โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ธปท.ประเมินศก.ไทยครี่งปีหลังทรุดโตต่ำ พร้อมปรับนโยบายการเงินสู้

JS100

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • JS100:จส.100
ธปท.ประเมินศก.ไทยครี่งปีหลังทรุดโตต่ำ พร้อมปรับนโยบายการเงินสู้

นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปี 2568 ถือว่าไม่ดีเลย เพราะเป็นการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพจากความเสี่ยงของปัจจัยการปรับขึ้นภาษีสหรัฐในอัตรา 36% ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน 3 ประเด็นหลักที่ให้ความสำคัญ ส่วนอีก 2 เรื่อง คือ 2.สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในครึ่งแรกของปี 2568 นี้ ที่ผ่านมามีการขยายตัวอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากไตรมาส 2 ที่มีการเร่งส่งออกสินค้าไปสหรัฐ ทำให้ครึ่งแรกโตเฉลี่ยที่ 3% และ 3.นโยบายทางการเงิน ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มองว่าจุดยืนของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เหมาะสม ซึ่งการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาช่วยรองรับความเสี่ยงด้านต่ำไว้ในระดับหนึ่งแล้ว มองไปข้างหน้า กนง.พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติม หากดาวน์ไซส์ลิสต์เกิดขึ้นจริงหรือมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก

ความเสี่ยงจากการถูกเก็บภาษีของสหรัฐในสินค้าไทยด้วยอัตราสูง ถือเป็นความเสี่ยงที่มีความสำคัญ และมีนัยยะต่อระยะยาวค่อนข้างมาก ทางกนง. ธปท. จะติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงในเศรษฐกิจภาพรวมที่มาจากการส่งออกที่ขยายตัวติดลบ จากที่บวกในครึ่งปีแรก การลงทุนจากบวกในครึ่งปีแรกคาดว่าจะติดลบในครึ่งปีหลัง และการท่องเที่ยวมีความท้าทายมากกว่าที่ผ่านมา ส่งผลทอดไปสู่การบริโภคที่ขยายตัวในอัตราต่ำลงมากกว่าที่ผ่านมาเยอะ ซึ่งมองไปข้างหน้าก็มีความไม่แน่นอนอยู่มาก รวมถึงมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่รู้ว่ามาจากที่ใดด้วย

นางสาวบัณณรี ปัณณราช ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 ธปท.ยังประเมินจีดีพีจะขยายตัวได้ 2.3% โดยมีการขยายตัวที่ดีใกล้เคียง 3% ในช่วงครึ่งปีแรก และจะชะลอตัวรุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ที่คาดว่าจีดีพีจะโตเพียง 1.6% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 1.7% ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกที่คาดว่าจะติดลบ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวต่ำมาก รวมทั้งการบริโภคที่ชะลอตัวลงเช่นกัน โดยเฉพาะผลกระทบของนโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ ทำให้ส่งออกติดลบ 4% และปี 2569 ติดลบ 2% ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องมายังการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง จากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลง แม้มีนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มขึ้น และมีการใช้จ่ายสูงเข้ามาช่วยชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลงได้บ้าง แต่การกระจายเม็ดเงินอาจไม่ทั่วถึง และตลาดระยะไกล 90% ท่องเที่ยวกระจุกใน 6 เมืองหลักเท่านั้น ทำให้ภาพรวมถือเป็นความท้าทายของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ซึ่งจะมีการเติบโตได้ต่ำกว่า 2% ไปอย่างน้อยอีกปีครึ่ง

เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2568 และ 2569 นี้มีความเสี่ยงไปทางด้านต่ำ และมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ 1.พัฒนาการของการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ (Trade War) และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ 2.ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และ 3.ความตึงตัวของสินเชื่อในบางจุด ที่อาจะกระทบกลุ่มเปราะบางและเอสเอ็มอีมากกว่าที่คาด เงินเฟ้อต่ำมีที่มาจากหมวดราคาพลังงานและอาหารสด ซึ่งไม่ได้ส่งผลให้ราคาสินค้าอื่นลดลงตามเป็นวงกว้าง สะท้อนจากราคาสินค้าที่ประชาชนบริโภคเป็นประจำยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยสินเชื่อหดตัวส่วนหนึ่งมาจากการชำระคืนหนี้และความต้องการสินเชื่อที่ลดลง สถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่คุณภาพสินเชื่อไม่ปรับดีขึ้น รวมถึงเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนและเฉลี่ยแข็งค่าเทียบไตรมาสก่อน จากปัจจัยภายนอกสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค

ด้านนายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ความกังวลภาวะเงินฝืดในประเทศไทย ธปท.ยืนยันว่าไทยไม่ได้เข้าสู่ภาวะเงินฝืด สะท้อนจากประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (ซีพีไอ) ปี 2568 อยู่ที่ 0.5% ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 0.8% ซึ่งการที่เงินเฟ้อของไทยที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน และอาหารสดเป็นหลัก แต่ไม่ได้ส่งผลให้ราคาสินค้าอื่นๆ ในตะกร้าคำนวณเงินเฟ้อลดลงเป็นวงกว้าง ขณะที่ราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยังปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงาน ปี 2568 นี้ คาดว่าจะติดลบ 3.2% ส่วนปี 2569 ลบ 1.3% เป็นการติดลบติดกัน 2 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเราไม่ค่อยเห็น เพราะในอดีตค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานของไทย จะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงเห็นเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับต่ำ

#ธนาคารแห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...