โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยผลสำรวจ ‘เวิร์คพอยท์’ ติดอันดับสื่อที่คนไทยให้ความเชื่อถือ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.35 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(24 มิ.ย. 68) สถาบันรอยเตอร์ส ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เปิดรายงานสถานการณ์สื่อทั่วโลก Digital News Report 2025 ในส่วนของประเทศไทยพบว่าตลาดสื่อของประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการที่สื่อดั้งเดิมต้องสูญเสียฐานผู้ชมให้กับ อินฟลูเอนเซอร์ เนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างกว้างขวาง โดย Infotainment (ข่าวสารที่ให้ความบันเทิง) มักกลบข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่งผลให้เกิดความแตกแยกทางความคิดรุนแรงขึ้น และบั่นทอนเสรีภาพสื่อในภูมิทัศน์ที่กำหนดโดยเศรษฐกิจแพลตฟอร์มและการกำกับดูแลที่เปราะบาง

จากรายงาน Digital News Report 2025 พบว่า 88% ของคนไทยเข้าถึงข่าวออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางหลัก กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18–34 ปี ถึง 63% ระบุว่าใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข่าวหลัก ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่คนเลือกดูข่าวออนไลน์ (43%) มากกว่าอ่าน (32%) โดยเฉพาะผ่าน Facebook, YouTube และ TikTok ซึ่งวิดีโอแบบ live และอธิบายแบบโต้ตอบกำลังเป็นที่นิยม การใช้ TikTok เพื่อเสพข่าวพุ่งสูงถึง 49% เพิ่มขึ้น 10% ภายในปีเดียว

เทคโนโลยี AI เริ่มขยายบทบาทในวงการสื่อไทย โดย Nation TV ได้นำเสนอผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง Natcha ในเดือนเมษายน 2024 ตามมาด้วย Marisa ของ Mono 29 ในเดือนพฤษภาคม 2024 สถานีโทรทัศน์สาธารณะอย่าง Thai PBS ก็กำลังเดินหน้าใช้ AI เพื่อยกระดับบริการข่าวสาร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และรูปลักษณ์ เมื่อเลือกระหว่างผู้ประกาศข่าวที่เป็นมนุษย์กับ AI ความริเริ่มเหล่านี้เสนอศักยภาพในการประหยัดต้นทุนสำหรับอุตสาหกรรมที่เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ก็จุดประกายการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับการแทนที่งาน ความถูกต้อง และจริยธรรมด้วย

ช่องโทรทัศน์ดั้งเดิมยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากสาธารณชนในระดับสูง โดย ช่อง 7 HD (74%), อมรินทร์ทีวี (73%), และ เวิร์คพอยท์ทีวี (72%) มีคะแนนความเชื่อมั่นค่อนข้างสูง เช่นเดียวกับ Thai PBS (72%) และ ไทยรัฐ (70%) อย่างไรก็ตาม สัญญาณของการลดลงก็ปรากฏให้เห็น Nation TV ซึ่งเคยเป็นช่องข่าวหลัก มีความเชื่อมั่นลดลงเหลือ 62% ในขณะที่สื่อข่าวระดับภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เผชิญความท้าทายทางธุรกิจมากที่สุด ได้รับความเชื่อมั่นเพียง 59%

นอกจากนี้อุตสาหกรรมข่าวของไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตจากรายได้จากโฆษณาที่ลดลง และผู้ชมที่กระจายตัวไปที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นๆ นอกจากนี้การพึ่งพารายได้จากโฆษณาแฝงก็ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสื่อและการตลาดดูไม่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

60% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ารู้จัก กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดังจากรายการโหนกระแส บ่งชี้ถึงความนิยมของ infotainment ที่นำเสนอเรื่องร้อนแรงแบบตรงไปตรงมา ขณะที่นักข่าวสายวิเคราะห์อย่าง สุทธิชัย หยุ่น(25%) และ จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์(20%) ยังเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนเมืองมีการศึกษา

ทางด้านนักข่าวสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์อย่าง อนุวัต เฟื่องทองแดง หรือ อนุวัติจัดให้ (37%), PondOnNews (6%), และ ตุ๊ดย่อยข่าว (5%) ได้ข้ามผ่านโครงสร้างบรรณาธิการแบบดั้งเดิม โดยนำเสนอเนื้อหาที่กระชับ อารมณ์ร่วมสูง แต่บ่อยครั้งขาดความเข้มงวดทางวารสารศาสตร์แบบดั้งเดิม ส่วน สนธิ ลิ้มทองกุล (32%) ได้เบลอเส้นแบ่งระหว่างวารสารศาสตร์กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง

แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเร่งผลักดันการกำกับดูแลออนไลน์ที่เข้มงวดขึ้น แต่การควบคุมแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับบริษัทต่างชาติ ซึ่งจำกัดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ

ในรายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า สื่อมวลชนไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ระหว่างการรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ กับความจำเป็นต้องปรับตัวในโลกดิจิทัลที่ถูกขับเคลื่อนด้วยตัวบุคคลและอัลกอริทึม หากไม่มีการสนับสนุนหรือการกำกับดูแลที่เหมาะสม “ความจริง” อาจกลายเป็นของหายาก และหน้าที่ตรวจสอบอำนาจของสื่อจะค่อยๆ เลือนหายไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...