หุ้นไทยระส่ำ! สงครามตะวันออกกลางฉุด SET 1,050-1,080 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นพลังงาน รับน้ำมันพุ่ง
หุ้นไทยระส่ำ! สงครามตะวันออกกลางฉุด SET 1,050-1,080 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นพลังงาน รับน้ำมันพุ่ง
ตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ที่รุนแรงขึ้น กดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่ง จับตา SET วันนี้ในกรอบ 1,050-1,080 จุด มีลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนสูงราว 22%
สงครามตะวันออกกลาง ฉุดหุ้นดิ่ง-น้ำมันพุ่ง
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways to Sideways Down ต่อเนื่อง โดยแนวรับหลักอยู่ที่ Low เดิม 1,056+- จุด ถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้น
ขณะที่การเมืองในประเทศแม้จะได้ข้อสรุปว่ารัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อ แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคาดว่ายังไม่กลับมา ภาพรวมปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยยังต้องติดตามว่าสถานการณ์สงครามจะบานปลายทั้งในแง่การโจมตีตอบโต้ หรือการใช้มาตรการที่จะทำให้เกิด Supply Disruption ต่อราคาน้ำมันดิบ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องทั้งในด้านการเติบโตที่ชะลอแต่เงินเฟ้อปรับขึ้น
ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ แม้เราจะประเมินว่าการเดินหน้าต่อของรัฐบาลอาจทำให้ภาพรวมมีความชัดเจนขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ตลาดกังวลว่าจะถึงขั้นยุบสภาหรือไม่ แต่คาดว่ายังเป็นปัจจัย Overhang ในระยะกลางจากเสถียรภาพที่ยังต่ำจากคะแนนเสียงที่เกินกว่ากึ่งหนึ่งไม่มาก และมีแนวโน้มว่าการยุบสภาอาจเกิดขึ้นภายหลังจากผ่านงบประมาณปี 2026 แล้วเสร็จ
กลยุทธ์ พักเงินในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นปันผลสูง รวมถึง Global Play เช่น กลุ่มน้ำมันและส่งออก ซึ่งถูกกระทบจากความเสี่ยงการเมืองในประเทศจำกัดกว่า
จับตา SET วันนี้ 1,050-1,080 จุด
บล.ลิเบอเรเตอร์ คาด SET วันนี้ ย่อตัว ในกรอบ 1,050-1,080 จุด จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น คาดกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่วันนี้แนะติดตาม PMI ภาคการผลิตและบริการของ US & Eurozone กลยุทธ์แนะเก็งกำไรหุ้นที่ได้โมเมนตัมบวกจากราคาน้ำมันปรับขึ้น โดยวันนี้แนะนำ PTTEP
สถานการณ์ในตะวันออกร้อนแรงขึ้น โดยนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรํฐฯ แถลงว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ปฎิบัติการโจมตีเป้าหมายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ขณะที่ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ประนามการโจมตีของสหรัฐฯว่าเป็นการละเมิดร้ายแรง และอิหร่านเตรียมงัดทุกวิถีทางเพื่อตอบโต้ โดยในเวลาต่อมาทางด้านอิสราเอล เผยว่าได้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธมาจากอิหร่าน
นอกจากนี้ช่วงเวลาต่อมาทางด้านรัฐสภาอิหร่านได้ลงมติอนุมัติให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยช่องแคบนี้ถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญมากเนื่องจากมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 20% ของความต้องการทั่วโลก ต้องผ่านทางนี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะกระตุ้นราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงค่าระวางเรือให้ปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้
