับคุณ เพราะฉะนั้นไม่ต้องสนใจว่าใครจะพูดหรือคิดเห็นอย่างไร ขอเพียงแค่เราสองคนใจตรงกันก็พอ” เว่ยกวงจับมือของลู่หลิงเอาไว้
“ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ได้ไหมครับ ผมสัญญาว่าจะปกป้องคุณและลูกเป็นอย่างดี จะไม่ทำให้คุณเสียใจ จะให้เกียรติคุณกับลูก จะรักคุณและซื่อสัตย์กับคุณเพียงคนเดียว” เว่ยกวงพูดจบก็มองหน้าหญิงสาวตรงหน้า ลู่หลิงตอนนี้ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ
เจ้าแม่แห่งวงการความงาม
นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของผู้เขียนกรุณาอ่านเพื่อความสนุกและบันเทิงเท่านั้น
ในปีพ.ศ. นี้ หากจะพูดถึงเจ้าแม่แห่งวงการความงามคงหนีไม่พ้น พิมพ์ลดา เจ้าของโรงงานรับผลิตสินค้าเสริมความงามทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสครับ ลิปสติก คอลลาเจนผง เซรั่มหน้าใส เรียกได้ว่าหากต้องการผลิตสินค้าเพื่อความงามโรงงานของพิมพ์ลดาตอบโจทก์ทุกข้อ
“คุณพิมพ์คะ ทางบริษัทที่ฝรั่งเศสโทรมายืนยันวันนัดพบแล้วค่ะ” เลขาสาวเดินเข้ามารายงาน
“จัดการเรื่องเอกสารเดินทางให้ฉันด้วย เสร็จแล้วส่งเข้าE-mailได้เลย” พิมพ์ลดายังคงง่วนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า
“ได้ค่ะ” เลขารับคำแล้วเดินออกไป
ในแต่ละวันชีวิตของพิมพ์ลดาจะวนลูปอยู่อย่างนี้ บ้าน ที่ทำงาน โรงงาน บ้าน ทำงาน ดูงานต่างประเทศ จนตอนนี้พิมพ์ลดาที่อายุเข้าสู่วัยเลข 3 กลาง ๆ ก็ยังไม่มีคนรู้ใจกับเขาสักคน
อดีตของพิมพ์ลดาไม่ได้สวยหรูเหมือนทุกวันนี้ ครอบครัวยากจนเธอต้องขอทุนเรียนและทำงานไปด้วย กว่าจะจบก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่เธอก็ไม่ย่อท้อ จบปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ เอกวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง พิมพ์ลดาได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศเธอเลือกเรียนคณะเดิม เนื่องจากพิมพ์ลดาเล็งเห็นว่าเครื่องสำอางทุกชนิดเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้หญิงทุกคน
บางคนอาจจะใช้แค่ลิปกลอสแต่นั่นก็เป็นเครื่องสำอางอย่างหนึ่งเช่นกัน ในตอนที่เรียนต่อโทที่ต่างประเทศพิมพ์ลดาไม่ได้อยู่ว่างเธอจ้างโรงงานผลิตสครับขัดผิวและขายตามสื่อออนไลน์ ผลตอบรับเป็นไปด้วยดี สินค้าตัวที่สองเป็นเซรั่มทำให้หน้ากระจ่างใส ไร้สิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
สินค้าตัวต่อมาก็คือคอลลาเจลบำรุงผิวพรรณ ไม่ว่าพิมพ์ลดาจะออกสินค้าชนิดไหนมาก็ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนเก็บเงินได้ก้อนใหญ่ลงทุนเช่าที่ดินนอกเมืองระยะเวลา 30 ปีและกู้เงินสร้างโรงงานผลิตสินค้าเสริมความงาม
ปีนี้เป็นปีที่ 7 ที่โรงงานได้เปิดทำการ พิมพ์ลดาได้จ่ายหนี้ทั้งหมดที่กู้ยืมมาสร้างโรงงานให้กับธนาคารจนหมด และอีกไม่กี่วันเธอจะเดินทางไปเมืองน้ำหอมเพื่อพูดคุยกับทางบริษัทเพื่อสั่งซื้อหัวเชื้อสำหรับผลิตน้ำหอมนั่นเอง
วันนี้พิมพ์ลดาเข้าไปดูโรงงานที่สร้างใหม่ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำหอมโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเข้าไปตรวจสอบโกดังที่เก็บผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตสินค้าให้ลูกค้า ของในโกดังมีหลากหลายมีตั้งแต่ผงสมุนไพรไปจนถึงหัวเชื้อเข้มข้น ของในโกดังมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
