คลังยันไม่ผิดสัญญา ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า คิงเพาเวอร์ ยินดีรับข้อเสนอ
คลังยันไม่ผิดสัญญา ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า คิงเพาเวอร์ ยินดีรับข้อเสนอ
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้ส่งหนังสือถึงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที เพื่อขอหารือแนวทางการยกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานหลัก 5 แห่งนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง โดย คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ต้องเข้าไปเจรจากับเอโอทีในฐานะคู่สัญญาโดยตรง
“การเจรจาระหว่างคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และ เอโอทีในวันนี้ เป็นการเจรจาในฐานะคู่สัญญาโดยตรง ซึ่งกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นสูงสุดของเอโอทีไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าไปเจรจาด้วย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญา”
ส่วนกรณีที่คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ให้เหตุผลถึงการขอยกเลิกสัญญาโดยอ้างเรื่องคลังไปยกเลิกดิตี้ฟรี (duty free) นั้น ในประเด็นดังกล่าวก่อนดำเนินการ กระทรวงการคลังระวังปัญหานี้ไว้แล้วตั้งแต่แรก ขณะนั้นได้ดำเนินการเนื่องจาก“เอกชนยินดีให้ความร่วมมือ และจะมีการประเมินผลอีกครั้ง” ดังนั้นสัญญาไม่ได้ยกเลิก แต่เอกชนให้ความร่วมมือหยุดขายชั่วคราว
ขณะที่มีการอ้างเรื่องลดภาษีไวน์นั้น มองว่าก็ฟังไม่ขึ้น เพราะหากภาษีถูกลง ทำให้ราคาไวน์ถูกลงคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ควรจะขายได้มากขึ้น ถือเป็นประโยชน์กับคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้ส่งหนังสือถึงเอโอที เพื่อขอหารือแนวทางการยกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานหลัก 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายประการ อาทิ การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าจากนโยบายรัฐ การลดภาษีสินค้าไวน์ที่กระทบต่อยอดขายในร้านดิวตี้ฟรี การคืนพื้นที่บางส่วนของเอโอที รวมถึงการขาดมาตรการเชิงรุกของภาครัฐในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน
นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาวะสงครามระหว่างประเทศ และการซะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามสัญญา และต้องเผชิญภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นเหตุสุดพิสัย ที่ไม่เกิดจากการกระทำหรือความผิดของบริษัท
สำหรับการยกเลิกดิวตี้ฟรี ขาเข้านั้น เอโอที ได้แจ้งคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ยกเลิกขายดิวตี้ฟรีขาเข้าใน 5 สนามบิน มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2567 หลังจากที่เอโอที ได้เรียกขอคืนพื้นที่ดิวตี้ฟรีขาเข้า จากคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี แล้ว ซึ่งผ่านการอนุมัติจากบอร์ดเอโอทีไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา หลังจากกระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร ได้มีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจากบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินการตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามมาตรการส่งเสริมประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย
ทั้งนี้ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ก็ได้ทำหนังสือถึงกรมศุลกากร แจ้งยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับกรมศุลกากร พร้อมทั้งมีหนังสือถึง ทอท. แจ้งการหยุดประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรขาเข้า ในพื้นที่ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ซึ่งประกอบไปด้วย
- พื้นที่ดิวตี้ฟรีขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวนพื้นที่ประมาณ 1,870.69 ตารางเมตร
- พื้นที่ดิวตี้ฟรีขาเข้าท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ จำนวนพื้นที่รวมประมาณ 217.45 ตารางเมตร
- พื้นที่ดิวตี้ฟรีขาเข้า ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวนพื้นที่ประมาณ 162.46 ตารางเมตร
โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังยันไม่ผิดสัญญา ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า คิงเพาเวอร์ ยินดีรับข้อเสนอ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th