โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทัพเรืออินโดฯ จับเรือติดธงไทยลอบขนยาเสพติด 2 ตัน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 11.18 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17 พ.ค. 68) วานนี้(16 พ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์ส์รายงานกองทัพเรืออินโดนีเซียสกัดจับเรือต่างชาติที่บรรทุกยาเสพติดเกือบ 2 ตัน รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15,000 ล้านบาท) ใกล้ชายฝั่งเกาะสุมาตรา พร้อมควบคุมลูกเรือ 5 คนเป็นชายชาวไทย 1 คน และชาวเมียนมาอีก 4 คน

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณน่านน้ำ ตันจุง บาไล การิมุน จังหวัดหมู่เกาะริเอา เมื่อเรือลำดังกล่าวดับไฟและเร่งความเร็วเพื่อพยายามหลบหนีการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ แต่ไม่รอดถูกควบคุมตัวและนำไปยังฐานทัพเรือ

โฆษกกองทัพเรือ พลเรือโท อี มาเด วีรา ฮาดี อาร์ซันตา วัรธานา แถลงว่า เจ้าหน้าที่พบ ถุงบรรจุสีเหลืองและขาวประมาณ 100 ถุง ภายในบรรจุ โคเคนประมาณ 1.2 ตัน และ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 705 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านล้านรูเปียห์ การจับกุมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งใน การตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนที่มาของยาเสพติดเหล่านี้ รวมถึงจุดหมายปลายทางของเรือ โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นทางหรือจุดหมายของเรือที่ติดธงชาติไทยลำนี้

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายต่อต้านยาเสพติดที่เข้มงวดที่สุดในโลก การลักลอบค้ายาเสพติดมีโทษถึงขั้น ประหารชีวิต

ข้อมูลจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า ปี 2566 มีการยึดเมทแอมเฟตามีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกันถึง 190 ตัน โดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติยังคงใช้ช่องทางในอ่าวไทยและภูมิภาค “สามเหลี่ยมทองคำ” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ชายแดนของเมียนมา ไทย และลาว เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดออกนอกภูมิภาค

ย้อนกลับไปในปี 2565 อินโดนีเซียเคยยึดโคเคนจำนวน 179 กิโลกรัมในน่านน้ำใกล้ท่าเรือเมรัค บนเกาะชวา ซึ่งถือเป็น การยึดโคเคนครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...