‘นาฏศิลป์ไทย’ เฉิดฉายบนเวที ‘เทศกาลมรดกวัฒนธรรมฯ’ ในเฉิงตู
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
เฉิงตู, 29 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (28 พ.ค.) เทศกาลมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้นานาชาติ (เฉิงตู) แห่งประเทศจีน ครั้งที่ 9 เปิดฉากขึ้นในเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ทำให้การแสดงนาฏศิลป์อันงดงามของไทยได้ปรากฏสู่สายตาของผู้ชมหลังมีพิธีเปิด โดยเหล่านางรำสวมชุดไทยสวยงาม ร่ายรำไปตามเสียงดนตรีอันไพเราะ
เทศกาลฯ ครั้งนี้จะจัดจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. และในปีนี้มีการจัดตั้งกลไก “ประเทศและเมืองซึ่งเป็นแขกรับเชิญเกียรติยศ” เป็นครั้งแรก โดยมีมาเลเซียเป็นประเทศเกียรติยศ และเมืองแอลเจียร์ (ประเทศแอลจีเรีย) ปีนัง (ประเทศมาเลเซีย) เชียงใหม่ (ประเทศไทย) และบารี (ประเทศอิตาลี) เป็นเมืองเกียรติยศ
นางรำที่เข้าร่วมงานเทศกาลฯ ครั้งนี้มาจากโรงเรียนบ้านนาฏศิลป์ดนตรีมณฑิรา ซึ่งส่วนใหญ่มาเยือนเมืองเฉิงตูเป็นครั้งแรก จึงทั้งตื่นเต้นและคาดหวัง เช่นเดียวกับแก้มบุ๋ม นางรำวัย 14 ปี ที่เข้าร่วมเทศกาลฯ เป็นครั้งแรก เธอรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบกับผู้สืบทอดมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากหลายประเทศและภูมิภาค และได้สัมผัสกับเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แก้มบุ๋มเสริมว่าทุกอย่างในเฉิงตูน่าตื่นตาตื่นใจ เธอชื่นชอบอาหารเฉิงตู และอยากใช้โอกาสนี้ในการทำความรู้จักเพื่อนใหม่มากมาย
มณฑิรา เดชจินดา หัวหน้าคณะนางรำวัย 43 ปี ได้พาสมาชิกในทีมไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในเฉิงตู พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สืบทอดมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากนานาประเทศ แม้ตารางงานจะยุ่ง แต่ได้รับประสบการณ์และสิ่งดีๆ มากมาย
เทศกาลมรดกฯ ครั้งนี้ได้รวบรวมโครงการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากกว่า 600 โครงการ จากกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค และมีตัวแทนผู้สืบทอดมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในจีนมาเข้าร่วมกว่า 400 ราย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกัน เทศกาลนี้ยังเป็นเวทีระหว่างประเทศที่แสดงออกถึงการผสมผสานอย่างลึกซึ้งระหว่างมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับวิถีชีวิตสมัยใหม่
มณฑิรากล่าวว่าในโถงนิทรรศการของงานเทศกาลฯ เธอได้เห็นการผสานมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น การผสานทักษะดังกล่าวกับชุดชงชาและเครื่องแต่งกาย งานนี้ยังทำให้เธอได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการออกแบบท่าเต้น มณฑิราหวังว่าชาวจีนจะได้รู้จักนาฏศิลป์พื้นเมืองของไทยมากขึ้น และหวังว่าศิลปะการแสดงของไทยจะได้เฉิดฉายบนเวทีต่างๆ มากยิ่งขึ้นในอนาคต