โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมไทยฯ-รวมไม่ติด 'เสี่ยเฮ้ง' ผนึก ส.ส.ผละหนี 'พีระพันธุ์' หา 'โอกาสใหม่' พรรคใหม่-โควต้า 'รมต.ใหม่'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 04.44 น.

บทความในประเทศ

รวมไทยฯ-รวมไม่ติ

‘เสี่ยเฮ้ง’ ผนึก ส.ส.ผละหนี ‘พีระพันธุ์’

หา ‘โอกาสใหม่’

พรรคใหม่-โควต้า ‘รมต.ใหม่’

ภายหลังปรากฏภาพ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นัดกลุ่มก๊วนเพื่อน ส.ส.ภายในพรรค ราว 20 คน มาพูดคุยและกินข้าวร่วมกันอย่างชื่นมื่น เมื่อช่วงเที่ยงวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม ที่โรงแรมคอนราด โรงแรมหรูย่านถนนวิทยุ

กลับกลายเป็นชนวนเหตุทำให้สถานการณ์พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้ง รอยร้าวต่างๆ ภายในพรรค ถูกจุดพลุขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ เวลาที่มีบุคลากรหรือแกนนำคนสำคัญของพรรคทยอยลาออกจากพรรคไปนั้น กระแสรอยร้าวภายในพรรคมักจะตามมาอยู่เสมอ

ยิ่งตอนนี้ท่าทีของ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ออกมาเปรยๆ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเกี่ยวกับอนาคตทางการเมือง ทำนองว่าอยากออกไปหาโอกาสใหม่ๆ

ประกอบกับช่วงหลังมานี้ได้มีเสียงสะท้อนจาก ส.ส.ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ เกี่ยวกับบทบาทการทำหน้าที่ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมร่วมกับสมาชิก เป็นคนเข้าถึงยาก ดูห่างเหิน โดยเฉพาะกับ ส.ส.เขต

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ชื่อของพรรค “โอกาสใหม่” จึงถูกจับตามองว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่ “เสี่ยเฮ้ง” จะยกก๊วนเพื่อน ส.ส.รวมไทยสร้างชาติ ย้ายมาซบเพื่อร่วมงานการเมืองในอนาคตหรือไม่

ทว่า ส.ส.รวมไทยสร้างชาติที่ไปร่วมเฟรมกินข้าว ต่างออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องย้ายพรรค โดยนายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 4 ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ย้ายไปพรรคใด ปัจจุบันยังอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ขออยู่กับพรรคไปจนครบวาระสมัย ส.ส.นี้

ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ยืนยันว่ายังรักและเคารพพรรครวมไทยสร้างชาติเหมือนเดิม เพราะเป็นมรดกและมีดีเอ็นเอการทำงานมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ฟาก “แรมโบ้อีสาน” นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ กลับออกมาประกาศทวงคืนพรรค รทสช. และขอไล่หัวหน้าออกไป ยกเหตุผลเรื่องความไม่สง่างาม ในฐานะคนก่อตั้งพรรค รทสช. เมื่อมาขอพรรคไปดูแล แต่ทำได้ไม่ดี ส.ส.ในพรรคบ่นมาว่าไม่มีความอบอุ่นเลย มีแต่ความแตกแยก แตกความสามัคคี หัวหน้าพรรคเข้าถึงยาก ความคิดเป็นใหญ่ ไม่ค่อยสนใจ เอาแต่พรรคพวกตัวเองและไม่ฟังความเห็นใคร ให้ยืมไปคิดว่าจะทำให้เติบโต มีแต่จะทำให้ตกต่ำลงกว่าเดิม สร้างความแตกแยกในพรรคตลอด

จึงจำเป็นต้องขอทวงคืน

ทว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความอึมครึมของพรรค มีรายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรครวมไทยสร้างชาติ พ.ศ.2563 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม

โดยยกเลิกความในข้อ 53 ของข้อบังคับพรรครวมไทยสร้างชาติ พ.ศ.2563 และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน “ข้อ 53 ระบุว่า สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลงเมื่อผู้นั้นขาดจากการเป็นสมาชิกพรรคในกรณี… มีสาระสำคัญ (5) คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค เพราะกระทำผิดวินัยหรือมาตรฐานทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบต่อพรรคการเมืองตามข้อ 55 หรือกระทำความผิดกฎหมายร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายแรงอื่น (6) ฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่นหรือสนับสนุนผู้สมัครในตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ที่ไม่ใช่ของพรรคการเมือง (7) กระทำการใดที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือความเป็นเอกภาพในพรรคการเมือง หรือการบริหารพรรคการเมือง รวมทั้งสนับสนุนหรือส่งเสริมการกระทำเช่นว่านั้น”

