โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SMIC ประกาศทุ่ม 7 พันล้านดอลล์ในปี 68 ขยายการผลิต ยันยังไม่มีแผนสร้างโรงงานนอกจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 04.18 น.

SMIC ประกาศทุ่ม 7 พันล้านดอลล์ในปี 68 ขยายการผลิต ยันยังไม่มีแผนสร้างโรงงานนอกจีน หวังครองตลาด EV-อุตสาหกรรมในจีน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.42 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า บริษัท Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของจีน ประกาศว่าจะลงทุนมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด แม้ว่าบริษัทคู่แข่งหลายรายทั่วโลกจะเลือกชะลอการลงทุน ท่ามกลางภาวะสงครามภาษีระหว่างสหรัฐและจีน

แผนการลงทุนขนาดใหญ่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตกลายเป็นกลุ่มหลักที่ผลักดันการเติบโตของSMIC โดยได้รับอานิสงส์จากอีโคซิสเต็มของรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน รวมถึงความต้องการใช้ชิปที่ผลิตในประเทศซึ่งกำลังเพิ่มขึ้น

จ้าว ไห่จุน (Zhao Haijun) ประธานร่วมของSMIC กล่าวว่า จีนยังคงเดินหน้าอย่างจริงจังในการพึ่งพาอุปทานภายในประเทศ และบริษัทกำลังเห็นความต้องการการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็เตือนว่าตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากปัจจัยเกี่ยวกับภาษีศุลกากร

“เราเห็นสัญญาณเชิงบวกจากอุตสาหกรรมหลายภาคส่วนที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงอุตสาหกรรมและยานยนต์ …จะเห็นว่าผู้นำระดับโลกด้านชิประบบยานยนต์และอุตสาหกรรมหลายรายเลือก SMIC เป็นพันธมิตรในการผลิตชิปรุ่นใหม่”

ก่อนหน้านี้บริษัท STMicroelectronics ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของยุโรป ได้ระบุว่าจะเพิ่มความร่วมมือกับบริษัทรับผลิตชิปในจีน เพื่อรองรับตลาดท้องถิ่น

โดยรายได้จากการใช้งานในภาคยานยนต์และอุตสาหกรรมของSMIC เพิ่มขึ้นเป็น 10% ของรายได้รวมในไตรมาสแรกของปี 2568 จาก 8% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนอย่าง BYD และ SAIC มีส่วนแบ่งตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มนี้ช่วยหนุนความต้องการใช้ชิปของจีนตามไปด้วย

ขณะที่รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายให้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศใช้ชิปที่ผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 25% ภายในปี 2568 และตั้งเป้าสุดท้ายให้พึ่งพาชิปภายในประเทศทั้งหมด

จ้าวกล่าวว่าจากการประเมินของSMIC ชิปที่ผลิตในประเทศจะสามารถตอบสนองความต้องการรวมของจีนได้อย่างน้อย 30% ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวยัง “ต่ำมาก” ซึ่งถือเป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญของผู้ผลิตชิปจีน

และ SMICไม่มีแผนจะสร้างโรงงานผลิตชิปนอกประเทศจีนในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ และสนับสนุนลูกค้าที่มีนโยบายผลิตเพื่อจีน (China for China) ควบคู่กับการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ SMIC รายงานว่ารายได้ไตรมาสแรกของปีเพิ่มขึ้น 28.4% เมื่อเทียบรายปี เป็น 2.24 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 161.9% อยู่ที่ 188.03 ล้านดอลลาร์

อู๋ จุนเฟิง (Wu Junfeng) รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินของSMIC กล่าวว่า การใช้จ่ายลงทุนของบริษัทในปี 2568 จะอยู่ที่ระดับเดียวกับปี 2024 คือ 7.32 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเน้นสร้างกำลังการผลิตต่อเนื่องและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

ตรงกันข้ามกับบริษัทคู่แข่งอย่าง United Microelectronics Corp. (ไต้หวัน) และ GlobalFoundries (สหรัฐ) ซึ่งระมัดระวังด้านการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากความต้องการชิปแบบเดิมชะลอลง และสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน

จ้าวกล่าวว่า บริษัทกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันด้านราคาขายเฉลี่ย (ASP) ราคาขายของSMIC จะไม่สูงกว่าคู่แข่ง แต่ก็จะไม่ต่ำกว่าด้วย เราจะรักษาระดับราคาที่เหมาะสมและยั่งยืน ซึ่งลูกค้ารับได้ และเราไม่ได้ขยายกำลังผลิตเพียงเพื่อใช้ราคาต่ำเป็นเครื่องมือตัดราคา

เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดยังคงกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาษี แม้ผลกระทบโดยตรงยังมีน้อยในขณะนี้ แต่สิ่งที่ควรจับตาคือความเสี่ยงที่อุปสงค์อาจชะลอตัวลงอย่างรุนแรง (hard landing)

“เรายังไม่เห็นภาพตลาดในครึ่งหลังของปีชัดเจน โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงสิ้นปี ผู้คนจะเริ่มปรับตัวตามความต้องการจริงในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน”

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...