โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แก้สารปนเปื้อน ‘แม่น้ำกก’ ยังไม่คืบ ชาวเชียงรายนัดรวมตัว จัดเวทีฟังเสียงผู้เดือดร้อน

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 20.10 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.10 น.

การแก้ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก-สายไม่คืบ ชาวเชียงรายนัดรวมตัวอีก จัดกิจกรรมเวทีฟังเสียงผู้เดือดร้อน-นิทรรศการแม่น้ำเปลี่ยนสี เชิญกสม.-ผู้แทนสถานทูตจีนร่วม “ดร.สืบสกุล”จี้รัฐเปลี่ยนวิธีเจรจาปิดเหมืองต้นน้ำ

20 มิถุนายน 2568 - นางรักษ์ดาว พริชาร์ด ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง กล่าวว่าจะมีการจัดงาน “ปอยหลวง เพื่อแม่น้ำกก สาย รวก โขง” ในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย “ขัวศิลปะ” จ.เชียงราย โดยจะเริ่มด้วยการแสดงดนตรีเยาวชน Chiang Rai Youth Orchestra ในเวลา 14.00 น. จากนั้นเป็นวิชาการ “หาแนวทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือเหมืองเถื่อนที่ต้นน้ำในพม่า” นำเสนอโดยพระอาจารย์มหานิคม มหาภินิกขมฺโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน จ.เชียงใหม่ นายบัณฑิตย์ พันธ์พลากร ประธานสภาเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะมาแนวทางการสร้างฝายดักตะกอนสารพิษ ผศ.ดร.ศิตางศุ์ พิลัยหล้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัเกษตรศาสตร์ นส.ชลาลัย นาสวนสุวรรณ ตัวแทนชุมชนคลิตี้ และผู้เชี่ยวชาญการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพโดยชุมชน

นางรักษ์ดาวกล่าวว่า ช่วงที่สอง จะเป็นเวทีฟังเสียงประชาชน ข้อกังวลต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดน สารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นน้ำอยู่ในรัฐฉาน นำการหารือโดยคุณเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเชียงราย และศยามล ไกรยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมด้วยประชาชนในพื้นที่ เกษตรกร ผู้ใช้น้ำ เยาวชน ฯลฯร่วมรับฟังโดย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย หรือผู้แทน ดำเนินรายการโดย ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีผู้แทนจากสถานทูตจีนมารับฟังประชาชนในลุ่มน้ำ เพราะขณะนี่เรามีความหวาดหวั่นใจมากที่มีการทำเหมืองแร่นอกกฎหมายที่ลงทุนโดยคนจีน ที่ต้นน้ำในรัฐฉาน ประชาชนต้องการให้ยุติเหมืองเหล่านี้และฟื้นฟูระบบนิเวศทันที” ผู้ประสานงานเครือข่ายกล่าว และว่าจากนั้นจะเป็นพิธีเปิดนิทรรศการศิลปะ “เมื่อธาราเปลี่ยนสี” ซึ่งร่วมโดยศิลปินเชียงราย งานดนตรี กิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อแม่น้ำกก สาย รวก โขง และกาดศิลปินซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาร่วมอย่างคับคั่ง

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังมีอีกหลายด้านที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ ซึ่งตนเห็นว่าการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารโลหะหนักประจำจังหวัดเชียงราย ยังมีความจำเป็นอยู่ เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบความเสี่ยงทั้งในคน น้ำ ดินและห่วงโซ่อาหาร เพราะเชื่อว่าสารพิษยังอยู่ในแม่น้ำไปอีกหลายปี ขณะที่ภาระหนักตกอยู่ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ดังนั้น เราควรเสริมสร้างให้มหาวิทยาลัยต่างๆในเชียงรายได้ช่วยกัน นอกจากนี้บางหน่วยงาน เช่น หน่วยงานด้านการเกษตร เรายังไม่เห็นแผนและผลในการตรวจซึ่งสำคัญมาก เพราะดูแลพื้นที่เกษตรกรรมนับแสนไร่ เราต้องการให้มีการทำแผนที่ความเสี่ยงเพื่อเฝ้าติดตาม รวมถึงแผนที่ห่วงโซ่และแผนรองรับว่าจะจัดการอย่างไร

อาจารย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกล่าวว่า เช่นเดียวกับหน่วยงานสาธารณสุขก็ยังไม่เปิดเผยแผนและผลตรวจฉบับสมบูรณ์ ทั้งๆที่เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับประชาชน ซึ่งพวกเขาควรได้รับรู้เพื่อที่จะได้วางแผนชีวิตของตัวเองได้ โดยน่าจะเปิดเผยเช่นเดียวกับที่กรมควบคุมมลพิษดำเนินการคือสามารถเข้าไปดาวโหลดข้อมูลมาดูได้เลย

