โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดสาเหตุ ทหารไทย ปะทะ กัมพูชา หลังหญิงเขมรโวยล้ำแดน ที่ปราสาทตาเมือนธม

Thaiger

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

เกิดเหตุตึงเครียดระหว่างทหารไทยและกัมพูชาที่ปราสาทตาเมือนธม หลังหญิงชาวกัมพูชาโวยทหารไทยล้ำแดน ทำให้ทหารเกือบหนึ่งกองร้อยเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ไทยจึงต้องสั่งเคลียร์นักท่องเที่ยวทั้งหมดออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วน

(วันที่ 15 กรกฎาคม 2568) ได้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดระลอกใหม่ขึ้นบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนบานปลายกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องสั่งเคลียร์นักท่องเที่ยวทั้งหมดออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.08 น. โดยมีชนวนเหตุมาจากหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งได้ตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ทหารไทย โดยกล่าวหาว่าทหารไทยได้ล้ำเส้นเข้าไปในเขตแดนของประเทศกัมพูชา จนเกิดเป็นการทะเลาะวิวาทและมีปากเสียงกันดังขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองฝ่ายที่ประจำอยู่ในบริเวณนั้นต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์

ภาพจาก: FB/ เชียร์ลุง 2

แต่เหตุการณ์กลับลุกลามบานปลายยิ่งขึ้น เมื่อมีรายงานว่ากำลังทหารกัมพูชาจำนวนเกือบหนึ่งกองร้อย ได้วิ่งเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย บริเวณบันไดทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม ทำให้ฝ่ายทหารไทยต้องเคลื่อนกำลังเข้าไปในจุดเดียวกันเพื่อควบคุมพื้นที่ จนเกิดเป็นการประจันหน้ากันในระยะใกล้ชิด โดยมีรายงานว่าสถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย มีการผลักอกและตะโกนโวยวายใส่กัน

เมื่อประเมินแล้วว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรงและเป็นอันตรายมากขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยในพื้นที่จึงได้ตัดสินใจเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยได้ประกาศและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวทั้งหมด ทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา รีบเดินทางออกจากบริเวณปราสาทโดยทันทีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...