คาดวันนี้ตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทยตอบรับเชิงลบจากความเสี่ยงในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น แต่อย่างไรก็ดีอาจเห็นแรงพยุงในหุ้นกลุ่มพลังงานเข้ามาชดเชยได้บ้าง โดยยังแนะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนด้าน ตลท. ก็มีการออกมาตรการชั่วคราวเพื่อลดความผันผวน โดยปรับ Ceiling/Floor ลดลงครึ่งหนึ่ง และปรับกรอบ Dynamic Price Band รายหลักทรัพย์จาก +/- 10% เหลือ +/- 5% ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจคืนนี้ แนะเกาะติดการรายงาน PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ และยูโรโซน โดยคาดของสหรัฐฯอาจชะลอลง ขณะที่ยูโรโซนลุ้นค่อยๆฟื้นตัวขึ้น
สินทรัพย์เสี่ยง-น้ำมันผันผวนในระยะสั้น
บล.ไอร่า คาดตลาด Sideway Down ประเมินตลาดยังมีโอกาสเผชิญแรงกดดันจากจิตวิทยาเชิงลบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คาดตลาดจะมีความกังวลมากขึ้นหลังสหรัฐฯ เข้าร่วมการโจมตีอิหร่าน กระตุ้นความกังวลความรุนแรงตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น แต่มองสงครามดังกล่าวคาดจะยังไม่ขยายเป็นวงกว้างท าให้มองประเด็นดังกล่าวเป็น Noise รบกวนตลาดในระยะสั้น คาดจะส่งผลให้ราคาทิศทางราคา
แต่สิ่งที่มีความกังวลมากขึ้นคือความกังวลสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่อาจกลับมาเป็นปัจจัยหลักกดดันทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง หลังจีนยังไม่ส่ง Rare-earth Elements ให้แก่สหรัฐฯ ตามข้อตกลงล่าสุดในช่วงวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตแก่ผู้ผลิต Chip ในจีน (Samsung, TSMC และ SK Hynix) คาดจะเป็นปัจจัยหลักกดดันทิศทางตลาดในภูมิภาคปรับตัวลงได้อีกครั้ง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ยังคงมุมมองเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับต่ำ และไม่มีเครื่องยนต์ตัวใหม่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตได้ใหม่ อีกทั้งมองความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศจากรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพกดดันภาพรวมตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม รวมถึงคาดการณ์เจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ คาดไทยจะไม่มีความได้เปรียบในข้อตกลง
ในส่วนของการปรับเกณฑ์Ceiling/ Floor จาก 30%+/- เป็น 15%+/- และ Dynamic Price Band จาก 10%+/- เป็น 5%+/- ในช่วงวันที่23-27 มิ.ย. คาดในระยะสั้นจะช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นไทยได้บ้าง แต่มองไม่ส่งผลถึงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดหุ้นไทย
ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นกลุ่มพลังงาน
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ระบุว่า ในแง่มุมของตลาดการเงิน คาดว่าอยู่ในช่วงรอดูการตอบสนองของอิหร่าน หลังยังไม่ได้มีการอนุมัติปิดช่อแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ กดดันให้ตลาดหุ้น FUTURE ย่อตัวลงเช้านี้ราว -0.1% ถึง -0.8% ส่วนราคาน้ำมันดับ WTI ดีดตัวขึ้น +2.6% Vและราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อยราว +0.2%
BLOOMBERG ยังได้ประเมินกรณีราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งขึ้นเป็น 100$ และ 130$ อาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ดีดตัวเป็น +3.2% และ +3.9% ตามลำดับ ในเดือนมิ.ย.68 ทั้งนี้ ความเสี่ยงเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอาจทำให้การเดินหน้าปรับลดดอกเบี้ยของ FED ดูยากลำบากมากขึ้น
สรุป ประเด็นสงครามแถบตะวันออกกลางเข้ามากดดันให้ตลาดหุ้นโลกผันผวน หนุนราคาน้ำมันเช้านี้ดีดตัว แต่ถ้าสถานะการยืดเยื้ออาจเห็น FUND FLOW มีโอกาสเคลื่อนย้ายเข้ามาตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เพราะตลาดหุ้นไทยมี
สัดส่วนหุ้นพลังงานสูงราว 22% (SECTOR ENERG + PETRO) ขณะที่หุ้นโลกมีสัดส่วนหุ้นพลังงานเพียง 3.58% แนะนำ TRADING หุ้นน้ำมัน PTT, PTTEP, TOP, BCP รวมถึง DR หลบเลี่ยงความเสี่ยงข้างต้น JAPAN13, OIL03, GOLD03
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