นอกจากจะเป็นเจ้าของโรงงานพันล้านแล้ว พิมพ์ลดายังเป็นคนคิดสูตรให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ลูกค้าเพียงบอกมาว่าต้องการสินค้าลักษณะไหน สี กลิ่น และผลลัพธ์เพียงเท่านี้ นอกเหนือจากนั้นพิมพ์ลดาจะเป็นคนเทสสูตรให้ลูกค้าเลือกจนกว่าจะพอใจ
เน็ตไอดอล ดารา เหล่าคนดังจึงมักจะมาใช้บริการที่โรงงานของเธอ เพราะทุกอย่างตอบโจทก์อีกทั้งยังรับสั่งทำเริ่มต้นที่ 50 ชิ้นให้ลูกค้าทดลองเอาไปขาย ถ้าขายดีค่อยมาสั่งเพิ่มทีหลังต่างจากบางโรงงานที่รับผลิตตั้งแต่ 100 ชิ้นขึ้นไป
ออกจากโกดังพิมพ์ลดาขับรถกลับไปที่บริษัทเพื่อตรวจสอบเอกสารอีกครั้งก่อนที่จะเดินทางไปฝรั่งเศสเมืองแห่งน้ำหอมระดับโลก เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พิมพ์ลดาหยิบขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรจากที่บ้านจึงกดรับ
“ยัยพิมพ์ แม่ให้โทรมาถามว่าอาทิตย์นี้จะกลับบ้านไหม” เสียงของเพลงรบ พี่ชายของพิมพ์ลดาดังมาตามสาย
“อาทิตย์นี้พิมพ์ต้องบินไปฝรั่งเศสค่ะ ฝากพี่เพลงช่วยบอกแม่ด้วย”
“แกคุยกับแม่เองแล้วกัน” เพลงรบส่งโทรศัพท์ให้ นิษฐา มารดาของสองพี่น้อง
“แม่คะ” เสียงหวานของพิมพ์ลดาดังเข้ามาในสาย
“ลูกไม่ได้กลับบ้านมาสองเดือนแล้วนะ อย่ามัวแต่ทำงานหักโหมร่างกายจะไม่ไหวเอาได้”
“กลับจากฝรั่งเศสพิมพ์ก็ว่างแล้วค่ะ”
“กลับมาคราวนี้ก็ไปหาหลวงพ่อเขาหน่อย เขาบ่นคิดถึงลูก” นิษฐาพูดถึงอดีตสามี พ่อของเพลงรบและพิมพ์ลดาที่หันหลังเข้าทางธรรม
“แม่ไปเจอหลวงพ่อมาหรือคะ”
“เจ้าเพลงพาแม่ไป”
“หลวงพ่อสบายดีไหมคะ”
“สบายดี ลูกคุยกับพี่เขาต่อนะแม่จะไปทำกับข้าว” คุณนิษฐาส่งโทรศัพท์ให้ลูกชายก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในครัว
“แกก็อย่าทำงานหักโหมให้มากนัก รู้จักหาความสุขใส่ตัวเอาไว้บ้าง เงินทองตายไปก็เอาไปไม่ได้” เพลงรบบ่นน้องสาว
“รู้แล้วค่ะ ว่าแต่พี่เพลงไม่มาเที่ยวกรุงเทพบ้างหรือคะ” บ้านเดิมของพิมพ์ลดาอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพลงรบทำงานเป็นตำรวจอยู่ที่บ้านเกิด
พิมพ์ลดาเคยชวนแม่และพี่ชายให้มาอยู่กรุงเทพแต่ทั้งสองปฏิเสธ เนื่องจากไม่ชอบการจราจรที่ติดขัดและไม่ชอบอากาศของเมืองหลวงที่มีแต่ฝุ่นควัน เธอจึงซื้อที่ดินและสร้างบ้านหลังใหญ่ให้แม่และพี่ชายได้อาศัยและยังมีที่ดินที่ปลูกผลไม้อย่างพวกลำใย ลิ้นจี่ ส้มเอาไว้อีกหลายสิบไร่
ส่วนหลวงพ่อนั้นตั้งแต่ที่พิมพ์ลดาเรียนจบและสร้างโรงงานก็ได้ออกบวชเพราะต้องการหาความสงบให้แก่บั้นปลายชีวิต ที่บ้านตอนนี้จึงมีคุณนิษฐา เพลงรบ อยู่ด้วยกันเพียงสองคน แต่อีกไม่นานก็จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเพราะพี่ชายของเธอกำลังจะแต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้า พิมพ์ลดาจึงต้องเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จสิ้นก่อนวันงานของพี่ชาย
ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิไปฝรั่งเศส เมืองที่พิมพ์ลดาจะเดินทางไปก็คือเมืองGrasse (กราซ) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำหอมของโลก พิมพ์ลดาได้จ้างไกด์ท้องถิ่นให้พาไปชมหมู่บ้านในหอมในเมือง กราซ และร้านค้ายอดนิยมที่ให้เราสามารถสร้างกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวขึ้นมา
ออกจากเมืองกราซ พิมพ์ลดาได้ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำหอมและออกเดินทางหาซื้อหัวเชื้อน้ำหอมหลากหลายกลิ่น แต่ที่พิมพ์ลดาสนใจเป็นพิเศษก็คือการผลิตน้ำหอมจากดอกไม้
