โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

AWS ยันคลาวด์ปลอดภัยไร้ปมภูมิรัฐศาสตร์ คุมเข้มทุกกลุ่มทั่วโลกไม่มีกรณีพิเศษ

Manager Online

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 00.44 น. • MGR Online

AWS ประกาศอัปเดตเครื่องมือใหม่ช่วยให้ลูกค้าจัดการความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในระดับที่ใหญ่ขึ้นในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชี้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่มีผลกดดันให้ AWS พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่รับมือกับการโจมตีจากหน่วยงานภาครัฐ หรือปกป้องข้อมูลสำคัญของธนาคารและหน่วยงานรัฐบาลได้แบบเป็นพิเศษ ย้ำใส่ใจปลอดภัยเท่ากันทุกกลุ่ม ทุกประเทศ และทุกสถานการณ์

ไบรซ์ โบลันด์ (Bryce Boland) หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรมโซลูชันความปลอดภัย APJ Amazon Web Services กล่าวในระหว่างการประกาศแนวโน้มสำคัญในวงการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และบริการล่าสุดที่เปิดตัวในงาน AWS re:Inforce 2025 ว่าระบบคลาวด์ของ AWS ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชนของหลายประเทศ ล้วนถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาให้มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในโลก ดังนั้นจึงไม่มีการมองว่าต้องเพิ่มการควบคุมพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มอย่างรัฐบาลหรือธนาคาร โดยถือว่าลูกค้าทุกคนจำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมาก

"AWS จึงใช้การควบคุมความปลอดภัยในระดับสูงสุดอย่างสม่ำเสมอ สามารถรองรับมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยมากกว่า 143 มาตรฐาน และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบเป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการดำเนินงานบนคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย และแน่นอนว่า AWS จะปฏิบัติตามกฎระเบียบเฉพาะของแต่ละประเทศที่เข้าไปดำเนินงานด้วย"

ความปลอดภัยของคลาวด์จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical issues) นั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาหลายมิติ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของคลาวด์ เช่น เซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ มีการกระจายตัวอยู่ทั่วโลก และอาจได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ สงครามการค้า กฎหมายท้องถิ่น และความขัดแย้งด้านความมั่นคง โดยปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่โลกใช้งานกันอยู่นั้นถูกมองว่าจะต้องรับมือกับการโจมตีจากหน่วยงานภาครัฐ และต้องปกป้องข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะหน่วยงานอย่างธนาคารและองค์กรของรัฐบาล

สำหรับ AWS ผู้บริหารยืนยันว่าทีมงานของ AWS ทำหน้าที่ช่วยลูกค้าสร้างและดำเนินงานในระบบคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจากงาน re:Inforce 2025 ที่จัดในฟิลาเดลเฟีย ชี้ว่า AWS ได้ปรับเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการความปลอดภัยได้ง่ายขึ้นในระดับที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างด้วย Gen AI ได้อย่างปลอดภัย

***กองทัพฟีเจอร์ใหม่ ไซเบอร์ปลอดภัย

หนึ่งในประกาศสำคัญของ AWS ได้แก่ AWS Security Hub ซึ่งมีเป้าหมายช่วยให้องค์กรสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมคลาวด์ โดยจะตรวจจับ ประมวลผล และเสริมข้อมูลสัญญาณต่างๆ ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปดำเนินการได้ ทำให้เป็นจุดเดียวที่ลูกค้าสามารถเห็นข้อมูลความปลอดภัยที่สำคัญทั้งหมดในสภาพแวดล้อม AWS ของแต่ละองค์กร ช่วยให้การดำเนินการด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างราบรื่น

นอกจากนั้นยังมี AWS Shield Network Security Director เครื่องมือที่ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ทรัพยากรเครือข่ายโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทีมเห็นภาพรวมของสถานะความปลอดภัยของเครือข่ายได้ดีขึ้น โดยจะแสดงภาพทรัพยากรเครือข่ายและปัญหาการกำหนดค่าในแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายเข้าใจการควบคุมความปลอดภัยของเครือข่ายได้ง่ายขึ้นด้วยมุมมองแบบ Topology ที่คุ้นเคย

ผู้ดูแลคลาวด์ AWS ยังสามารถใช้ "Amazon Q Developer" เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยเครือข่ายได้ด้วยภาษาง่ายๆ ธรรมชาติ โดยปัญหาที่เครื่องมือนี้เข้ามาแก้ไขคือ กระบวนการแบบ Manual ที่ไม่สามารถขยายขนาดได้ รวมถึงความต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการกำหนดค่าความปลอดภัย และความท้าทายในการประเมินระดับความเสี่ยงเพื่อจัดลำดับความสำคัญของช่องโหว่

