โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : หัวไชเท้า ในศาสตร์แพทย์แผนจีน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 03.24 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บทความนี้เรียบเรียงโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence : AI)โดยมีเนื้อหาหลักจากคลิปวิดีโอ

3 กรกฎาคม 2568

หัวไชเท้า ในทางการแพทย์แผนจีน มีประโยชน์อย่างไร ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน กินแล้วส่งเสริมสุขภาพด้านใดบ้าง

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบกับ อาจารย์แพทย์จีน ดร.เสาวลักษณ์ มีศิลป์ คณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (สัมภาษณ์เมื่อ 20 มิถุนายน 2568)

หัวไชเท้า” ต้านมะเร็งได้ จริงหรือ ?

ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่า ในหัวไชเท้ามีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ “ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ” ซึ่งการอักเสบเรื้อรังเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเซลล์มะเร็ง ดังนั้น การรับประทานหัวไชเท้าจึงอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้รักษามะเร็งโดยตรง

“หัวไชเท้า” ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยการมองเห็น ช่วยด้านกระดูกและผิวหนัง ต้านอนุมูลอิสระ จริงหรือ ?

ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้ยืนยันว่าหัวไชเท้าสามารถป้องกันโรคหัวใจได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่าหัวไชเท้ามี สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม ในทางการแพทย์แผนจีน การกินหัวไชเท้าเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพนั้นต้องพิจารณาตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลเป็นหลัก

สรรพคุณในมุมมองแพทย์แผนจีน

ในทางโภชนาการสมัยใหม่ หัวไชเท้าเป็นผักที่มีน้ำตาลและไขมันต่ำ แต่มีวิตามินซี แคลเซียม และแมกนีเซียมสูง ส่วนในมุมมองของแพทย์แผนจีน หัวไชเท้ามี “ฤทธิ์เย็น” จึงมีสรรพคุณโดดเด่นในการ “ขจัดความร้อนและสลายเสมหะ” เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะร้อนในร่างกาย เช่น มีอาการไอ เสมหะเหนียวข้นสีเหลือง ตัวร้อน หน้าแดง หรือคอแห้ง

นอกจากนี้ หัวไชเท้ายังช่วย “บำรุงระบบย่อยอาหาร” สำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หรือท้องผูก และยังมีฤทธิ์ “ขับปัสสาวะ” ช่วยลดอาการบวมน้ำได้อีกด้วย

ใครบ้างที่ควรระวังการกินหัวไชเท้า ?

แม้จะมีประโยชน์ แต่ด้วยความที่หัวไชเท้ามีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะ “ร่างกายพร่องหนาว” หรือคนที่ขี้หนาวมาก ๆ มือเท้าเย็นง่าย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานในปริมาณมาก รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการขี้หนาวและปัสสาวะบ่อยอยู่แล้ว ก็ควรจำกัดปริมาณการกินเช่นกัน

กินแบบไหนให้ได้ประโยชน์สูงสุด ?

  • กินสด : จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีอย่างเต็มที่
  • ปรุงสุก : การนำไปต้มหรือปรุงอาหารด้วยความร้อน อาจทำให้สารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบบางชนิดออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการบริโภค

สิ่งที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารให้หลากหลาย ไม่ควรกินหัวไชเท้าอย่างเดียวทุกวัน ควรกินควบคู่ไปกับผักและอาหารอื่น ๆ เช่น เห็ดหูหนู แครอท เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล

สรุป : หัวไชเท้าเป็นผักที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งช่วยแก้ร้อนใน ขับเสมหะ บำรุงระบบย่อยอาหาร และมีสารที่อาจช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะและเลือกให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : หัวไชเท้า ในศาสตร์แพทย์แผนจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...