“สิ่งที่ผมรู้สึกเป็นห่วงมากคือเรื่องการทำนาพื้นที่ที่ใช้น้ำกก น้ำสาย น้ำรวม เพราะการที่ผู้ว่าฯยืนยันว่ายังใช้น้ำกกทำนาได้ แต่ต้องทำค่าpHให้เหมาะสม เช่น ใส่ปูนขาว ผมเห็นว่าคำสั่งแบบนี้ไม่มีผลทางปฎิบัติสำหรับชาวบ้าน หากต้องการให้ใส่ปูนขาว รัฐก็ควรจัดหาให้ ที่บอกว่าใช้น้ำแหล่งอื่นได้ก็ให้ใช้ไปก่อน แล้วชาวนาจะไปเอาจากที่ไหน ผมเป็นห่วงว่าผลผลิตนาปีราว 1 แสนไร่มีควาเสี่ยงปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน หากเป็นเช่นนั้นรัฐจะรับผิดชอบอย่างไร ยิ่งมีการส่งข้าวขายไปทั่วประเทศ ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ให้งดทำนาปีไปก่อน แต่รัฐต้องจ่ายค่าชดเชยให้ชาวนา”ดร.สืบสกุล กล่าว

ดร.สืบสกุลกล่าวว่า รัฐต้องเร่งจัดหาน้ำดื่มปลอดภัยให้กับนักโทษ 4 พันคนในเรือนจำดอยฮางโดยเร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมานักโทษใช้น้ำที่มีสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานน้ำดื่มทั่วไป แม้ว่าผู้บัญชาการเรือนจำกลางได้แจ้งว่ามีการสุ่มตรวจเลือดผู้ต้องขังแล้วโดยไม่พบความผิดปกติ แต่นั่นก็เป็นเพียงการสุ่มตรวจไม่กี่คน นักโทษคนเหล่านี้มีความเป็นมนุษย์เหมือนคนทั่วไป จึงควรได้รับน้ำสะอาดปลอดภัย นอกจากรนี้รัฐต้องเยียวยาให้กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบระยะสั้น เช่น กลุ่มผู้ค้าขายริมแม่น้ำกก กลุ่มทัวร์ช้าง เพราะคนเหล่านี้สูญเสียรายได้หมด แต่รัฐยังไม่ได้ให้การช่วยเหลือใดๆเลย

“รัฐต้องยกเลิกแนวคิดสร้างฝายดักตะกอน เพราะยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าแก้ปัญหาสารโลหะหนักได้ และอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา รวมทั้งทำลายระบบนิเวศ เรามีตัวอย่างความล้มเหลวจากลำห้วยคลิตี้มาแล้ว ควรเอางบประมาณก้อนนี้มาชดเชยผู้ได้รับผลกระทบดีกว่า”นายสืบสกุล กล่าว

อาจารย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกล่าวว่า ที่สำคัญที่สุดคือต้องหยุดแหล่งปล่อยสารพิษคือหยุดเหมืองแร่ที่ต้นแม่น้ำกกและสายให้ได้ โดยรัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางเจรจากับเพื่อนบ้านใหม่ เพราะตอนนี้ใช้กลไกปกติ เช่น กระทรวงการต่างประเทศประสานไปที่พม่า และกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าส่งหนังสือไปแล้ว แต่รัฐมนตรีของพม่าไม่ว่างจึงต้องเลื่อนออกไปอีกซึ่งไม่ทันเวลา ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงเน้นไปที่การเจรจาเพื่อให้ปรับปรุงเหมืองให้ได้มาตรฐาน แต่ใช้ไม่ได้ในกรณีนี้ เพราะคนที่ทำเหมืองส่วนใหญ่หนีมาประเทศจีนหลังจากรัฐบาลจีนได้ออกกฏหมายเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้คนกลุ่มนี้หนีมาทำเหมืองในรัฐฉานซึ่งปราศจากมาตรฐานใดๆ

“เปรียบเทียบกับกรณีที่ไทยและกัมพูชากำลังมีปัญหากัน ทำไมทหารไทยถึงทำได้มากกว่าการเจรจา เช่น การ แสดงจุดยืนของไทย หรือโทรคุยระหว่างผู้นำประเทศ แต่กรณีเหมืองแร่ที่ต้นแม่น้ำกกกลับมุ่งไปที่เรื่องการเจรจาโดยที่ไม่มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก หากรัฐบางมุ่งมั่นที่จะปิดเหมืองแร่ที่ต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสายอย่างถาวร เราสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้”นายสืบสกุล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...