ขณะเดียวกัน Amazon GuardDuty Extended Threat Detection ยังขยายการสนับสนุนสำหรับ Amazon EKS (Elastic Kubernetes Service) รวมถึงการตรวจสอบรันไทม์ ซึ่งหมายความว่าการตรวจจับภัยคุกคามจะขยายไปถึงระดับคอนเทนเนอร์ ทำให้ลูกค้าสามารถระบุการโจมตีที่ซับซ้อนในโครงสร้างพื้นฐานคอนเทนเนอร์ได้

ตัวอย่างเช่น ความสามารถแจ้งเตือนทันทีหากมีการเรียกใช้คำสั่งที่น่าสงสัยภายในคอนเทนเนอร์ หรือการเชื่อมต่อไปยังแหล่งรวมการขุดคริปโตที่รู้จัก กรณีศึกษาของ Affirm บริษัทเครือข่ายการชำระเงิน แสดงให้เห็นว่าการใช้ Amazon GuardDuty และบริการอื่นๆ ช่วยลดปริมาณการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยลงถึง 50%

ยังมี Amazon Inspector Code Security ซึ่งปัจจุบันมีการรองรับการผสานรวมโดยตรงกับคลังโค้ดของบุคคลที่สาม เช่น GitHub และ GitLab ซึ่งให้คำแนะนำโดยตรงแก่นักพัฒนาสำหรับการปรับปรุงความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน โดยใช้โมเดล Gen AI ที่ได้รับการฝึกอบรมจากแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและโค้ดที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของ AWS ทำให้การสร้างแอปพลิเคชันที่ปลอดภัยง่ายขึ้นด้วยแนวคิด DevSecOps

*** ตอบ 3 ดีมานด์หลัก APJ

ทั้งหมดนี้ AWS เชื่อว่าจะตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟืกและญี่ปุ่นให้ความสำคัญ โดยปัจจุบัน พบว่าลูกค้าในภูมิภาค APJ มีความต้องการหลัก 3 ประการ คือ 1. ความยืดหยุ่น (Resilience) ซึ่งสามารถมั่นใจว่าเวิร์กโหลดจะยังคงทำงานออนไลน์อยู่เสมอ และ AWS ภูมิใจที่มี Downtime น้อยที่สุดใน APJ

AWS ย้ำว่าเวลาทำงาน (uptime) ของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ AWS ทั่ว APAC อยู่ที่ 99.5% ตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 ถึงมิถุนายน 2024 ครอบคลุม 13 ภูมิภาค ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งถึง 2.7 เท่า

ในอีกด้าน AWS ได้ใช้โมเดลการป้องกันเชิงลึก (Defense in Depth) โดยมีหลายชั้นของการป้องกัน ตัวอย่างเช่น บริษัท Singlife ในสิงคโปร์ สามารถย้ายธุรกิจทั้งหมดมายัง AWS ได้ โดยใช้ระบบป้องกันและตรวจสอบความปลอดภัยอัตโนมัติมากกว่า 150 รายการ และไม่เคยประสบปัญหาการหยุดทำงานของระบบหรือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเลย

ประการที่ 2 คือยกระดับความปลอดภัย (Raising the bar on security) ในขณะที่ยังคงบริหารจัดการต้นทุนให้ควบคุมได้ สิ่งสำคัญในส่วนนี้คือโมเดลความรับผิดชอบร่วมกันของ AWS (AWS Shared Responsibility Model) โดย AWS มีหน้าที่รับผิดชอบในความปลอดภัยของคลาวด์ (Security OF the Cloud) ซึ่งคือการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่ให้บริการทั้งหมด ในขณะที่ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบใน "ความปลอดภัยในคลาวด์" (Security IN the Cloud) ซึ่งขึ้นอยู่กับบริการคลาวด์ที่ลูกค้าเลือกใช้ AWS จึงนำเสนอบริการเพื่อช่วยลูกค้าจัดการส่วนนี้

ประการที่ 3 คือการปกป้องให้ Gen AI ถูกนำมาใช้งานอย่างปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยของ Gen AI ในวงกว้างยังคงเป็นความท้าทายสำหรับองค์กรทั่วโลก ผลสำรวจพบว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนด้านความปลอดภัยเนื่องมาจากโครงการ Gen AI และ 73% ของธุรกิจที่สำรวจกำลังลงทุนในเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับ AI

ในภาพรวม AWS ย้ำว่ายังคงทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์จำนวนมากในการรักษาความปลอดภัยเวิร์กโหลด AI, ใช้ประโยชน์จาก AI ในเครื่องมือรักษาความปลอดภัย และป้องกันการโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ที่สุดแล้ว AWS ระบุว่าได้คุมเข้มทุกกลุ่มลูกค้าทั่วโลกแบบไม่มีกรณีพิเศษ ด้วย 3 วิธีหลัก คือการให้สถาปัตยกรรมคลาวด์ที่ยืดหยุ่นที่ลูกค้าต้องการ, นวัตกรรมของ AWS ที่ช่วยให้ต้นทุนยังคงบริหารจัดการได้ และสุดท้ายคือการที่ AWS และพาร์ทเนอร์ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ Gen AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...