กลับถึงเมืองไทยพิมพ์ลดารีบเข้าไปที่บริษัทเพื่อเคลียร์งานให้เสร็จก่อนที่จะพักผ่อน การเดินทางข้ามทวีประยะเวลามากกว่า 12 ชั่วโมงกลับมาก็รีบเข้าเคลียร์งานที่บริษัท กลับถึงบ้านพิมพ์ลดาหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ยังไม่ทันที่ร่างกายได้พักผ่อนให้เต็มที่ รุ่งเช้าก็ต้องรีบเข้าไปที่โรงงานเพื่อเทสสินค้าให้ลูกค้า
ชีวิตของพิมพ์ลดาวนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้จนกระทั่งวันหนึ่งเธอรู้สึกมึนหัว บ้านหมุน หลังจากนั่งพักจนหายดีพิมพ์ลดารีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด
ตรวจสอบเบื้องต้นแพทย์ให้ทำการ MRI เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด พิมพ์ลดาต้องเข้าไปในนอนในอุโมงค์ฟังเสียงเครื่องเอกซเรย์ประมาณ 2 ชั่วโมง
“จากผลการตรวจไม่พบสิ่งใดผิดปกติ อาจจะเพราะคุณทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน ร่างกายจึงอ่อนเพลีย” แพทย์สรุปผลการรักษาออกมา
เมื่อได้ฟังผลการตรวจพิมพ์ลดาถึงกับลอบถอนหายใจ โชคดีแค่ไหนที่เธอไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง แต่เพื่อความไม่ประมาทของชีวิตวันต่อมาพิมพ์ลดาได้เรียกทนายความส่วนตัวเข้ามาพบเพื่อจัดการเขียนพินัยกรรม
“เขียนตามที่บอกได้เลยค่ะ” พิมพ์ลดาบอกกับทนาย ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดพิมพ์ลดาได้มอบให้กับคุณนิษฐามารดาผู้ให้กำเนิดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนแม่จะมอบให้ใครก็คือเรื่องของแม่ ซึ่งทรัพย์สินมีเงินสด อสังหาริมทรัพย์ เครื่องเพชร และเครื่องประดับมากมายที่อยู่ในตู้เซฟธนาคาร
ทนายความร่างพินัยกรรมเสร็จพิมพ์ลดาได้เรียกให้เลขามาลงนามเป็นพยานและต่อมาเป็นชื่อของเธอและทนาย
หนึ่งเดือนต่อมาเครื่องจักรในโรงงานผลิตน้ำหอมได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ลูกค้ารายแรกที่สั่งน้ำหอมเป็นลูกค้าเจ้าประจำของโรงงาน
“ต้องการกลิ่นแบบไหนคะ” พิมพ์ลดายื่นเทสเตอร์น้ำหอมให้ลูกค้าเลือกกลิ่นตามที่ลูกค้ารีเควสมาว่าต้องการแบบไหน
“กลิ่นนี้เลยค่ะ ใช่เลย” ลูกค้าดมกลิ่นน้ำหอมจากเทสเตอร์ก่อนที่จะพยักหน้า
“ต้องการกลิ่นแบบไหนเพิ่มไหมคะ” พิมพ์ลดาเอ่ยถาม
“อยากได้กลิ่นแบบสดชื่นเหมือนอยู่ริมทะเลค่ะ”
“ลองดมกลิ่นนี้ดูค่ะ” พิมพ์ลดาหยิบขวดเล็กออกมาก่อนที่จะยื่นให้ลูกค้าได้ทดสอบกลิ่น
“อยากได้กลิ่นที่เข้มกว่านี้ค่ะ” ลูกค้ายังไม่ถูกใจ
“ขวดนี้ล่ะคะ” พิมพ์ลดาส่งขวดเทสเตอร์ให้อีกสองขวด
“ใช่กลิ่นนี้เลยค่ะ” ลูกค้าสาวพยักหน้าก่อนที่จะทำการสั่งผลิตน้ำหอม เมื่อมีลูกค้ารายแรกก็มีรายที่สองและสามสี่ตามมาลำดับ จนตอนนี้ชีวิตของพิมพ์ลดาอยู่แต่ในห้องแลปเพื่อทำการผสมกลิ่นน้ำหอม
“คุณพิมพ์คะ โทรศัพท์ดังอยู่นานแล้วนะคะ” พนักงานในห้องแลปสะกิดบอก พิมพ์ลดาเงยหน้าจากงานทดลองก่อนที่จะเดินไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมา
“ว่าไงคะพี่เพลง” เบอร์ที่โทรมาเป็นของเพลงรบพี่ชายนั่นเอง
“ทำอะไรอยู่”
“กำลังทดลองกลิ่นน้ำหอมให้ลูกค้าค่ะ” เสียงพิมพ์ลดาดังไปตามสาย
“แกอย่าทำงานหักโหมมากเกินไป อาทิตย์หน้าอย่าลืมกลับบ้านด้วย” เพลงรบบ่นน้องสาวอีกสักครู่จึงวางสายไป
พิมพ์ลดาเอามือขึ้นมานวดเบ้าตาก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าแล้วรีบไปทำงานให้เสร็จ
ฉันจะฟ้องร้องพวกคุณ
พิมพ์ลดามาถึงสนามบินแม่ฮ่องสอนก่อนที่จะออกไปรอพี่ชายที่ด้านนอก
“ยัยพิมพ์” เสียงของเพลงรบดังขึ้น พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ก่อนที่เดินไปหาพี่ชาย
“พี่เพลง” พิมพ์ลดาเดินเข้าไปกอดพี่ชาย
วันงานแต่งของเพลงรบจัดขึ้นที่บ้านสวน เชิญแขกมาจำนวนหนึ่งประมาณ 500 คน วันนี้เป็นวันที่คุณนิษฐาและพิมพ์ลดามีความสุขมากที่สุดที่เห็นคนที่รักเป็นฝั่งเป็นฝา
