โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นไทยระส่ำ! สงครามตะวันออกกลางฉุด SET 1,050-1,080 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นพลังงาน รับน้ำมันพุ่ง

efinanceThai

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.25 น.

หุ้นไทยระส่ำ! สงครามตะวันออกกลางฉุด SET 1,050-1,080 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นพลังงาน รับน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ที่รุนแรงขึ้น กดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่ง จับตา SET วันนี้ในกรอบ 1,050-1,080 จุด มีลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนสูงราว 22%

สงครามตะวันออกกลาง ฉุดหุ้นดิ่ง-น้ำมันพุ่ง
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways to Sideways Down ต่อเนื่อง โดยแนวรับหลักอยู่ที่ Low เดิม 1,056+- จุด ถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้น

ขณะที่การเมืองในประเทศแม้จะได้ข้อสรุปว่ารัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อ แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคาดว่ายังไม่กลับมา ภาพรวมปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยยังต้องติดตามว่าสถานการณ์สงครามจะบานปลายทั้งในแง่การโจมตีตอบโต้ หรือการใช้มาตรการที่จะทำให้เกิด Supply Disruption ต่อราคาน้ำมันดิบ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องทั้งในด้านการเติบโตที่ชะลอแต่เงินเฟ้อปรับขึ้น

ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ แม้เราจะประเมินว่าการเดินหน้าต่อของรัฐบาลอาจทำให้ภาพรวมมีความชัดเจนขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ตลาดกังวลว่าจะถึงขั้นยุบสภาหรือไม่ แต่คาดว่ายังเป็นปัจจัย Overhang ในระยะกลางจากเสถียรภาพที่ยังต่ำจากคะแนนเสียงที่เกินกว่ากึ่งหนึ่งไม่มาก และมีแนวโน้มว่าการยุบสภาอาจเกิดขึ้นภายหลังจากผ่านงบประมาณปี 2026 แล้วเสร็จ

กลยุทธ์ พักเงินในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นปันผลสูง รวมถึง Global Play เช่น กลุ่มน้ำมันและส่งออก ซึ่งถูกกระทบจากความเสี่ยงการเมืองในประเทศจำกัดกว่า

จับตา SET วันนี้ 1,050-1,080 จุด

บล.ลิเบอเรเตอร์ คาด SET วันนี้ ย่อตัว ในกรอบ 1,050-1,080 จุด จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น คาดกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่วันนี้แนะติดตาม PMI ภาคการผลิตและบริการของ US & Eurozone กลยุทธ์แนะเก็งกำไรหุ้นที่ได้โมเมนตัมบวกจากราคาน้ำมันปรับขึ้น โดยวันนี้แนะนำ PTTEP

สถานการณ์ในตะวันออกร้อนแรงขึ้น โดยนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรํฐฯ แถลงว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ปฎิบัติการโจมตีเป้าหมายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ขณะที่ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ประนามการโจมตีของสหรัฐฯว่าเป็นการละเมิดร้ายแรง และอิหร่านเตรียมงัดทุกวิถีทางเพื่อตอบโต้ โดยในเวลาต่อมาทางด้านอิสราเอล เผยว่าได้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธมาจากอิหร่าน

นอกจากนี้ช่วงเวลาต่อมาทางด้านรัฐสภาอิหร่านได้ลงมติอนุมัติให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยช่องแคบนี้ถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญมากเนื่องจากมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 20% ของความต้องการทั่วโลก ต้องผ่านทางนี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะกระตุ้นราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงค่าระวางเรือให้ปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้

คาดวันนี้ตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทยตอบรับเชิงลบจากความเสี่ยงในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น แต่อย่างไรก็ดีอาจเห็นแรงพยุงในหุ้นกลุ่มพลังงานเข้ามาชดเชยได้บ้าง โดยยังแนะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนด้าน ตลท. ก็มีการออกมาตรการชั่วคราวเพื่อลดความผันผวน โดยปรับ Ceiling/Floor ลดลงครึ่งหนึ่ง และปรับกรอบ Dynamic Price Band รายหลักทรัพย์จาก +/- 10% เหลือ +/- 5% ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจคืนนี้ แนะเกาะติดการรายงาน PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ และยูโรโซน โดยคาดของสหรัฐฯอาจชะลอลง ขณะที่ยูโรโซนลุ้นค่อยๆฟื้นตัวขึ้น

