โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เมนูญี่ปุ่น”ถูกใจคนไทยปี 2025 ซูชิ-เซตอาหาร-ปิ้งย่างมาแรง

The Better

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • THE BETTER
‘ดาต้าเซ็ต’เจาะอินไซต์อาหารญี่ปุ่น พบ “ซูชิ” ยังคงครองแชมป์เมนูยอดนิยมของคนไทย ขณะที่ช่วงราคาต่อมื้อที่ชาวโซเชียลยอมจ่ายมาไม่เกิน 500 บาท ที่สำคัญต้องอร่อยมีคุณภาพ

ปี 2025 “อาหารญี่ปุ่น” ยังครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างเหนียวแน่น ไม่ใช่แค่เพียงมื้อพิเศษในโอกาสพิเศษอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมการกินที่คนไทยหลายคนนิยมเลือกรับประทานในชีวิตประจำวันตั้งแต่ซูชิ ซาชิมิ ราเมน ชาบู ยากินิกุ และ ข้าวหน้าต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูโปรดของคนหลากหลายช่วงวัย ซึ่งความนิยมนี้เองสะท้อนผ่านการพูดถึง (Mention) และการมีส่วนร่วม (Engagement) จำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมของผู้บริโภคและการเติบโตของตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทย

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ระหว่างวันที่ 22 เมษายน – 21 พฤษภาคม 2568 เพื่อนำมาวิเคราะห์ Insight เกี่ยวกับ “เทรนด์อาหารญี่ปุ่นในไทย” ทั้งในแง่ของความนิยมและพฤติกรรมการบริโภคอาหารญี่ปุ่นของคนไทย

อินไซต์จานโปรด! เมนูไหนที่คนไทยชอบโพสต์

จากข้อมูลที่รวบรวมและวิเคราะห์ผ่าน Social Listening เสียงสะท้อนจากโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นโพสต์รีวิวร้าน แชร์ภาพอาหาร หรือ คอมเมนต์ต่าง ๆ ช่วยให้เราไขคำตอบว่า “จานโปรด” ของคนไทยคืออะไร ความนิยมเหล่านี้สามารถวัดได้จากยอดเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าเมนูไหนมาแรง และเมนูไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์

เมนู “Sushi” เมนูยอดฮิตของคนไทย ได้รับ Engagement สูงถึง 50.2% ด้วยความหลากหลายทั้งในด้านรสชาติ วัตถุดิบ ทั้งซูชิแบบดั้งเดิมหรือแบบฟิวชัน รวมถึงประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย เช่น A la carte ซูชิสายพาน แฮนด์โรลซูชิ (เทมากิซูชิ) โอมากาเสะ และ บุฟเฟต์

เมนู “อาหารเซต” ที่เรียกว่า เทโชกุ (Teishoku) ได้รับ Engagement 23.7% อาหารชุดสไตล์ญี่ปุ่น มักประกอบด้วย ข้าว ซุปมิโสะ อาหารจานหลัก และเครื่องเคียง โดยคำนึงถึงความสมดุลของคุณค่าทางโภชนาการ จึงเป็นมื้ออาหารที่ผู้บริโภคนิยมเลือกรับประทาน

เมนู “ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น (Yakiniku)” ได้รับ Engagement 10.4% ปิ้งย่างบนเตาถ่านแบบญี่ปุ่น ทำให้ได้กลิ่นหอมของถ่าน และดึงรสชาติของเนื้อที่ไม่ผ่านการปรุง อีกทั้งเป็นหนึ่งในเมนูที่อยู่ในโอกาสพิเศษของหลายคน การพบปะคนที่รัก หรือหากมาคนเดียวบางร้านก็มีบาร์สำหรับสาย Introvert อีกด้วย

เมนู “ชาบู” อาหารประเภทหม้อไฟ ได้รับ Engagement 10.4% เมนูโปรดของหลายคนที่ชอบน้ำซุปร้อน ๆ สามารถเลือกสรรวัตถุดิบลงไปลวกในหม้อด้วยตนเอง เปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในกิจกรรมร่วมกันระหว่างมื้ออาหารกับคนที่เราทานด้วย

เมนู “ราเมน” ได้รับ Engagement 3.3% เมนูเส้นของญี่ปุ่น พร้อมน้ำซุปหอมๆ ที่มีรสชาติหลากหลายตามการปรุงของแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น รวมถึงการผสมผสานรสชาติแบบฟิวชันให้ถูกปากคนไทย

เมนู “ข้าวหน้าแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ทงคัตสึ และเทมปุระ” ได้รับ Engagement รวมกันอยู่ที่ 2% เป็นอีกสามประเภทอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสำหรับสายของทอด กรุบกรอบ และชื่นชอบความหอมจากเครื่องเทศในแกงกะหรี่

10 แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตในรอบเดือน

แม้อาหารญี่ปุ่นจะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคก็คือ “แบรนด์” ร้านอาหาร ด้วยจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในไทย การสร้าง Branding และความน่าเชื่อถือของแบรนด์จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญของการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ทั้งในด้านคุณภาพ ไปจนถึง

เมื่อวิเคราะห์จากสัดส่วนยอดเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ จะเห็นภาพความนิยมของผู้บริโภคต่อแบรนด์อาหารญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน โดยข้อมูลจาก Social Listening พบว่า แบรนด์ Yayoi ครองอันดับ 1 ด้วยยอด Engagement สูงถึง 31.1% ตามมาด้วย Sushiro ร้านซูชิสายพานชื่อดังที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับ 2 ที่ 20.3% อันดับ 3 คือ ZEN ซึ่งมียอด Engagement อยู่ที่ 11.2% AKA เป็นอันดับ 4 ที่ 9.6% และ แบรนด์ในเครือ Oishi Group อันดับ 5 ที่ 6.5%

สำหรับแบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่ใน Top 10 ได้แก่ Mo-Mo-Paradise (4.6%), KOUEN (4.5%), Kiiro Sushi (4.3%), Shabushi (4.0%) และ Yakiniku Like (3.9%) ตามลำดับ

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่า 5 ใน 10 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท ”ซูชิ“ ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ในหัวข้อก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า “ซูชิ” คือเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย ความนิยมในเมนูนี้จึงส่งผลต่อการมีส่วนร่วม (Engagement) ของแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านซูชิโดยตรงอย่างชัดเจน

ราคาเท่าไรโดนใจ? เจาะลึกช่วงราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย

นอกจากชื่อเสียงของร้านอาหารแล้ว “ราคา” ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเลือกบริโภคอาหารญี่ปุ่นของผู้คนในปัจจุบัน ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่ร้านซูชิสายพานราคาย่อมเยา ไปจนถึงร้านโอมากาเสะสุดพรีเมียม ผู้บริโภคจึงมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามงบประมาณและความคาดหวังในการรับประทาน

จากการสำรวจ “ราคาเฉลี่ยต่อมื้อต่อคน” หากมองในภาพรวมของอาหารญี่ปุ่น พบว่า ช่วงราคาที่ 251-500 บาทต่อมื้อต่อคน ได้รับ Engagement สูงถึง 40.9% (150,535 ครั้ง) รองลงมาเป็น ช่วงราคา 101-250 บาทต่อมื้อ ได้รับ Engagement 33.2% (122,349 ครั้ง) ช่วงราคา 501-1,000 บาทต่อมื้อ 23.9% (88,241 ครั้ง) และมากกว่า 1,000 บาทต่อมื้อ 2% (7,375 ครั้ง) ตามลำดับ

แต่เมื่อจำแนกตามประเภทอาหารญี่ปุ่น จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ชาวโซเชียลให้ความสนใจต่อช่วงราคาในแต่ละประเภทอาหารอย่างไร

Sushi: ช่วงราคา 251-500 บาทต่อมื้อ ได้รับ Engagement สูงถึง 60.8% สะท้อนว่าลูกค้ามองว่าเป็นช่วงราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งในแง่ของราคา คุณภาพวัตถุดิบ และประสบการณ์ในการรับประทาน

อาหารเซต: ช่วงราคา 101-250 บาทต่อมื้อ ได้รับความสนใจสูงถึง 92.8% จากยอดเอ็นเกจเมนต์สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียมองว่าอาหารเซตเป็นมื้ออาหารประจำวันที่ตอบโจทย์

Yakiniku & Shabu: ช่วงราคา 501-1,000 บาทต่อมื้อ โดย Yakiniku ได้รับความสนใจ 65.1% และ Shabu 56.6% จากยอดเอ็นเกจเมนต์แสดงให้เห็นว่า อาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นและชาบูยังคงเป็นตัวเลือกมื้อสำคัญที่ลูกค้าชื่นชอบ

โซเชียลให้ความสำคัญกับอะไร? เมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึง “อาหารญี่ปุ่น” บทสนทนาของผู้คนบนโซเชียลมีเดียให้ความสำคัญกับ “คุณภาพและรสชาติของอาหาร” มากที่สุดเป็นอันดับแรก ด้วยจำนวนการกล่าวถึง (Mention) ที่สูงถึง 46.5% อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญไม่แพ้กันและได้รับการพูดถึงเป็นอันดับรองลงมา คือ “ราคาและความคุ้มค่า” ที่ได้รับการกล่าวถึง (Mention) มากถึง 42.3%

นอกจากคุณภาพและราคาของอาหารที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นหลักแล้ว พบว่า อีกหนึ่งคีย์เวิร์ดที่ปรากฏบ่อยครั้งบนโซเชียลมีเดียและได้รับการพูดถึงไม่น้อยเลย คือ คำว่า “เชฟเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ” และ “เจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ” ซึ่งกลายเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยการันตีความเป็นต้นตำรับ (authenticity) ของมื้ออาหารในสายตาผู้บริโภคชาวไทย โดยมีสัดส่วนการถูกพูดถึง (Mention) อยู่ที่ 11.2%

จากการสำรวจความคิดเห็นและการพูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่นของผู้คนในโลกออนไลน์ นอกจากแบรนด์เชนชื่อดังที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดกลางและขนาดเล็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เนื่องจากมีเชฟชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ลงมือปรุงอาหารเอง หรือมีเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นคอยควบคุมคุณภาพอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะร้านประเภทแฮนด์โรลซูชิ และโอมากาเสะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญแค่เพียงรสชาติหรือราคาเท่านั้น แต่ยังมองหา “ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่นจริงๆ”

การระบุว่าเชฟหรือเจ้าของร้านเป็น “ชาวญี่ปุ่นแท้ๆ” กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในสายตาผู้บริโภค อีกทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินัล ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับมื้ออาหารในมุมมองของผู้บริโภค

ดังนั้น “เชฟและเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่อยู่เบื้องหลังคุณภาพของอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญลักษณ์ทางจิตวิทยา” ที่ช่วยสร้างความแตกต่างในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันสูงในไทยอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...