เสร็จจากงานแต่งพิมพ์ลดาพักอยู่ที่บ้านต่ออีก 5 วันก่อนที่จะแวะไปหาหลวงพ่อที่วัดและเดินทางกลับไปทำงาน วันเดินทางกลับพิมพ์ลดาให้คนงานที่ไร่ขับรถไปส่ง เนื่องจากเพลงรบป่วยกะทันหัน
“ฝนตกขับระวังด้วย” คุณนิษฐาเดินกางร่มออกมาส่งลูกสาวที่รถ ก่อนที่จะหันไปบอกคนขับรถที่เป็นคนงานในไร่
“ครับแม่นาย” คนขับรถรับคำก่อนที่จะขึ้นไปนั่งรถบนรถ
“พิมพ์กลับก่อนค่ะแม่ ไว้จะมาเยี่ยมใหม่” พิมพ์ลดากอดคุณนิษฐาเอาไว้ ก่อนที่จะหันไปกอดลาพี่ชายที่ออกมาส่ง
“พี่เพลงรีบมีหลานให้พิมพ์ไว ๆ นะคะ”
“เรื่องนี้พี่รับปาก ไม่เกินสามเดือนพิมพ์ได้เป็นคุณอาแน่นอน” เพลงรบตอบน้องสาว
“อย่าทำเป็นปากเก่งหน่อยเลย” พิมพ์ลดาตีแขนพี่ชายก่อนที่จะบอกลาพี่สะใภ้
“ค่อยกลับวันหลังได้ไหมน้องพิมพ์” รสา พี่สะใภ้ของพิมพ์ลดาพูดขึ้น
“ไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้พิมพ์ต้องเข้าประชุมกับลูกค้าแต่เช้า เป็นลูกค้ารายใหญ่ไม่สามารถเลื่อนนัดได้” พิมพ์ลดาตอบ
รสามองหน้าพิมพ์ลดาก่อนที่จะหันไปมองหน้าสามี เธอตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็ไม่สามารถพูดมันออกมาได้
“กลับถึงที่พักโทรบอกพี่ด้วย” เพลงรบเดินไปส่งน้องสาวที่รถก่อนที่จะโบกมือลา
รสายืนส่งจนรถเคลื่อนออกไปก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้นบนที่มีห้องพระตั้งอยู่
“เป็นอะไรไป” เพลงรบเดินตามขึ้นมา
“ฉันจะสวดมนต์ คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ” รสาจุดธูปเทียนก่อนที่จะเริ่มสวดมนต์ เมื่อสักครู่เธอเห็นเงาดำคลุมทับร่างของพิมพ์ลดาเอาไว้ ตั้งใจที่จะเอ่ยเตือนแต่เธอไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ทางที่ดีที่สุดคือการสวดมนต์เสริมดวงชะตาให้กับพิมพ์ลดาเพราะดวงชะตาของพิมพ์ลดายังไม่ถึงฆาต
ระหว่างทางจากบ้านไปสนามบินต้องผ่านทางโค้งนับร้อยและมีหุบเหวด้านข้าง วันนี้ฝนตกหนักลมกรรโชกแรง สองข้างทางไม่มีรถยนต์สัญจรไปมา พิมพ์ลดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองเวลาในหน้าจอ
“ฉันกลัวจะไปไม่ทัน ช่วยเร่งอีกสักนิดได้ไหม” เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเช็คอินแต่ระยะทางยังไกลพอควร
“แต่ถ้าขับเร็วมันอันตรายนะครับ” คนขับรถพยายามเตือน
“ไม่เป็นไร หากเกิดอะไรขึ้นมาฉันรับผิดชอบเอง” พิมพ์ลดาพูดออกไป เมื่อได้รับคำสั่งคนขับรถจึงเร่งคันเร่งเพิ่มขึ้นท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ในจังหวะที่กำลังจะผ่านโค้งสุดท้ายนั้นด้านหน้ามีรถบรรทุกคันใหญ่ขับสวนเลนมาและจังหวะที่สวนทางกันนั้น หางของของรถบรรทุกก็ได้เสียหลักปัดเข้ามาที่รถยนต์ของพิมพ์ลดา
คนขับพยายามหักหลบหางรถบรรทุก แต่เพราะฝนตกหนักทำให้พื้นถนนลื่นรถยนต์จึงเสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทาง พิมพ์ลดารู้สึกเจ็บแน่นที่หน้าอกก่อนที่จะมองไปด้านคนขับซึ่งมีเลือดออกที่คิ้วขวา เมื่อเห็นว่าคนขับปลอดภัยพิมพ์ลดาจึงหมดสติไป
คนขับรถรีบลงจากรถก่อนที่จะโทรเรียกรถพยาบาลและโทรกลับไปบอกที่ไร่ รถพยาบาลมาพร้อมกับรถตำรวจ พิมพ์ลดาถูกส่งขึ้นรถพยาบาล คนขับรถให้ปากคำตำรวจ ไม่นานเพลงรบและคุณนิษฐาก็มาถึงก่อนที่จะตามน้องสาวไปที่โรงพยาบาล
ตำรวจพาคนขับรถไปทำแผลที่โรงพยาบาล ก่อนที่จะเอากล้องหน้ารถไปตรวจสอบ คนขับรถบรรทุกไม่ได้หนีไปไหนยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตรงที่เกิดเหตุ
