SMIC ประกาศทุ่ม 7 พันล้านดอลล์ในปี 68 ขยายการผลิต ยันยังไม่มีแผนสร้างโรงงานนอกจีน
SMIC ประกาศทุ่ม 7 พันล้านดอลล์ในปี 68 ขยายการผลิต ยันยังไม่มีแผนสร้างโรงงานนอกจีน หวังครองตลาด EV-อุตสาหกรรมในจีน
วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.42 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า บริษัท Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของจีน ประกาศว่าจะลงทุนมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด แม้ว่าบริษัทคู่แข่งหลายรายทั่วโลกจะเลือกชะลอการลงทุน ท่ามกลางภาวะสงครามภาษีระหว่างสหรัฐและจีน
แผนการลงทุนขนาดใหญ่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตกลายเป็นกลุ่มหลักที่ผลักดันการเติบโตของSMIC โดยได้รับอานิสงส์จากอีโคซิสเต็มของรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน รวมถึงความต้องการใช้ชิปที่ผลิตในประเทศซึ่งกำลังเพิ่มขึ้น
จ้าว ไห่จุน (Zhao Haijun) ประธานร่วมของSMIC กล่าวว่า จีนยังคงเดินหน้าอย่างจริงจังในการพึ่งพาอุปทานภายในประเทศ และบริษัทกำลังเห็นความต้องการการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็เตือนว่าตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากปัจจัยเกี่ยวกับภาษีศุลกากร
“เราเห็นสัญญาณเชิงบวกจากอุตสาหกรรมหลายภาคส่วนที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงอุตสาหกรรมและยานยนต์ …จะเห็นว่าผู้นำระดับโลกด้านชิประบบยานยนต์และอุตสาหกรรมหลายรายเลือก SMIC เป็นพันธมิตรในการผลิตชิปรุ่นใหม่”
ก่อนหน้านี้บริษัท STMicroelectronics ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของยุโรป ได้ระบุว่าจะเพิ่มความร่วมมือกับบริษัทรับผลิตชิปในจีน เพื่อรองรับตลาดท้องถิ่น
โดยรายได้จากการใช้งานในภาคยานยนต์และอุตสาหกรรมของSMIC เพิ่มขึ้นเป็น 10% ของรายได้รวมในไตรมาสแรกของปี 2568 จาก 8% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนอย่าง BYD และ SAIC มีส่วนแบ่งตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มนี้ช่วยหนุนความต้องการใช้ชิปของจีนตามไปด้วย
ขณะที่รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายให้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศใช้ชิปที่ผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 25% ภายในปี 2568 และตั้งเป้าสุดท้ายให้พึ่งพาชิปภายในประเทศทั้งหมด
จ้าวกล่าวว่าจากการประเมินของSMIC ชิปที่ผลิตในประเทศจะสามารถตอบสนองความต้องการรวมของจีนได้อย่างน้อย 30% ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวยัง “ต่ำมาก” ซึ่งถือเป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญของผู้ผลิตชิปจีน
และ SMICไม่มีแผนจะสร้างโรงงานผลิตชิปนอกประเทศจีนในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ และสนับสนุนลูกค้าที่มีนโยบายผลิตเพื่อจีน (China for China) ควบคู่กับการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ SMIC รายงานว่ารายได้ไตรมาสแรกของปีเพิ่มขึ้น 28.4% เมื่อเทียบรายปี เป็น 2.24 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 161.9% อยู่ที่ 188.03 ล้านดอลลาร์
อู๋ จุนเฟิง (Wu Junfeng) รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินของSMIC กล่าวว่า การใช้จ่ายลงทุนของบริษัทในปี 2568 จะอยู่ที่ระดับเดียวกับปี 2024 คือ 7.32 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเน้นสร้างกำลังการผลิตต่อเนื่องและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
ตรงกันข้ามกับบริษัทคู่แข่งอย่าง United Microelectronics Corp. (ไต้หวัน) และ GlobalFoundries (สหรัฐ) ซึ่งระมัดระวังด้านการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากความต้องการชิปแบบเดิมชะลอลง และสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน
จ้าวกล่าวว่า บริษัทกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันด้านราคาขายเฉลี่ย (ASP) ราคาขายของSMIC จะไม่สูงกว่าคู่แข่ง แต่ก็จะไม่ต่ำกว่าด้วย เราจะรักษาระดับราคาที่เหมาะสมและยั่งยืน ซึ่งลูกค้ารับได้ และเราไม่ได้ขยายกำลังผลิตเพียงเพื่อใช้ราคาต่ำเป็นเครื่องมือตัดราคา
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดยังคงกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาษี แม้ผลกระทบโดยตรงยังมีน้อยในขณะนี้ แต่สิ่งที่ควรจับตาคือความเสี่ยงที่อุปสงค์อาจชะลอตัวลงอย่างรุนแรง (hard landing)
“เรายังไม่เห็นภาพตลาดในครึ่งหลังของปีชัดเจน โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงสิ้นปี ผู้คนจะเริ่มปรับตัวตามความต้องการจริงในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน”
อ้างอิง : asia.nikkei.com