เริ่มแล้ว! “กัมพูชา” สั่งระงับนำเข้าผลไม้-ผักจากไทยทั้งหมด เผยตอบโต้คำขู่จากไทย
เริ่มแล้ว! "กัมพูชา" สั่งระงับนำเข้าผลไม้-ผักจากไทยทั้งหมด หลังคำขู่จากฝ่ายไทยครบกำหนด 24 ชั่วโมง ขณะที่ฮุน เซน กล่าวเปรียบเทียบอำนาจนายกรัฐมนตรีไทยกับกัมพูชา
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00 น. สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาประกาศตัดการนำเข้าผลไม้และผักจากประเทศไทยทั้งหมดผ่านชายแดน หลังคำขู่จากฝ่ายไทยครบกำหนด 24 ชั่วโมง
มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้คำข่มขู่และคำดูหมิ่นจากกองทัพไทย อันสืบเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งกัมพูชาระบุว่าต้นเหตุมาจากฝ่ายไทย
พลโทซก เวียสนา อธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชา เปิดเผยว่า ขณะนี้จุดผ่านแดนทุกแห่งในกัมพูชาได้ปิดกั้นการนำเข้าผลไม้และผักจากประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แล้ว
สมเด็จเตโช ฮุน เซน กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน ระหว่างการแถลงพิเศษว่า "ในกัมพูชา รัฐบาลเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินใจ รวมถึงควบคุมกองทัพ" พร้อมกล่าวเปรียบเทียบว่าในประเทศไทย แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มีอำนาจในการสั่งเปิดหรือปิดชายแดน ซึ่งสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนในระบบการปกครองระหว่างทั้งสองประเทศ
“เราพอเข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทย… แม้แต่นายกฯ ก็ไม่มีอำนาจสั่งเปิดหรือปิดชายแดน …แต่ในกัมพูชา นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มครอบคลุมทั้งสภาผู้แทน วุฒิสภา หน่วยงานบริหารทุกระดับ และกองทัพ”
พร้อมเสริมว่า กัมพูชาไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของไทย และยอมรับว่าอาจไม่เข้าใจกลไกทางการเมืองของไทยทั้งหมด อย่างไรก็ตามตั้งคำถามว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไทยจึงสามารถพบประธานสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ แต่กลับไม่มีอำนาจในการสั่งเปิดชายแดน
“ในกัมพูชา ถ้าไทยเปิดชายแดนตอนตีหนึ่ง กัมพูชาจะเปิดตามภายในไม่เกิน 5 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวัน เราจะเปิดภายใน 1–2 ชั่วโมงหลังจากไทยเปิด”
เขายังชี้ว่า ไทยเป็นฝ่ายปิดชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นไทยจึงสามารถกลับคำสั่งและเปิดได้โดยไม่จำเป็นต้องเจรจาซับซ้อน โดยระบุว่า “ไม่จำเป็นต้องมีการพูดคุยนานหรือใช้ขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไรเลย”
ฮุน เซน ย้ำว่า กัมพูชาเคารพในศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ก้าวก่ายกิจการของผู้อื่น“ประเทศไทยเป็นคนผูกปม ก็ต้องเป็นคนคลายปมเอง กัมพูชาไม่ขอมีส่วนร่วมในการคลี่คลายปัญหาการปิดชายแดนถ้าไทยตั้งเงื่อนไขเพื่อเจรจา กัมพูชาก็ไม่สามารถยอมรับได้”
อ้างอิง : khmertimeskh.com/501701917 , khmertimeskh.com/501701330