ซึ่งผลของการแก้ไขข้อบังคับพรรคในครั้งนี้ จังหวะตรงกับกระแสข่าวลือต่างๆ ที่ออกมา จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการดัดหลังนายสุชาติ ชมกลิ่น หรือไม่

แต่ล่าสุด กลับปรากฏภาพนายสุชาติ ชมกลิ่น ร่วมดื่มกาแฟกับบรรดา ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติอีกครั้ง โดยรอบนี้ ส.ส.กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมวงในครั้งแรก เป็น ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด โดยเฉพาะ จ.ชุมพร ทั้ง 3 เขต

ซึ่งภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ฐานสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ

ท่ามกลางกระแสข่าวความแตกแยกที่เกิดขึ้นภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่แบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ กลุ่มที่สนับสนุนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค ที่แสดงเจตจำนงว่า อาจไปร่วมงานกับพรรคโอกาสใหม่

มีรายงานอีกว่า กลุ่มของนายสุชาติได้พูดคุยรวบรวมจำนวน ส.ส.ได้ประมาณ 27 คน จากทั้งหมด 36 คน จำนวนนี้อาจรวมถึงกลุ่มของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ซึ่งจะทำให้กลุ่มของนายสุชาติกลับมาคุมทิศทางของพรรค

และหากนายพีระพันธุ์ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และไม่ยอมส่งชื่อรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่กลุ่มของนายสุชาติเสนอ มีแนวโน้มเป็นไปได้ว่าจะใช้แนวทางพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ให้พิจารณาพรรครวมไทยสร้างชาติไปเป็นฝ่ายค้าน และให้พรรคโอกาสใหม่เสนอชื่อรัฐมนตรี ตามโควต้า จากจำนวน ส.ส. 27 คน คาดว่าจะได้ 3 เก้าอี้ เป็นรัฐมนตรีว่าการ 2 คน คือ นายสุชาติ และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ และรัฐมนตรีช่วย 1 คน คือ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ขณะที่รัฐบาลต้องเสีย ส.ส.ไป 9 คน

ทั้งนี้ กลุ่มของนายสุชาติยังมุ่งหวังที่จะอยู่ทำงานการเมืองภายใต้พรรครวมไทยสร้างชาติ หากนายเอกนัฏไม่สนับสนุนนายพีระพันธุ์ ตามกระแสข่าวย่อมส่งผลให้การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเสียงในกรรมการบริหารพรรคของฝั่งนายพีระพันธุ์ จะกลายเป็นเสียงข้างน้อย

เรื่องนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาระบุกรณีปรากฏภาพนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จับกลุ่มรับประทานอาหารกับ ส.ส.พรรคบางส่วน ว่า เป็นเรื่องปกติ พูดเสมอว่างานการเมืองเคร่งเครียด จะไปสังสรรค์ก็เป็นเรื่องปกติ พอภาพออกมาก็ถูกปลุกปั่นให้มีนัยทางการเมือง แต่ ส.ส.ในภาพก็ออกมาปฏิเสธแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ อย่าหมกมุ่น

ส่วนกระแสข่าวบีบพรรครวมไทยสร้างชาติไปเป็นฝ่ายค้าน หากนายพีระพันธุ์ไม่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยจะให้พรรคโอกาสใหม่เสนอโควต้าแทน นายเอกนัฏระบุว่า “คิดกันไปไกลแล้ว พรรคใครพรรคมัน ไม่เห็นมีบีบอะไร ผมเจอนายกรัฐมนตรี ท่านก็พูดคุยปกติ ซึ่งเรื่องนี้คนมีอำนาจมีนายกฯ คนเดียว”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ คงต้องจับตาดูกันว่าอนาคตพรรครวมไทยสร้างชาติ จะยังจับมืออยู่กันเหนียวแน่น ฝ่าฟันอุปสรรค สยบข่าวพรรคแตก ไปได้หรือไม่

หรือจะนับถอยหลังรอวันแยกทาง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวมไทยฯ-รวมไม่ติด ‘เสี่ยเฮ้ง’ ผนึก ส.ส.ผละหนี ‘พีระพันธุ์’ หา ‘โอกาสใหม่’ พรรคใหม่-โควต้า ‘รมต.ใหม่’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...