โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

มัดรวมทุกไฮไลต์ ส่องความแฮปเพนนิ่งของถนนวิทยุในอดีตแบบจัดเต็มที่ The Wireless House One Bangkok

ONCE

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 13.12 น.

ONCE พาไปสำรวจประวัติศาสตร์ถนนวิทยุ ผ่าน 4 โซนไฮไลต์ประจำ The Wireless House One Bangkok นิทรรศการถาวรที่จัดแสดงเส้นทางการเดินทางย่านวิทยุ-พระราม 4 และอาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดง ซึ่งถือเป็นสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกในประเทศไทย ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของพื้นที่

One Bangkok Art and Culture ให้เกียรตินำทางพาไปทำความรู้จักเบื้องหลังการจัดนิทรรศการถาวรที่จัดแสดงใน The Wireless House One Bangkok เจาะลึกทั้งมิติทางประวัติศาตร์และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเกร็ดเล็กน้อยสนุกๆ เรื่องราวจะเป็นยังไงบ้าง ตามไปดูกันเลย

เดินตามร่องรอยประวัติศาสตร์ของถนนวิทยุ

เริ่มแรกเราอยากให้ทุกคนใช้จินตนาการลบภาพจำพื้นที่ปัจจุบันแห่งนี้ออกก่อน ลองนึกภาพบริเวณนี้เป็นทุ่งนากว้างๆ ยังไม่มีถนนตัดผ่าน และมีอาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดงตั้งตระหง่านอยู่ ซึ่งในยุคแรกอาคารวิทยุแห่งนี้มีเสาวิทยุสูงถึง 60 เมตร คอยทำหน้าที่รับ-ส่งสัญญาณวิทยุโทรเลข แต่ในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้ลดทอนความสูงเหลือเพียง 20 เมตร เพื่อความปลอดภัยไม่ให้รบกวนบริเวณรอบข้าง โดยเสาส่วนที่เหลือนำไปฝังกลบใต้อาคารแห่งนี้

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า The Wireless House One Bangkok เป็นอาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดงที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ความจริงแล้วเป็นการหยิบยกชิ้นส่วนบางอย่างมากลับประกอบสร้างเป็นอาคารจำลอง โดยอ้างอิงจากเอกสาร รูปภาพ และบันทึกต่างๆ เพื่อให้ใกล้เคียงกับของจริง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของอาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดง ซึ่งอาคารจริงได้ถูกรื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว มีเพียงเสาวิทยุสูง 60 เมตรตั้งอยู่

ทีม One Bangkok Art and Culture ระบุว่า ตอนขุดค้นทางโบราณคดี ร่วมกับกรมศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม และนักโบราณคดี พวกเขานำตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อระบุหาชนิดของพืชพันธุ์ที่เคยเจริญเติบโตอยู่ในบริเวณนี้ แล้วจึงส่งผลวิเคราะห์ต่อไปยังนักภูมิสถาปัตย์ เพื่อสร้างภาพจำลองภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณนี้

แม้ไม่สามารถนำบรรยากาศดั้งเดิมกลับมาได้ แต่ทางทีม One Bangkok Art and Culture ก็พยายามจำลองสถานการณ์ให้เสมือนจริงที่สุด โดยใช้ไอริสน้ำที่มีลักษณะคล้ายรวงข้าวมาแทนภาพทุ่งข้าว รวมถึงปลูกมาร์กาเร็ต บอร์เนียวให้เป็นพุ่มอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์ ซึ่งเป็นพืชในวงศ์ตระกูลเดียวกันกับที่ค้นพบในผลการวิเคราะห์ ทั้งหมดนี้เพื่อจำลองบรรยากาศและอาคาร The Wireless House One Bangkok ให้คล้ายคลึงสมจริงกับอาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดงที่สุด

โซน 1 ยุควิทยุโทรเลข

เปิดประตูต้อนรับผู้ชมมาพบกับโซนนี้ เราจะเห็นภาพอาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดงในอดีต ตั้งแต่ พ.ศ.2456 รัชสมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาทรงเปิดอาคารหลังนี้ด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทรงส่งวิทยุโทรเลขฉบับแรกจากสถานีกรุงเทพฯ สู่สถานีสงขลา เพื่อส่งต่อไปที่เรือใกล้ชายทะเล ถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคการสื่อสารไร้สายของประเทศไทย

ความน่าสนใจของโซนนี้อีกหนึ่งอย่างคือ อาคารสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดงเคยส่งวิทยุโทรเลขเชื่อมต่อกับยุโรปเป็นครั้งแรก เชื่อมตรงไปยังกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ถือเป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และเป็นประตูเชื่อมโยงประเทศไทยสู่โลกภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนบริเวณกลางห้องมีการจำลองการส่งรหัสมอร์สให้ทุกคนมาลองเล่น เลือกได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ อยากส่งถึงใคร หรือจะส่งถึงตัวเองก็ทำได้นะ หลังจากลงชื่อผู้ส่ง ผู้รับ พร้อมข้อความเรียบร้อยแล้ว เวลาแห่งความสนุกก็เริ่มขึ้น! ทุกคนจะได้มาลองกดรหัสมอร์สแบบง่ายๆ แถมยังสามารถปรินต์ข้อความนี้กลับบ้านได้อีกด้วย

โซน 2 ยุควิทยุกระจายเสียง

สำรวจพัฒนาการของการกระจายเสียง จากเดิมที่ใช้เพียงสัญญาณมอร์ส พัฒนามาสู่การส่งเสียงพูด และออกอากาศเสียงเพลง สำหรับโซนนี้เป็นพื้นที่โชว์อุปกรณ์การกระจายเสียง ซึ่งเราสามารถฟังเสียงที่เคยออกอากาศในอดีตได้ด้วย ยอมรับว่าฟังครั้งแรกเรารู้สึกไม่คุ้นหู มันไม่เหมือนเพลงในปัจจุบัน แต่ถ้าย้อนกลับไปในสมัยนั้น สิ่งที่เรากำลังฟังอยู่มันใกล้เคียงกับสิ่งมหัศจรรย์มากๆ

