โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 แม่ทัพ 3 ผบ.ทบ. รบกัมพูชา ปกป้องอธิปไตยไทย

INN News

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

4 แม่ทัพ 3 ผบ.ทบ. นำทัพสู้ศึกชายแดนกัมพูชา ต่อสู้ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยไทย

นับตั้งแต่มี MOU 43 มาเป็นเวลา 25 ปี ไทยยึดมั่นปฏิบัติตามมาโดยตลอด แต่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายร้อยครั้ง ตามที่ พล.ต.ณัฐ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 เคยชี้แจงไปแล้ว และมีหลายครั้งที่เกิดการปะทะ ต่อสู้ สูญเสียกันทั้ง 2 ฝ่าย ต้องชื่นชม แม่ทัพภาค 2 ในแต่ละยุค แต่ละสมัย ที่ต่อสู้รักษาอธิปไตย ผลักดันทหารเขมรออกไปจากแผ่นดินไทยได้ทุกครั้ง

แม่ทัพคนแรกในศึกกับเขมร หลังมี MOU 43 คือ พลโท วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล ที่รับตำแหน่งได้ 3 วัน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผู้บัญชาการทหารบก ก็เกิดเหตุปะทะกัมพูชา วันที่ 3 ต.ค. 2551 บริเวณภูมะเขือและช่องอานม้า ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ปะทะกันประมาณ 20 นาที ทหารกัมพูชาได้ล่าถอยไป โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างอ้างว่า อีกฝ่ายรุกล้ำเขตแดน ถัดมา วันที่ 15 ต.ค. 2551 ทหารกัมพูชา โจมตีทหารไทยด้วยอาวุธปืน และเครื่องยิงจรวด อีกครั้ง บริเวณใกล้ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

กองทัพภาค 2 ภายใต้ การนำของ พลโท วิบูลย์ศักดิ์ และมี พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการ กองกำลังสุรนารี ก็ต่อสู้ปกป้องอธิปไตยไว้ได้เช่นเดิม และกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เรียกอุปทุตกัมพูชาประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อประท้วงการกระทำดังกล่าว จากนั้น เดือน เม.ย.2552 ก่อน พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ จะพ้นจากตำแหน่ง 4 เดือน ก็ยังเกิดเหตุปะทะต่อสู้กับเขมรอีกครั้ง บริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และสามารถผลักดันเขมรกลับไปได้เช่นเดิม

แม่ทัพ คนต่อมา ที่ต่อสู้กับกัมพูชา คือ พลโท วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2 ที่รับไม้ต่อจาก พลโทวิบูลศักดิ์ โดยที่ ผบ.ทบ.ยังคงเป็น"บิ๊กป็อก" เช่นเดิม เหตุเกิด วันที่ 24 ม.ค. 2553 ปะทะกันบริเวณหนองใหญ่ หัวเขื่อนห้วยขนุน ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยกัมพูชาอ้างว่าฝ่ายไทยรุกล้ำอาณาเขตของกัมพูชา แต่ฝ่ายไทยโต้แย้งยืนยันว่าบริเวณดังกล่าวเป็นดินแดนของไทย และทหารไทยไปพบขบวนการ ลักลอบตัดไม้พะยูงที่ข้ามแดนเข้ามาตัดไม้ในฝั่งไทย จึงต่อสู้ผลักดันออกไป และเป็นการปะทะกันครั้งเดียวของ ในยุคของ พลโทร วีร์วลิต ก่อนส่งไม้ต่อให้คนใหม่

คนที่ 3 ที่นำทัพภาค 2 ต่อสู้กับกัมพูชา คือ พลโทธวัชชัย สมุทรสาคร โดยมีการต่อสู้กัน ในช่วงวันที่ 4 – 7 ก.พ. 2554 เป็นการปะทะครั้งรุนแรง ทหารกัมพูชาใช้ปืนใหญ่ โจมตีฐานทหารไทย บริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ยิงถล่มบริเวณปราสาทพระวิหาร และฐานทหารไทย ใกล้ผามออีแดง รวมถึงมีกระสุนปืนใหญ่ไปตกในหมู่บ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งทหารไทยก็ตอบโต้ กดดันจนทหารกัมพูชา ต้องหยุดยิง และถอยร่นไป ก่อนที่ 2 เดือนถัดมา พลโทธวัชชัย ได้นำกองทัพภาค 2 ต่อสู้กับกัมพูชาผู้บุกรุกอีกครั้ง 22 เม.ย. – 3 พ.ค. 2554 มีการปะทะสู้รบกันอย่างรุนแรงอีก บริเวณปราสาทตาเมือนธม - ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และบริเวณ อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

ในครั้งนั้น "ฮุน มาเนต" นายกฯกัมพูชาคนปัจจุบัน มาบัญชาการรบด้วยตัวเอง ส่วนฝั่งไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการทหารบก สั่งแม่ทัพภาค 2 เพื่อนรัก พลโทธวัชชัย อย่าหยุดยิงปืนใหญ่จนกว่า กัมพูชา จะหยุดยิง สร้างความเสียหาย ให้กับทหารกัมพูชาเป็นอย่างมาก และหลังจากนั้น ทหารกัมพูชา ก็ไม่ปะทะกับทหารไทยอีกกว่า 10 ปี

กระทั่งถึงยุค พลโท บุญสิน พาดกลาง เป็นแม่ทัพภาค 2 ในปี 2568 และมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก ทหารกัมพูชายั่วยุ ด้วยการนำพลเรือนมาทำกิจกรรมร้องเพลงชาติ บริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ เกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาตรีมุข บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ใกล้ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทหารกัมพูชา ขุดคูเลต รุกล้ำพื้นที่ จนเกิดการปะทะกัน เมื่อ 28 พ.ค. และทำให้สถานการณ์ชายแดน ไทยกัมพูชา ตลอดแนวกว่า 800 กม.ตึงเครียด มีการเสริมกำลังทหาร 2 ฝ่าย ตามแนวชายแดนขนอาวุธหนักมาประจำการ ควบคุมการเปิด-ปิด ด่านอย่างเข้มงวด มีการยั่วยุ ข่มขู่ กดดันผ่านโซเชียลมีเดีย

จาก "2 พ่อลูกตะกูลฮุน" ผู้นำกัมพูา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงฟ้องศาลโลก ยึด 4 พื้นที่พิพาท โดยที่ยังไม่มีวีแวว ความตึงเดรียดชายแดน 2 ประเทศจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่จุดยืนของไทยนั้นชัดเจนมาก ยึดสันติวิธี ปกป้องอธิปไตย ไม่ยอมเสียดินแดนอย่างเด็ดขาด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...