ภายในห้องฉุกเฉินแพทย์ตรวจชีพจรของพิมพ์ลดารวมถึงเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบเพียงแรงกระแทกตรงหน้าอกซึ่งไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ที่เธอสลบอาจจะเพราะความตกใจกลัว เมื่อตรวจสอบดีแล้วแพทย์ได้ออกไปพบเพลงรบและคุณนิษฐาเพื่อบอกอาการของผู้ป่วย
เตียงนอนของพิมพ์ลดาตอนนี้ได้มีเงาสองสายยืนอยู่ ทั้งคู่กำลังถกเถียงกันจนกระทั่ง
“คนนี้แหละชื่อพิมพ์ลดา” ยมทูตที่ใส่ชุดดำบอกกับเพื่อนที่มาด้วยกัน
“ระบบก็ดันมาขัดข้องบ้าจริง” ยมทูตชุดขาวสบถออกมา
“รีบทำงานให้เสร็จเถอะ ที่ปรโลกยังมีวิญญาณอีกหลายดวงที่ต้องสอบสวน” ยมทูตชุดดำบอกกับสหาย ก่อนที่ยมทูตชุดขาวจะหงายฝ่ามือและดึงดวงวิญญาณของพิมพ์ลดาออกมา
ทันใดนั้นเสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพจรร้องขึ้นมา แพทย์ที่เพิ่งจะบอกกับญาติคนไข้ว่าคนไข้ปลอดภัยรีบกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ชีพจรของพิมพ์ลดากลับกลายเป็นศูนย์
คุณนิษฐาเป็นลมหมดสติ ไม่ต่างจากเพลงรบที่มีอาการแย่ไม่แพ้กัน หนักสุดคงจะเป็นแพทย์เจ้าของไข้แพทย์หนุ่มถึงกับเรียกอาจารย์หมอให้มาช่วยอ่านใบเอกซเรย์ว่าตรงกับที่ยืนยันหรือไม่ ซึ่งผลจากการที่อ่านใบเอกเซเรย์บอกว่าพิมพ์ลดามีอาการกระแทกที่หน้าอกบาดเจ็บภายในเล็กน้อยเท่านั้น
รสาเมื่อรู้ข่าวก็ตกใจจนเป็นลมกว่าจะฟื้นคืนสติก็ผ่านไปพักใหญ่ “ไม่จริง น้องพิมพ์ดวงยังไม่ถึงฆาตต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง” รสาบ่นพึมพำ
เพลงรบจัดงานศพให้น้องสาวอย่างสมเกียรติมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมงาน ทนายความเอาพินัยกรรมมามอบให้คุณนิษฐาเป็นผู้เซ็นรับก่อนที่จะให้ลูกชายและลูกสะใภ้ลงไปจัดการเรื่องโรงงานหลังจากงานเผาศพของลูกสาว
พิมพ์ลดาในตอนนี้ยืนอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า ปรโลก มันเป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนกับในนิยายหรือละครที่เคยดู ในปรโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่เอาไว้ดูประวัติของดวงวิญญาณ ถ้าใครทำความดีก็จะได้ไปเกิดใหม่ แต่ถ้าใครประวัติไม่ดีก็จะถูกส่งไปที่ชดใช้ความผิดซึ่งแบ่งเป็นระดับชั้น
ต้องบอกว่าตอนนี้พิมพ์ลดายังสับสนว่าเธอตายได้อย่างไร ในเมื่อหน้าอกเธอกระแทกกับถุงลมนิรภัยแล้วหมดสติไป ในตอนที่เธอกำลังจะลืมตาขึ้นมา กลับถูกดึงดวงวิญญาณออกมาและถูกยมทูตสองตนพามายังสถานที่แห่งนี้
“วิญญาณดวงต่อไปเข้ามา” เสียงยมทูตที่ใส่ชุดสีดำดังขึ้น พิมพ์ลดาเดินออกไปด้านหน้า ก่อนหน้านี้มีดวงวิญญาณห้าดวงที่ต้องรอฟังคำพิพากษาและตอนนี้ถึงคิวของเธอแล้ว
ยมทูตขาวเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาก่อนที่จะอ่านประวัติของพิมพ์ลดาออกมา
“นางพิมพ์ลดา เหล็กกล้า อายุ 50 ปี ตั้งแต่เกิดความดีที่ทำสะสมเอาไว้คือการเข้าวัดทำบุญ ส่วนความผิดที่ทำนั้นเยอะกว่าชอบฆ่าสุนัข และแมวจร ความดีที่สะสมมาไม่สามารถล้มล้างความผิดที่ทำได้ทางเราจึงต้องส่งดวงวิญญาณของนางพิมพ์ลดา เหล็กกล้าลงไปยังขุมนรกที่ 5 เพื่อไปเป็นทาสรับใช้สุนัขและแมวที่ทางปรโลกได้เลี้ยงเอาไว้” ยมทูตขาวอ่านจบแล้ว แต่พิมพ์ลดาก็ยังคงยืนอยู่กับที่ ก่อนที่เธอจะได้สติและขอให้ยมทูตอ่านให้ฟังใหม่อีกรอบ
“ดวงวิญญาณตนนี้ไม่ยอมรับความผิดที่กระทำมาใช่ไหม” มักจะมีดวงวิญญาณบางดวงที่ปฏิเสธการทำความผิดในโลกมนุษย์และดวงวิญญาณเหล่านั้นจะถูกส่งไปตรวจสอบที่ห้องสอบสวน
“ไม่ใช่ฉันไม่ยอมรับความผิด แต่ชื่อที่พวกคุณอ่านมามันไม่ใช่ชื่อของฉัน ฉันชื่อว่า นางสาวพิมพ์ลดา ไชยาเดช ปัจจุบันอายุ 33 ปี ไม่ใช่ นางพิมพ์ลดา เหล็กกล้า อายุ 50 ปี ที่คุณพูดถึง”
