โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้ทัน ‘กับดักของถูก’ คนโดนหลอก เพราะอยากประหยัด นักท่องเที่ยวตกเป็นเป้ามิจฉาชีพ

Thairath Money

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 10.37 น.
ภาพไฮไลต์

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวคือภาคส่วนที่มักจะคึกคักเสมอในหลากหลายประเทศ จากการหลั่งไหลเข้าของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะในฤดูร้อน ฤดูหนาว แต่ละพื้นที่ก็มักจะมีช่วงไฮซีซันของตัวเองเสมอ และนอกจากเม็ดเงินที่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว อุตสาหกรรมนี้กลับกำลังเผชิญปัญหาจากเหล่า “มิจฉาชีพ” ที่ใช้โอกาสจากแหล่งท่องเที่ยวดังมาดึงเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งหลอกได้เงินเยอะ

จากรายงานของ Mastercard Economics Institute (MEI) ระบุว่า ในปี 2024 อัตราการโกงในภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 18% ในช่วงฤดูร้อน และพุ่งสูงถึง 28% ในฤดูหนาว โดยเฉพาะในจุดหมายปลายทางที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังผันผวน ภาคการท่องเที่ยวจึงกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เกิดการโกงมากที่สุด

โดยได้มีการจัดอันดับ รูปแบบกลโกง ที่ถูกใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่ง MEI พบว่า ทัวร์และเอเจนซี่ท่องเที่ยวมีอัตราการโกงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 4.5 เท่า รองลงมาคือสินค้าในกลุ่มกระเป๋าเดินทางและสินค้าหนังที่มีอัตราเสี่ยงสูงใกล้เคียงกันกับทัวร์ ซึ่งอาจมีเบื้องหลังเป็นมิจฉาชีพขายของปลอม ตามมาด้วยบริการแท็กซี่และรถเช่า ซึ่งก็เผชิญกับระดับการโกงที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน

ในขณะที่บริการอื่น ๆ อย่างการจองตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟมักจะมีอัตราการโกงต่ำกว่า และส่วนของการจองโรงแรมก็ถือว่าเสี่ยงน้อยที่สุดในกลุ่ม และลำดับถัดจากนั้นจะเป็นในกลุ่มร้านขายสินค้าและร้านอาหารที่มักจะมีการโกงในบางพื้นที่

ทั้งนี้ กลโกงต่าง ๆ มักจะเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ที่โดยปกติแล้วนักท่องเที่ยวมักจะทำการจองที่พัก สถานที่ ตลอดจนตั๋วต่าง ๆ ก่อนเดินทางจริงเสมอ จึงเป็นการเปิดช่องทางให้มิจฉาชีพฉวยโอกาส โดยข้อมูลจาก MEI ชี้ว่า ในปี 2024 การโกงในขั้นตอนแรกของการวางแผนท่องเที่ยว อย่างเช่น การจองทัวร์ จองโรงแรม เพิ่มขึ้นกว่า 12% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยกลโกงที่พบบ่อย ได้แก่ รูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกปรับแต่งให้ดูเว่อร์เกินจริง ลิงก์ยืนยันปลอม โปรโมชั่นลวงที่เสนอราคาถูกเกินจริง ซึ่งมิจฉาชีพจะใช้ความต้องการของผู้คนที่อยาก “เที่ยวถูก” ในช่วงเงินเฟ้อ กดดันให้คนรีบตัดสินใจโดยไม่ตรวจสอบให้ดี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานออกมาอีกว่า สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปจำนวนมาก มักกลายเป็นเป้าหมายชั้นดีของกลุ่มมิจฉาชีพ เนื่องจากมีทั้งจำนวนคนและปริมาณธุรกรรมที่สูงเป็นพิเศษ มิจฉาชีพจึงมักตั้งบริษัททัวร์ปลอมขึ้นมา หลอกล่อนักท่องเที่ยวด้วยข้อเสนอสุดล่อตาล่อใจ เช่น ทัวร์พิเศษ ทริปท่องเที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ หรือประสบการณ์สุดพรีเมียม พร้อมเรียกเก็บเงินล่วงหน้าหรือเสนอราคาถูกผิดปกติเพื่อดึงดูดเหยื่อ

ทั้งนี้ อัตราการโกงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง โดยรายงานพบว่า เมืองที่มีรายงานการโกงน้อยที่สุด ได้แก่ ซานฟรานซิสโก (สหรัฐฯ), ดับลิน (ไอร์แลนด์), โซล (เกาหลีใต้), บูดาเปสต์ (ฮังการี) และเอดินบะระ (สก็อตแลนด์) ขณะที่เมืองที่มักถูกรายงานว่ามีการโกงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวสูง ได้แก่ คนคูน (เม็กซิโก), ฮานอย (เวียดนาม), ธากา (บังกลาเทศ) และกรุงเทพฯ (ประเทศไทย)

(ทั้งนี้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงการเปรียบเทียบแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่การจัดอันดับว่าเมืองใดมีการโกงสูงสุดหรือต่ำสุด)

“กลโกง” กระทบแค่ไหนกับคนเที่ยวและธุรกิจ?