นอกจากนี้ โซนนี้ยังเป็นพื้นที่ให้ความรู้ถึงความแตกต่างระหว่างวิทยุแร่กับวิทยุหลอด โดยวิทยุหลอดเป็นวิทยุที่ใช้หลอดสุญญากาศ ช่วงแรกถือเป็นของหายาก มีราคาแพง ผู้ครอบครองต้องมีใบอนุญาต ส่วนใหญ่เป็นคนรวยหรือข้าราชการ ขณะที่วิทยุแร่ เป็นวิทยุที่ประกอบง่ายๆ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า

บ้านไหนมีวิทยุหลอดหรือวิทยุแร่เก็บไว้ เอามาอวดกันหน่อยนะ

โซน 3 การขุดค้น อนุรักษ์ และปฏิสังขรณ์

ไฮไลต์ประจำโซนคือโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในพื้นที่ก่อสร้าง ส่วนที่นำมาจัดแสดงเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แบ่งเป็น 3 ยุคหลัก ไล่เรียงลำดับความเก่าแก่ตั้งแต่ซ้ายไปขวา

ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดคือถ้วย ชาม เซรามิกจากจีน ไล่ลำดับตามมาด้วยเซรามิกจากญี่ปุ่น แต่เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงใกล้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้มีเซรามิกจากเกาหลี อังกฤษ หรือแถบยุโรปเข้ามาผสมผสาน ลำดับถัดมาคือกลุ่มเครื่องดื่ม ขวดแก้ว โคโลญ

การค้นพบโบราณวัตถุสะท้อนการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมการกินของไทย และการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่บริเวณนี้ สมัยเก่าแก่นิยมใช้ถ้วยก้นลึก ช้อนตักซุป แสดงให้เห็นว่าสมัยนั้นนิยมรับประทานอาหารประเภทข้าวต้ม ผัดผัก หรืออาหารที่มีความเปียกค่อนข้างสูง ขณะที่ช่วงหลังเริ่มมีจานแบนเข้ามา เป็นช่วงเมนูเครื่องยำ ของทอด เข้ามามีบทบาทในวัฒนธรรมการกินของไทย สะท้อนอิทธิพลและรสนิยมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

นอกจากนี้ การพบเครื่องดื่มประเภทขวดแก้ว สามารถบอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่ จากสถานีวิทยุโทรเลข สู่โรงเรียนเตรียมทหาร และสวนลุมไนท์บาซาร์ สะท้อนการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จากทุ่งนาในอดีต สู่การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในเวลาต่อมา

โซน 4 ย่านวิทยุ – พระราม 4 อดีต – ปัจจุบัน – อนาคต

โซนสุดท้ายเป็นการสรุปพัฒนาการของย่านวิทยุ-พระราม 4 ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มที่ยังเป็นเพียงทุ่งศาลาแดง จนปัจจุบันกลายมาเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มองภาพการเปลี่ยนผ่านจากมิติทั้งนวัตกรรม สถาปัตยกรรม วิธีคิด วิถีชีวิตของผู้คน ตลอดไปจนถึงศักยภาพในการพัฒนาการย่านในอนาคต

เกร็ดเล็กน้อยที่น่าสนใจคือเรื่องราวเบื้องหลังการกำเนิดสวนลุมพินี เกิดจากรัชกาลที่ 6 ทรงมีแผนจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นงานมหกรรรมนานาชาติใหญ่ระดับโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 15 ปีของพระองค์ แม้วางแผนอย่างดี มีการปรับพื้นที่ สร้างหอนาฬิกาขนาดใหญ่ และจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ แต่โครงการก็ถูกยกเลิกไป เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตกะทันหัน หลังจากนั้นพื้นที่บริเวณนี้จึงได้รับการพัฒนาเป็นสวนลุมพินี

ไฮไลต์สำคัญคือผลงานศิลปะจากสองศิลปินสะท้อนเรื่องราวของพื้นที่ย่านวิทยุ-พระราม 4

‘กาลปฏิสันถาร’ โดย นักรบ มูลมานัส สะท้อนบรรยากาศความเป็นสมัยใหม่ในช่วงรัชกาลที่ 6 ผ่านรูปถ่ายเก่ามาตัดแปะหรือคอลลาจลงบนแม่พิมพ์ทองแดงโลหะ โดยภาพทั้งหมดแสดงถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในสวนลุมพินี เช่น การปิกนิก การเต้นลีลาศ การพายเรือเป็ด รวมถึงการประกวดนางสาวสยามครั้งแรก นอกจากนี้ การใช้ทองแดงโลหะมาเป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะทองแดงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสื่อสารด้วยวิทยุโทรเลข

‘ปิ่นโทน’ โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินนำลวดลายจากโบราณวัตถุที่ขุดพบ มาสร้างสรรค์เป็นลวดลายบนชั้นต่างๆ ของปิ่นโตชิ้นนี้ ส่วนถ้าถามว่าทำไมชื่อผลงานปิ่นโทน มาจากคำว่าปิ่นโต ผสมกับคำว่าโทน ในภาษาเยอรมันแปลว่าดี สื่อความหมายถึงการเก็บเรื่องราวดีๆ จากผืนดินไว้ในปิ่นโต รวมถึงตั้งใจเชื่อมโยงผูกเข้ากับเครื่องเบญจรงค์ไทยอีกด้วย

The Wireless House One Bangkok ตั้งอยู่ใน One Bangkok เปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...