ยมทูตสองตนเมื่อได้ฟังดวงวิญญาณพูดก็หันมามองหน้ากัน ก่อนที่จะเปิดหน้าจอเพื่อค้นรูปของนางพิมพ์ลดา เหล็กกล้าขึ้นมา
“แย่แล้ว” ยมทูตสองตนอุทานพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสองจะทรุดลงกับพื้น
“ทำยังไงดี” การเอาวิญญาณผิดมานั้นเป็นโทษใหญ่ ยมทูตที่ทำความผิดจะถูกส่งเข้าสู่บ่อวัฏจักรสังขาลไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน
“ฉันต่างหากที่ต้องถามพวกคุณว่าฉันจะต้องทำยังไงดี คุณรู้ไหมว่าฉันสร้างโรงงานมาด้วยสองมือของฉัน มูลค่าของมันนับพันล้านบาท ไหนจะสภาพจิตใจของคนในครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกสาวที่แสนดีอย่างฉันไป” พิมพ์ลดาย่างเท้าเข้าไปหยุดตรงหน้ายมทูตที่นั่งอยู่บนพื้น
“ฉันจะฟ้องร้องพวกคุณให้ถึงที่สุด”
“ไม่นะ อย่าทำอย่างนั้น เอาอย่างนี้ดีไหมพวกเราจะพาคุณไปส่งที่ร่างเดิมของคุณ” ยมทูตดำได้สติก่อนที่จะลุกขึ้น
“ใช่ ๆ พวกเราจะพาคุณไปส่งเดี๋ยวนี้” พูดจบก็มีลมหอบใหญ่พัดดวงวิญญาณของพิมพ์ลดาให้ลอยออกไป
“ไม่จริง” เสียงยมทูตทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน เพราะตอนนี้ร่างของพิมพ์ลดากำลังโดนเปลวไฟเผาไหม้ ซึ่งวันนี้เป็นวันเผาศพของพิมพ์ลดาหลังจากที่เก็บมาครบ 7 วัน
พิมพ์ลดายืนมองแม่ พี่ชาย หลวงพ่อ พี่สะใภ้ คนทั้งหมดอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ ยิ่งแม่ของเธอนั้นเป็นลมหมดสติจนพี่ชายต้องรีบพาไปส่งโรงพยาบาล
“นี่คือสิ่งที่พวกคุณทำผิดพลาด บอกมาสิว่าจะชดใช้ให้ฉันยังไง”
อยากได้อะไรขอให้บอก
ตอนนี้ยมทูตทั้งสองได้พาพิมพ์ลดากลับมาที่ปรโลกเรียบร้อยแล้ว และพิมพ์ลดากำลังยืนคาดคั้นความผิดของยมทูตขาวดำที่ทำให้เธอต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะเอาดวงวิญญาณผิดดวง
“อย่าฟ้องร้องพวกเราได้ไหม คุณรู้ไหมถ้าพวกเราถูกฟ้องร้องเราจะถูกส่งไปเป็นสัตว์เดรัจฉานไม่มีวันได้เกิดเป็นมนุษย์” ยมทูตขาวก้มหน้าลงสำนึกผิด
“ใช่ ๆ อยากได้อะไรขอให้บอกพวกเรา เราทั้งสองจะจัดการให้” ยมทูตดำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นมา
“ตอนนี้ฉันจะทำอะไรได้ร่างของฉันก็โดนเผาไปแล้ว โรงงานที่ฉันรักใครจะสานต่อ” พิมพ์ลดานั่งลงก่อนที่จะร้องไห้ออกมา
“อย่าร้อง อย่าร้อง เป็นผู้หญิงร้องไห้จะไม่สวย” ยมทูตขาวขยับตัวเข้ามาปลอบ
“เป็นเพราะพวกคุณ” พิมพ์ลดาร้องไห้โฮออกมา ยมทูตทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่จะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
“คุณอยากได้โรงงานใช่ไหม พวกเราจัดการให้” ก่อนที่จะหยิบแท็บเล็ตออกมาจัดการเอาโกดังและโรงงานของพิมพ์ลดาใส่เข้าไปในนั้น
“คุณดูนี่สิ” ยมทูตดำยื่นแท็บเล็ตให้พิมพ์ลดา
พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะรับแท็บเล็ตมาเปิดดู ด้านในมีโรงงานและโกดังของเธออยู่ในนั้น
“มันก็คือเกมส์ไม่ใช่โรงงานของฉันสักหน่อย” พิมพ์ลดาส่งคืนให้ยมทูต
“ใครบอกว่ามันเป็นเกมส์ คุณลองสั่งผลิตของมาสักหนึ่งชิ้นสิ” ยมทูตขาวพูด พิมพ์ลดาจึงเข้าไปที่หน้าจอสั่งผลิตสครับขัดผิวมา 1 กระปุกโดยที่เธอเปิดหน้าโกดังเพื่อเลือกวัตถุดิบใส่ลงไปในหม้อผสม เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้วหน้าจอแท็บแล็ตก็ขึ้นข้อความว่าให้รอ 10 นาที ระหว่างนี้ให้ไปเลือกบรรจุภัณฑ์
พิมพ์ลดาเลื่อนไปหน้าบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะเลือกเป็นกระปุกกลมซึ่งมีขนาดพอดีกับของที่เธอสั่งผลิต เมื่อเลือกได้แล้วก็กลับมาที่หน้าจอหลักอีกครั้ง
