โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอปสัน’ เปิดเกมรุกไอทีครึ่งปีหลัง ลุ้นการเมืองนิ่ง-รัฐใช้จ่าย พยุงดีมานด์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น.

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แรงกระเพื่อมจากการเมืองภายในประเทศ ภาคธุรกิจต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวัง เช่นเดียวกับ “ตลาดไอที” ที่ยัง “ฝืด” ต้องเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนซัพพลายที่ไม่นิ่ง ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว…

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ครึ่งปีหลังสถานการณ์กำลังซื้อตลาดไอทีประเทศไทยยังคงมีความไม่แน่นอน จากทั้งปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ

นับว่าสถานการณ์น่ากังวล มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง จากทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก นโยบายภาษีทรัมป์ ราคาซัพพลายที่ไม่นิ่ง รวมถึงการเมืองที่ไม่แน่นอน

ส่วนตลาดต่างประเทศ การค้าชายแดนกัมพูชาระยะสั้นทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าข้ามชายแดนไปได้แต่ได้เตรียมช่องทางการขนส่งทางเลือกไว้โดยจะส่งผ่านไปทางสิงคโปร์แทน

โดยรวมยังไม่ได้มองเรื่องการปิดชายแดนเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้ ที่จะกระทบได้มากที่สุดคือภาพรวมเศรษฐกิจของไทยมากกว่า

ลุ้น ‘รัฐใช้จ่าย - การเมืองนิ่ง’

ดังนั้นทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ วางตำแหน่งธุรกิจและทำตลาดด้วยความระมัดระวัง พยายามปรับตัว วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกระจายพอร์ตและมองหาแนวทางการทำตลาดที่จะทำให้องค์กรเติบโตได้

โดยรวมเอปสันยังคงเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 6% เท่าเดิม ทว่าอาจมีการปรับพอร์ตการเติบโตไปยังกลุ่มที่มีโอกาสสูง โดยเฉพาะกลุ่มบีทูบี รวมถึงเครื่องพิมพ์สำหรับสิ่งทอมากขึ้น ส่วนธุรกิจเครื่องพิมพ์ยังคงทรงๆ คาดว่ายังสามารถทำได้ตามเป้า ขณะที่โปรเจคเตอร์อาจลดลงกว่าที่คาดการณ์เพราะมีการชะลอการลงทุน

เชื่อว่าหากการเมืองนิ่งมากขึ้น มีการลงทุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเดินหน้าต่อและได้เห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิม รวมถึงกำลังซื้อผู้บริโภคที่อยู่ในวงวจรด้วย

เอปสันระบุว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องพิมพ์เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์เติบโตต่อเนื่องจนมีส่วนแบ่งถึง 57% ของตลาดรวม และสูงถึง 80% ในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาโซลูชันที่ประหยัด คุ้มค่า ใช้งานง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

จากผลวิจัยตลาดยังพบด้วยว่าเอสเอ็มอีมากกว่า 72% ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน ทำให้ “Epson EcoTank” กลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว

มุ่งโฟกัสตลาด ‘กลาง - บน’

ปีนี้เอปสันมุ่งเจาะตลาดเครื่องพิมพ์ระดับกลางถึงบนซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในไตรมาสแรกของปี 2568

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กำลังเข้ามาแทนที่เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ด้วยฟังก์ชันที่ครบ สีสวย และต้นทุนการใช้งานที่ต่ำ ขณะที่เครื่องพิมพ์กลุ่ม กลางถึงบนยังสร้างรายได้ให้เอปสันมากกว่ากลุ่มเริ่มต้น (Entry) ถึง 2 เท่า เพราะกลุ่มลูกค้าหลักอย่างเอสเอ็มอีมีปริมาณการพิมพ์สูง และต้องเปลี่ยนชุดหมึกบ่อยกว่าผู้ใช้ทั่วไป เอปสันได้ตั้งเป้ายอดขายเครื่องพิมพ์กลุ่มนี้ในปีนี้ไว้ราว 35% ของตลาด

สำหรับช่วงครึ่งปีหลังเอปสันยังคงเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ครอบคลุมทั้งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในกลุ่ม EcoTank และ WorkForce รวม 7 รุ่น พร้อมด้วยโปรเจคเตอร์เพื่อธุรกิจในซีรีส์ EB และโปรเจคเตอร์เลเซอร์อีก 15 รุ่น ภายใต้กลยุทธ์มุ่งนำเสนอนวัตกรรมที่ทรงประสิทธิภาพ คุ้มค่าในการลงทุน ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยมุ่งเน้นการขยายสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงและศักยภาพในการเติบโตระยะยาว ทั้งในภาคธุรกิจ การศึกษา และองค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

การเปิดตัวสินค้าใหม่ในวันนี้ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของเอปสันในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของโลก ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ที่ครองแชมป์ยอดขายต่อเนื่อง 15 ปี มียอดขายรวมทั่วโลกทะลุ 100 ล้านเครื่อง และโปรเจคเตอร์ที่ขายดีที่สุดตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2567

ชู ‘3 กลยุทธ์’ รักษาตำแหน่งผู้นำ

สำหรับประเทศไทย เอปสันยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ด้วยส่วนแบ่งสูงสุด 47% และโปรเจคเตอร์ที่ 51% สะท้อนความเชื่อมั่นจากทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและภาคธุรกิจ

เพื่อรักษาความเป็นผู้นำเอปสันจึงเดินหน้าด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ขยายตลาดเครื่องพิมพ์ Epson EcoTank กลุ่ม Mid-High เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่มากยิ่งขึ้น, กระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ มาใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ Epson WorkForce

พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในตลาดโปรเจคเตอร์ธุรกิจ โดยเน้นกลุ่มความสว่างสูงที่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือห้องที่มีแสงจ้า

เอปสันยืนยันว่า ยังคงเดินนำหน้าตลาดอยู่เสมอไม่เคยหยุดเรียนรู้และติดตามเทรนด์ตลาดอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านพฤติกรรม ความนิยม และความคาดหวังของลูกค้าองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมาจึงสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างตรงจุดเพื่อธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือสถาบันการศึกษาจนทำให้เอปสันสามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทและโปรเจคเตอร์อันดับหนึ่งทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญเราไม่ได้มุ่งเพียงตอบโจทย์ในวันนี้เท่านั้น แต่ยังเดินหน้าอย่างมั่นคงเพื่อยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะด้านโซลูชันเพื่อสำนักงานยุคใหม่ที่ยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...