โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 ทันโลก : เหตุใดทรัมป์เปิดศึกกับ ม.ฮาร์วาร์ด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 21.24 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 14.24 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

26 พ.ค. – ความขัดแย้งระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทำให้เกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐ

ปมปัญหาของฮาร์วาร์ด กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ มีจุดเริ่มต้นจากความขัดแย้งทางการเมืองลามเป็นข้อกฎหมาย เพราะนายทรัมป์ต้องการควบคุมมหาวิทยาลัยซึ่งบ่มเพาะแนวคิดที่ขัดกับนโยบายของตนและฝ่ายอนุรักษ์นิยม ทำให้ในเวลานี้นักศึกษาต่างชาติมากมายต้องอยู่ในสภาพเคว้งคว้าง

มันคือฝันที่เป็นจริงของนักเรียน นักศึกษาทุกคนที่จะได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คุณหลิน ยู่ฉวน นักศึกษาชาวไต้หวันคนนี้ ได้รับหนังสือตอบรับที่เธอเฝ้ารอ เพื่อเริ่มเข้าเรียนในเดือนกันยายนนี้ แต่ความฝันของเธอต้องค้างเติ่งอยู่ รู้สึกกังวลใจและไร้ที่พึ่ง เพราะปัญหาระหว่างสถาบันการศึกษาในฝันของเธอกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ คุณหลิน ยู่ฉวน ยอมรับว่าอาจต้องหาที่เรียนใหม่ ซึ่งเป็นชะตากรรมที่ไม่คาดคิดของนักศึกษาต่างชาติประมาณ 6,800 คน คิดเป็นมากกว่า 27% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากจีนและอินเดีย

แล้วมันเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างนายทรัมป์กับฮาร์วาร์ด ตั้งแต่เดือนเมษายน รัฐบาลของนายทรัมป์ได้เริ่มตรวจสอบมหาวิทยาลัยหลายสิบแห่ง โดยเฉพาะที่มีการประท้วงต่อต้านอิสราเอล ที่ทำสงครามในกาซาอย่างรุนแรง โดยกำหนดข้อเรียกร้องทางการจ้างงาน การรับนักศึกษา และแนวทางการเรียนการสอน เพื่อจัดการกับปัญหา “การต่อต้านชาวยิว” ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ปฏิบัติตาม รัฐบาลแจ้งว่าจะยกเลิกสถานะของฮาร์วาร์ด ที่ได้รับการยกเว้นภาษี และจะอายัดเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ฮาร์วาร์ดต่อต้านคำสั่ง โดยประกาศว่าจะยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ เพราะทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างจัดการกับปัญหาการต่อต้านชาวยิว

จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลได้ยกระดับการเผชิญหน้าไปอีกขั้น โดยนางคริสตี โนม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตสำหรับ “โครงการนักเรียนและนักเรียนแลกเปลี่ยนของฮาร์วาร์ด เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย” อ้างว่า “ส่งเสริมความรุนแรง” และ “ต่อต้านชาวยิว” ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวหาว่าประสานงานกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน

วันรุ่งขึ้นรัฐบาลจีนตอบโต้ว่าเป็นการนำการศึกษาไปเป็นประเด็นการเมือง ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และสถานะในระดับนานาชาติของสหรัฐเอง และเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งห้ามโดยเร็วที่สุด

ส่วนฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เรียกการกระทำของรัฐบาลว่า “ผิดกฎหมาย” เน้นย้ำความมุ่งมั่นต้อนรับนักศึกษาและนักวิชาการนานาชาติ จากกว่า 140 ประเทศทั่วโลกที่จะช่วยเติมเต็มคุณค่าของมหาวิทยาลัยและสหรัฐอเมริกา อย่างประเมินค่าไม่ได้ จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาล หนึ่งวันถัดมาในวันศุกร์ แม้ว่าศาลจะออกคำสั่งระงับคำสั่งห้ามชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่ข้อยุติที่ชัดเจน

วานนี้ นายทรัมป์ยังโจมตีต่อเนื่องว่าฮาร์วาร์ดใช้งบจากรัฐบาลไปกับนักเรียนต่างชาติ รวมถึงประเทศที่ไม่เป็นมิตรกับสหรัฐ เขายังได้เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ด ส่งมอบข้อมูลชื่อและรายละเอียดของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกขอเงินจากรัฐบาล

เมื่อมองจากท่าทีนายทรัมป์ เขาต้องการให้สถาบันทางวิชาการปฏิบัติตามแนวนโยบายที่เขาต้องการ เมื่อมองลึกลงไปในประวัติศาสตร์ ทำให้เข้าใจดีว่าสถาบันการศึกษาเป็นเป้าหมายของฝ่ายอนุรักษณ์นิยมในสหรัฐมานาน แล้วนักวิชาการเตือนว่ายิ่งผู้นำที่มีลักษณะอำนวจนิยม จะเห็นว่าสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งบ่มเพาะปัญญาชนที่เป็นอุปสรรคในการปกครองได้

ดังนั้น นักศึกษาต่างชาติยังคงอยู่ในภาวะเคว้งคว้าง ไม่เว้นแม้แต่มกุฎราชกุมารีอลิซาเบธ องค์รัชทายาทของราชวงศ์เบลเยียม ทางสำนักพระราชวังเบลเยียม แจ้งว่าคำสั่งของรัฐบาลนายทรัมป์ทำให้การศึกษาที่ฮาร์วาร์ดของพระองค์ตกอยู่ในความไม่แน่นอน

นักศึกษาต่างชาติหลายคนเปรียบตัวเองว่ากำลังถูกใช้เป็นเบี้ย ในเกมการต่อสู้ระหว่างทำเนียบขาวกับฮาร์วาร์ด ทั้งที่พวกเขาเชื่อว่าอเมริกาเป็นดินแดนที่พวกเขาสามารถ เสรีภาพในการพูด เสรีภาพทางวิชาการ และชุมชนทางปัญญา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...