“ระหว่างที่รอเรามาคุยกันหน่อยดีไหม” ยมทูตดำพูดขึ้น พิมพ์ลดาวางแท็บเล็ตลงข้างกายก่อนที่จะหันมามองหน้ายมทูตทั้งสอง
“พวกคุณกำลังจะติดสินบนฉันหรือคะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่เราขอประนีประนอมความก็เท่านั้น” ยมทูตขาวยกมือสะบัดไปมา
“พวกคุณลองพูดมาก่อนว่าฉันสามารถรับเงื่อนไขได้ไหม” พิมพ์ลดาคิดว่าลองฟังดูก่อนก็ไม่เสียหายเพราะตอนนี้เธอไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้ว
“คือว่าตอนนี้ท่านมัจจุราชกำลังอยู่ในช่วงลาพักร้อนหลังจากที่ไม่ได้ลาติดต่อกันมาเกือบหนึ่งร้อยปี ดังนั้นในปรโลกตอนนี้พวกเราสองคนเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุด และเมื่อเราสองคนทำผิดพลาดกับคุณพวกเราก็ขอชดใช้ด้วยการมอบโรงงานให้กับคุณ และจะให้คุณได้ลงไปเกิดใหม่ในร่างที่สามารถรับดวงจิตของคุณได้” ยมทูตขาวโบกมือหน้าจอโฮโลแกรมก็ขึ้นมาอีกครั้ง
พิมพ์ลดามองไปที่หน้าจอเธอเห็นบ้านยุคเก่าที่ไม่ใช่ยุคสมัยในตอนนี้
“จากที่ให้หน่วยประมวลผลทำการประมวลผลออกมาพบว่าผู้หญิงคนนั้นกับคุณมีดวงจิตที่คล้ายคลึงกัน และตอนนี้เธอกำลังสิ้นอายุขัย ถ้าคุณอยากมีชีวิตใหม่พวกเราสามารถส่งคุณไปยังร่างนั้นได้”
“คุณกำลังจะบอกฉันว่าจะส่งฉันไปเกิดใหม่ในร่างผู้หญิงคนนั้น แล้วคุณดูสิว่าสภาพบ้านเมืองของพวกเขาต่างกับบ้านเมืองที่ฉันจากมาแค่ไหน” พิมพ์ลดาชี้ไปที่บ้านและสภาพแวดล้อมโดยรอบที่เหมือนกับย้อนเวลาไปเกือบ 50 ปี
“ตอนนี้มีดวงร่างนี้ร่างเดียวเท่านั้นที่สามารถรับดวงจิตของคุณได้” ยมทูตขาวเลื่อนดูแต่ก็ไม่พบ
“ถ้าฉันยอมแล้วฉันจะได้อะไรบ้าง”
“คุณจะได้ร่างใหม่ แต่พวกเราจะชดเชยโดยการมอบแท็บเล็ตนี้ให้กับคุณ เอาให้คุณนำมันไปสร้างอนาคตของคุณยังที่แห่งนั้น ไม่พอพวกเราจะรับคุณเป็นเพื่อนไม่ว่าจะเรียกใช้เมื่อไหร่พวกเราสองคนก็จะไปพบคุณทันที”
ในตอนที่พิมพ์ลดากำลังตัดสินใจหน้าจอแท็บเล็ตก็มีไฟกระพริบออกมา เธอหันไปดูก็พบว่าสินค้าที่สั่งผลิตนั้นเสร็จเรียบร้อยและมันอยู่ในโกดังขนาดใหญ่
“ฉันจะเอาออกมาได้ยังไง” พิมพ์ลดาเงยหน้าขึ้นมาถาม
“กดตรงตะกร้าสินค้าของก็จะมาอยู่ในมือของคุณ” ยมทูตดำตอบ พิมพ์ลดาทำตามกดรูปตะกร้าสินค้าและในมือที่ว่างเปล่าของเธอก็มีกระปุกสครับวางอยู่
พิมพ์ลดาเปิดฝาออกและใช้มือหยิบเนื้อสครับขึ้นมาดมก่อนที่จะขยี้เพื่อตรวจสอบว่าได้มาตราฐานเหมือนกับโรงงานของเธอไหม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเหนือความคาดหมาย สครับกระปุกนี้เหมือนกับที่เธอผลิตเองทุกขั้นตอน
“ลองใช้ดูสิ” ยมทูตขาวสะบัดมืออ่างน้ำขนาดใหญ่ก็วางตรงหน้า พิมพ์ลดาเอาสครับถูที่แขนของเธอก่อนที่จะล้างน้ำออก
“มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น” พิมพ์ลดาลองเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตดูสินค้าที่สามารถผลิตได้ ซึ่งมันมีทุกอย่างเหมือนกับที่โรงงานของเธอมี ขอเพียงมีวัตถุดิบเพียงพอมันก็สามารถผลิตสินค้าออกมาได้ในจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีขั้นต่ำ ส่วนบรรจุภัณฑ์ก็มีให้เลือกหลากหลายชนิดและหลากหลายขนาด สลากสินค้าเองก็เช่นกัน
“คุณสนใจรับข้อเสนอของพวกเราไหม” ยมทูตดำเอ่ยถาม
“ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม” พิมพ์ลดาลองหยั่งเชิง
“ผมให้เวลาคุณแค่ 2 วันเท่านั้น” ยมทูตขาวตอบ
“ได้ค่ะ แล้วพวกคุณจะให้ฉันพักอยู่ที่ไหน” พิมพ์ลดาถาม
