โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

3 ช่องทีวีดิจิทัลเหนื่อย! รายได้โฆษณา TV ยังหด!

Share2Trade

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

จบไปแล้วสำหรับการประกาศผลการดำเนินงาน 3 หุ้นทีวีดิจิทัลชื่อดัง ทั้ง บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือBEC, บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE และบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK

3 ช่องทีวีดิจิทัลเหนื่อย!_S2T (เว็บ).jpg

แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 ของ BEC จะมีกำไรสุทธิ 43 ล้านบาท เติบโต 203% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ยังมีแรงกดดับต่อตลาดสื่อโฆษณาโทรทัศน์โดยรวม จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางจากกหลายปัจจัย ส่งผลให้รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ลดลง

โดยไตรมาส 1/2568 มีรายได้จากการขายเวลาโฆษณาของ อยู่ที่ 755.6 ล้านบาท ลดลง 13.9% จากไตรมาส 1/2567 เนื่องจากกำลังซื้อโฆษณาในไตรมาสแรกจะน้อยลงดามฤดูกาล

แต่ในส่วนของธุรกิจที่ผลักดันหลักๆ จะมาจาก รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากสามธุรกิจหลัก ได้แก่ รายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายละละครไปต่างประเทศ (Global Content Liceng) ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) และธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน (Events & Artist Management) โดยมีรายอยู่ที่ 238.5 ล้านบาท เติบโต 123.3% จากไตรมาส 1/2567 หลังรายได้ของธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน รวมทั้งธุรกิจการจำหน่ายละครไปต่างประเทศซึ่งใตรมาสนี้ขายสิทธิ์ละครได้เพิ่มขึ้น

โดยสรุป รายได้จากการดำเนินงานของกลุ่ม BEC อยู่ที่ 994.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากใตรมาสที่ 1/2567 ทั้งนี้รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC ยังคงเป็นรายได้หลักอยู่ที่ 76% ของรายได้จากการดำเนินงาน โดยยังคงมาจากการขายโฆษณาของ “ช่อง 33” เป็นหลัก

ขณะที่ฝั่งของ ONEE สาหัสพอสมควร เพราะผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 22.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจ Content Marketing ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในภาพรวม และเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณา (TV Ads) ที่ลดลง

รวมถึงในไตรมาส 1/2568 มี Content ใหม่ๆออกอากาศค่อนข้างน้อย และถึงแม้จะมีรายได้ในกลุ่มของ Idol Marketing ที่เติบโตได้อย่างโดดเด่นมาชดเชย ทำให้รายได้รวมยังเติบโตได้ แต่จากการที่ในกลุ่มธุรกิจ Idol Marketing มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่า ทำให้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้เพียงพอ และเกิดผลประกอบการขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้

โดยมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Content Marketing รวม 780.77 ล้านบาท ลดลง 13.22% ตามภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโฆษณาสื่อโทรทัศน์

ขณะที่รายได้จากกลุ่มธุรกิจ Idol Marketing เติบโตโดดเด่น 657.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.36% กลุ่มบริษัทฯ เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจนี้ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับกระแสความนิยมของโลก ซึ่งจากการที่บริษัทฯ มี Content ที่ได้รับความนิยมทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างศิลปินที่ได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับ และสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนฝั่งของ WORK ไม่แพ้กัน ไตรมาส 1/2568 มีผลขาดทุนสุทธิกว่า 24 ล้านบาท แรงกดดันหลักๆ มาจาก โดยรายได้จากธุรกิจรายการ โทรทัศน์รวมเท่ากับ 341.98 ถ้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ซึ่งบริษัทระบุว่า

ไปตามการลดลงของเม็ดเงินโฆษณาผ่านช่องทางโทรทัศน์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดงานของบริษัท ประกอบด้วย รายได้จากการจัดงาน Event ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นการรับจ้างผลิตให้แก่บุคคลภายนอกและจัดขึ้นเองโดยบริษัท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 เพราะมีงานที่สำคัญที่รับจัดงานให้แก่ลูกค้า ได้แก่ งาน Binanceth Street Of The Future Festival และงาน คาราวาน Birdy เอสเปรสโซ เป็นต้น

และที่น่าสนใจ บริษัทมีรายได้ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้าและบริการอื่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

โดยมีรายได้เท่ากับ 48.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 289% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักๆ เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจัดหาศิลปิน และขายสินค้าที่ระลึกของกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ของบริษัท อาทิเช่น 4EVE และ ATLAS

สรุปภาพรวมของทั้ง 3 บริษัท แรงกดดันหลักๆ จะมาจากภาพรวมตลาดสื่อโฆษณาโทรทัศน์โดยรวมที่เป็นแรงกดดันสำคัญ จากสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่ที่น่าจับตา ในธุรกิจบริหารศิลปินของทั้ง 3 บริษัท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ที่ยังถือว่ามีสัดส่วนน้อย เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานรวมของบริษัท

ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2568 ยังคงมีความท้าทาย จากเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และเศรษฐกิจโลก ที่มีผลต่อเม็ดเงินโฆษณา แต่ BEC นักวิเคราะห์คาดทั้งปี 68 จะมีกำไร 354 ล้านบาท เติบโต 268% ขณะที่ ONEE คาดกำไรลดลง 35% และ WORK หนักสุด คาดยังมีขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาท

โดย BEC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.54 บาท โดย อุตฯ สื่อทีวีมีแนวโน้มชะลอตัว แต่คาด BEC มีผลประกอบการโดดเด่นกว่ากลุ่มฯ จากการลดขนาดองค์กร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไร และประสบความสาเร็จในธุรกิจภาพยนตร์หนุนกำไร (100 ลบ./ปี) นอกจากนี้ ฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเงินสดฯ 4.8 พันล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 0.5 เท่า คาดให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 2%

ทั้งนี้คาดกำไรจะเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 4/68 จากภาพยนตร์ “ธี่หยด3” จึงยังคาดกาไรสุทธิปี 2568 ที่ 354 ล้านบาท เติบโต 268% จากปีก่อน หรือกำไรปกติ 354 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน

ส่วน ONEE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ขาย” แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 2.00 บาท โดยผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ต่ำกว่าคาด จาก GPM ที่ต่ำกว่าคาด ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ลง 11% และปี 2569 ลง -5% เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของรายได้และ GPM ที่ช้ากว่าคาด โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 272 ล้านบาท ลดลง 35% จากปีก่อน และปี 2569 ที่ 358 ล้านบาท เติบโต 31% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่ WORK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงคาแนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 4.70 บาท ผลประกอบการและราคาเป้าหมายปี 2568 มีโอกาสเกิด Downside จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคยังชะลอตัว ขณะที่บริษัทยังไม่มี Content ดีพอจะดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาไว้ได้ แม้ธุรกิจบริหารศิลปินจะเติบโตเด่น แต่ก็ยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้รวม

ขณะที่คาดผลประกอบการไตรมาส 2/68 ฟื้นจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาลที่เป็นช่วง High season ของอุตฯ สื่อโฆษณา แต่ผลประกอบการยังมีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคยังคงชะลอตัว ทำให้ผลประกอบการปี 2568 มีโอกาสเกิด Downside อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังคงคาดขาดทุนสุทธิปี 2568 ที่ -39 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าขาดทุนสุทธิ -243 ล้านบาท

3-ช่องทีวีดิจิทัลเหนื่อย!.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...