ทั้งนี้ การโกงในการท่องเที่ยวไม่ได้กระทบแค่ผู้บริโภค แต่ยังรวมถึงธุรกิจด้วย ตั้งแต่พวกมิจฉาชีพที่จ้องหลอกนักท่องเที่ยว ไปจนถึงกลโกงที่แฝงอยู่ในขั้นตอนจองบริการต่าง ๆ ทำให้อุตสาหกรรมนี้กลายเป็นเป้าหมายโปรดของเหล่าคนโกง

ยกตัวอย่างตัวเลขของปี 2020 ในธุรกิจสายการบิน เมื่อเกิดการทุจริตในการชำระเงิน (Payment Fraud) ทำให้สายการบินทั่วโลกสูญเสียรายได้ไปราว 1.2% ของรายได้ต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนคนที่เดินทางมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคเริ่มมองหาดีลตั๋วเครื่องบินหรือที่พักราคาถูกเกินจริงมากขึ้น

ซึ่งกลโกงของมิจฉาชีพได้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนให้ภาคธุรกิจเร่งหาแนวทางป้องกัน มิเช่นนั้นธุรกิจอาจจะต้องเผชิญกับผลกระทบมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น

  • ขาดทุนทางการเงิน: การทุจริตส่งผลให้เกิดความเสียหายโดยตรงจากการจองที่ถูกหลอก การขอคืนเงิน (Chargeback) หรือธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงต้นทุนในการสอบสวนหรือจัดการปัญหาเบื้องหลัง

  • แบรนด์เสียชื่อเสียง: เมื่อเกิดเหตุโกง ลูกค้าจะเริ่มไม่มั่นใจ และลังเลที่จะกลับมาใช้บริการอีก ส่งผลให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียหายโดยเฉพาะเมื่อเกิดกระแสข่าวในวงกว้าง

  • ปัญหาด้านกฎหมายและการกำกับดูแล: หากข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ารั่วไหล อาจนำไปสู่การถูกปรับจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือการฟ้องร้องทางกฎหมายได้

  • ประสบการณ์ลูกค้าที่แย่ลง: การโกงอาจทำให้ระบบล่าช้า เกิดการยกเลิกเที่ยวบินโดยไม่คาดคิด หรือบริการอื่น ๆ ติดขัด ทีมดูแลลูกค้าต้องใช้เวลานานขึ้นในการตอบกลับ ส่งผลให้ความพึงพอใจโดยรวมลดลง

นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อวิธีการวางแผนและจองทริปของนักท่องเที่ยว รวมถึงพฤติกรรมขณะเดินทางด้วย ยิ่งในยุคที่การขโมยข้อมูลส่วนตัวและการหลอกลวงทางออนไลน์แพร่หลาย นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเริ่มหาวิธีป้องกันตัวเองจากภัยเหล่านี้

โดยนักท่องเที่ยวได้หันมาป้องกันภัยให้ตัวเองในการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) การซื้อประกันการเดินทาง หรือเลือกใช้บัตรเครดิตที่มีนโยบายไม่รับผิดชอบเมื่อเกิดการฉ้อโกง ตลอดจนเพิ่มระบบป้องกันการหลอกลวง (ซึ่งบางผู้ให้บริการทั้งทางการเงินและอื่น ๆ ได้หันมาใช้งาน AI ในการตรวจสอบความผิดปกติแล้ว) และสำหรับจุดหมายปลายทางที่พบว่ามีอัตราการหลอกลวงสูง โดยเฉพาะการหลอกนักท่องเที่ยว อาจทำให้คนจำนวนมากตัดสินใจเพิ่มความระมัดระวัง หรือเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นแทน

ที่มา: Mastercard [1][2], CNBC, DataDome

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้ทัน ‘กับดักของถูก’ คนโดนหลอก เพราะอยากประหยัด นักท่องเที่ยวตกเป็นเป้ามิจฉาชีพ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...