สินทรัพย์เสี่ยง-น้ำมันผันผวนในระยะสั้น

บล.ไอร่า คาดตลาด Sideway Down ประเมินตลาดยังมีโอกาสเผชิญแรงกดดันจากจิตวิทยาเชิงลบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คาดตลาดจะมีความกังวลมากขึ้นหลังสหรัฐฯ เข้าร่วมการโจมตีอิหร่าน กระตุ้นความกังวลความรุนแรงตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น แต่มองสงครามดังกล่าวคาดจะยังไม่ขยายเป็นวงกว้างท าให้มองประเด็นดังกล่าวเป็น Noise รบกวนตลาดในระยะสั้น คาดจะส่งผลให้ราคาทิศทางราคา

แต่สิ่งที่มีความกังวลมากขึ้นคือความกังวลสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่อาจกลับมาเป็นปัจจัยหลักกดดันทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง หลังจีนยังไม่ส่ง Rare-earth Elements ให้แก่สหรัฐฯ ตามข้อตกลงล่าสุดในช่วงวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตแก่ผู้ผลิต Chip ในจีน (Samsung, TSMC และ SK Hynix) คาดจะเป็นปัจจัยหลักกดดันทิศทางตลาดในภูมิภาคปรับตัวลงได้อีกครั้ง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ยังคงมุมมองเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับต่ำ และไม่มีเครื่องยนต์ตัวใหม่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตได้ใหม่ อีกทั้งมองความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศจากรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพกดดันภาพรวมตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม รวมถึงคาดการณ์เจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ คาดไทยจะไม่มีความได้เปรียบในข้อตกลง

ในส่วนของการปรับเกณฑ์Ceiling/ Floor จาก 30%+/- เป็น 15%+/- และ Dynamic Price Band จาก 10%+/- เป็น 5%+/- ในช่วงวันที่23-27 มิ.ย. คาดในระยะสั้นจะช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นไทยได้บ้าง แต่มองไม่ส่งผลถึงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดหุ้นไทย

ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นกลุ่มพลังงาน

บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ระบุว่า ในแง่มุมของตลาดการเงิน คาดว่าอยู่ในช่วงรอดูการตอบสนองของอิหร่าน หลังยังไม่ได้มีการอนุมัติปิดช่อแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ กดดันให้ตลาดหุ้น FUTURE ย่อตัวลงเช้านี้ราว -0.1% ถึง -0.8% ส่วนราคาน้ำมันดับ WTI ดีดตัวขึ้น +2.6% Vและราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อยราว +0.2%

BLOOMBERG ยังได้ประเมินกรณีราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งขึ้นเป็น 100$ และ 130$ อาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ดีดตัวเป็น +3.2% และ +3.9% ตามลำดับ ในเดือนมิ.ย.68 ทั้งนี้ ความเสี่ยงเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอาจทำให้การเดินหน้าปรับลดดอกเบี้ยของ FED ดูยากลำบากมากขึ้น

สรุป ประเด็นสงครามแถบตะวันออกกลางเข้ามากดดันให้ตลาดหุ้นโลกผันผวน หนุนราคาน้ำมันเช้านี้ดีดตัว แต่ถ้าสถานะการยืดเยื้ออาจเห็น FUND FLOW มีโอกาสเคลื่อนย้ายเข้ามาตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เพราะตลาดหุ้นไทยมี
สัดส่วนหุ้นพลังงานสูงราว 22% (SECTOR ENERG + PETRO) ขณะที่หุ้นโลกมีสัดส่วนหุ้นพลังงานเพียง 3.58% แนะนำ TRADING หุ้นน้ำมัน PTT, PTTEP, TOP, BCP รวมถึง DR หลบเลี่ยงความเสี่ยงข้างต้น JAPAN13, OIL03, GOLD03

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...