โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความดีไร้พรมแดน? เมื่อมนุษยธรรมทลายกำแพงชายแดนไทย–กัมพูชา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 07.37 น.
ไทยเปิดด่านบ้านแหลมเป็นกรณีพิเศษ ส่งผู้ป่วยติดเตียงชาวกัมพูชากลับไปรักษาต่อที่บ้านเกิด ภาพเจ้าหน้าที่สองประเทศร่วมมือเต็มที่ สะท้อนมนุษยธรรมเหนือระบบรัฐชาติ

หนึ่งชีวิต–หนึ่งการตัดสินใจ ที่ทำให้ไทยน่าจดจำ

มนุษยธรรมข้ามพรมแดนในวันที่โลกเต็มไปด้วยกำแพง

ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความขัดแย้งในหลากหลายรูปแบบ พรมแดนระหว่างประเทศจึงมักถูกมองว่าเป็น “เส้นแบ่ง” ที่มีไว้เพื่อควบคุม คัดกรอง และกันผู้คนไว้จากกัน โดยเฉพาะในบริบทที่การเมือง ความมั่นคง และผลประโยชน์ทับซ้อนกันอย่างซับซ้อน ท่ามกลางเงื่อนไขเชิงอำนาจเหล่านั้น กลับเกิดเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ด่านบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ซึ่งทำให้เราหยุดคิด

คืนวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ไทยและกัมพูชา ร่วมกันเปิดด่านชั่วคราวในยามวิกาล เพื่อให้ผู้ป่วยหญิงชาวกัมพูชาที่อยู่ในภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ได้รับโอกาสเข้ารับการรักษาในฝั่งไทยอย่างเร่งด่วน หลังโรงพยาบาลในฝั่งกัมพูชาไม่สามารถให้การรักษาได้ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์

ภาพของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทหารพรานนาวิกโยธิน และทีมแพทย์จากทั้งสองฝั่ง ที่ประสานงานกันอย่างราบรื่นโดยไม่มีข้อจำกัดจากระบบราชการ กลายเป็นภาพที่ทรงพลัง—ไม่ใช่เพราะพิธีทางการทูตหรือข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ หากแต่เพราะมันชี้ให้เห็นว่า “ความเป็นมนุษย์” ยังมีที่ยืนเหนือเส้นพรมแดน

ชายแดนที่เปิดด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยเอกสาร

โดยปกติ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ใช้สำหรับการค้าชายแดนและการเดินทางตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การเปิดด่านในยามวิกาลเพื่อรับผู้ป่วยฉุกเฉินจากฝั่งกัมพูชา จึงไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในบริบทที่ด่านชายแดนหลายแห่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านความมั่นคง

ในช่วงที่ด่านอื่น เช่น ช่องสายตะกู หรือจุ๊บโกกี–จ๊อม กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการทางการเมืองและความมั่นคง ด่านบ้านผักกาดกลับเปิดเป็นกรณีเฉพาะ เพื่อรองรับผู้ป่วยหญิงชาวกัมพูชาที่ต้องการการรักษาเร่งด่วนในฝั่งไทย แม้จะไม่ใช่แนวทางปฏิบัติปกติ แต่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม โดยคำนึงถึงความจำเป็นทางการแพทย์เป็นหลัก

แรงงานต่างชาติ–ระบบสาธารณสุขไทย ความท้าทายที่ต้องจัดการร่วมกัน

เหตุการณ์การเปิดด่านเพื่อส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินจากกัมพูชา ยังสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่กว้างขึ้นในระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจไทย เช่น เกษตรกรรม ประมง และก่อสร้าง

จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติจำนวน 3,252,280 คน แบ่งเป็นแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม 1,446,238 คน และแรงงานนอกระบบอีก 1,806,042 คน ซึ่งกลุ่มหลังนี้ส่วนใหญ่อยู่ในสถานะที่เข้าไม่ถึงระบบหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการขั้นพื้นฐาน

แรงงานที่อยู่นอกระบบต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง หรือบางรายเลือกที่จะเดินทางกลับประเทศก่อนอาการจะดีขึ้น ด้วยข้อจำกัดด้านเอกสาร กฎหมาย หรือค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลของรัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแรงงานจำนวนมาก ต้องแบกรับต้นทุนการรักษาพยาบาลฉุกเฉินโดยไม่มีแหล่งงบประมาณที่มั่นคงรองรับ

รายงานจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2566 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 379 ล้านบาท สำหรับโครงการดูแลสุขภาพแรงงานข้ามชาตินอกระบบประกันสังคมและบุคคลไร้สัญชาติทั่วประเทศ แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 200,000 ราย พบว่า ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อปีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ใช้กับผู้ประกันตนทั่วไปหลายเท่า

ในระบบรัฐชาติ พรมแดนคือเครื่องมือในการควบคุมและรักษาอธิปไตย แต่ในบางสถานการณ์ การเลือกเปิดด่านเพื่อให้ผู้ป่วยคนหนึ่งได้กลับบ้าน อาจเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของมนุษยธรรมที่อยู่เหนือข้อจำกัดของระบบ

เจ้าหน้าที่ไทยในพื้นที่ ทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตลาด หน่วยประสานงานชายแดน และหน่วยงานท้องถิ่น ต่างร่วมมือกับฝั่งกัมพูชาอย่างราบรื่นโดยไม่มีขั้นตอนใดกลายเป็นอุปสรรคหลัก ภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปได้เพราะต่างฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับ “ชีวิตของคน” มากกว่ากระบวนการทางเอกสาร

ประเทศไทยที่โลกจดจำ เพราะเราไม่ลืมว่า “คนคือคน”

กรณีนี้อาจไม่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ อาจไม่ใช่ข่าวใหญ่ในแวดวงการทูต แต่สำหรับผู้ที่ได้เห็น ได้รู้ และได้สัมผัส มันคือภาพที่ชัดเจนที่สุดของ “ความดีที่ไร้พรมแดน”

นี่คือรากฐานของจิตใจคนไทยที่หยั่งรากลึกมาแต่ดั้งเดิม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ไม่เลือกเชื้อชาติหรือสัญชาติ น้ำใจที่ไม่จำกัดด้วยเขตแดน และมนุษยธรรมที่แสดงออกได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง

เพราะในวันที่ระบบอาจไม่ทันใจ และนโยบายยังไม่ยืดหยุ่นมากพอ หัวใจของเจ้าหน้าที่ไทยก็เลือกเปิดด่านก่อนจะมีคำสั่งใด ๆ

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ “ประเทศไทย” ถูกจดจำในมุมที่ดีที่สุด มุมของความดีที่ไม่มีพรมแดน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...