“ผมจะพาคุณไปห้องพักสำหรับต้อนรับแขก” ยมทูตดำโบกมือพิมพ์ลดาก็มาอยู่ที่ห้องพักซึ่งมีของอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์ลดาตอบ ก่อนที่ยมทูตชุดดำจะจากไป เมื่ออยู่คนเดียวพิมพ์ลดาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มสั่งผลิตของและเก็บเอาไว้ในโกดัง ของที่ผลิตรอบแรกมีสครับน้ำนม สครับมะขามเปียก สครับกาแฟและสครับสมุนไพร ก่อนที่จะเลื่อนไปอีกหน้าจอเพื่อสั่งผลิตเซรั่มบำรุงผิวหน้า ครีมอาบน้ำ แชมพู และยาสระผม ซึ่งทุกสูตรที่ผลิตล้วนแต่เป็นสูตรอ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
“มีโรงงานน้ำหอมด้วยหรือเนี่ย” พิมพ์ลดาเลื่อนไปหน้าสุดท้ายเป็นโรงงานผลิตน้ำหอมที่เพิ่งสร้าง ก่อนที่จะเลือกให้ผลิตน้ำหอมกลิ่นประจำตัวออกมา
ครบกำหนดสองวันพิมพ์ลดาตะโกนเรียกยมทูตทั้งสองให้ออกมา
“ได้คำตอบแล้วหรือ” ยมทูตดำถาม
“ใช่ค่ะ ฉันขอคำถามพวกคุณสักหน่อย คุณบอกว่าของพวกนี้จะมอบให้ฉันติดตัวไปด้วยใช่ไหมคะ”
“ใช่” ยมทูตทั้งสองตอบพร้อมกัน
“วัตถุดิบที่อยู่ในโกดังจะมีวันหมดอายุไหมคะ” พิมพ์ลดาถามต่อ
“ไม่ วัตถุดิบทั้งหมดที่อยู่ในโกดังของคุณจะคงสภาพไม่มีวันหมดอายุและมันจะเติมให้เต็มตลอด” ยมทูตขาวตอบ
“แล้วของสิ่งนี้จะอยู่กับฉันกี่ปีคะ”
“จนกว่าคุณจะสิ้นอายุขัย” ยมทูตดำตอบ
“แล้วที่พวกคุณบอกว่าจะเป็นเพื่อนกับฉัน เวลาฉันเดือดร้อนสามารถเรียกพวกคุณได้ใช่ไหมคะ”
“แน่นอน คุณสามารถเรียกหาพวกเราได้ทุกเวลา” ยมทูตทั้งสองตอบพร้อมกัน
“ข้อสุดท้ายแล้วค่ะ คือฉันสามารถเอาของที่ผลิตออกมาได้แค่อย่างเดียว ส่วนพวกวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานฉันไม่สามารถเอาออกมาได้ใช่ไหมคะ”
“คุณสามารถเอาของที่สั่งผลิตและวัตถุดิบออกมาได้ แต่ไม่สามารถเอาเครื่องจักรในโรงงานออกมาได้ครับ” ยมทูตดำเป็นคนตอบคำถามสุดท้าย
“ยังมีอีกข้อครับ คุณสามารถเอาของที่ผลิตส่งขายให้กับโรงงานได้ ผมจะทำให้ดู” ยมทูตขาวขอแท็บเล็ตจากพิมพ์ลดาก่อนที่จะเลื่อนหน้าจอไปที่โกดังสินค้าเลือกสินค้ามา 2 ชนิด ก่อนที่จะใส่เข้าไปในรูปร้านค้า
“คุณเห็นเงินตรงนี้ไหม มันเป็นราคาขายที่ขายออกไป”
พิมพ์ลดามองดูยอดเงินที่อยู่บ้านบนซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 1200 บาท
“ฉันจะเอาเงินออกมายังไง” พิมพ์ลดาถาม
“ทำเหมือนเอาสินค้าออกมาเลยครับ เลื่อนมันไปที่ตะกร้า” ยมทูตดำสาธิตให้ดู
“เข้าใจแล้วค่ะ เก็บมันไว้ที่เดิมเถอะค่ะ”
“คุณตกลงรับข้อเสนอของพวกเราไหมครับ”
“ตอนนี้ฉันคงไม่มีตัวเลือกที่ดีไปกว่านี้แล้วค่ะ” พิมพ์ลดาตอบเพราะถ้าเธอไม่เลือกตัวเลือกนี้วิญญาณของเธอก็ไม่สามารถไปเกิดได้เพราะยังไม่สิ้นอายุขัย ได้แต่ลอยไปลอยมาอยู่ในปรโลกซึ่งมันน่าเบื่อมาก
“ถ้าคุณตกลงเรารีบไปกันเถอะครับ” ยมทูตขาวดีใจ
“เดี๋ยวค่ะ คำขอสุดท้ายของฉันคือขอไปลาแม่ฉันหน่อยได้ไหมคะ” พิมพ์ลดายกมือห้ามเอาไว้
“ได้ครับ” ยมทูตขาวตอบก่อนที่จะพาพิมพ์ลดาไปอยู่ในห้วงความฝันของคุณนิษฐา
“พิมพ์ นั่นพิมพ์ใช่ไหมลูก”
“แม่” พิมพ์ลดาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าแม่ก่อนที่จะนั่งลงแล้วก้มลงกราบเท้า
“พิมพ์ ทำไมพิมพ์ทิ้งแม่ไปเร็วแบบนี้” คุณนิษฐาพยุงลูกสาวให้ลุกขึ้น
“แม่ พิมพ์ขอโทษค่ะ พิมพ์มาวันนี้เพราะพิมพ์จะมาลาแม่ แม่ต้องเข้มแข็งให้มากถึงจะไม่มีพิมพ์ แม่ก็ยังมีพี่เพลงส่วนโรงงานของพิมพ์ถ้าพี่เพลงดูแลไม่ไหว แม่ให้พี่เพลงประกาศขายได้เลยค่ะ” พิมพ์ลดากอดแม่อีกครั้งก่อนที่จะบอกลา
“แม่อย่าร้องไห้อีกเลย พิมพ์ขอให้แม่สุขภาพแข็งแรง พิมพ์รักแม่นะคะ” พิมพ์ลดาพูดจบก็ค่อย ๆ เลือนหายไป คุณนิษฐาสะดุ้งตกใจตื่นก่อนที่จะได้กลิ่นหอมของน้ำหอมที่ลูกสาวใช้เป็นประจำ