โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ปกป้องตัวคุณเองจากฤดูกาลแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก...ด้วยการฉีดวัคซีน | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 08.47 น.
  • ไข้เลือดออกติดต่อได้อย่างไร?
  • โรคไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร?
  • ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก
  • วัคซีนไข้เลือดออก

รู้จักกับโรค ‘ไข้เลือดออก’

ไข้เลือดออก หนึ่งในโรคติดต่อที่แพร่ระบาดได้มากที่สุด เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (dengue viruses) ที่แพร่ระบาดจากคนสู่คนผ่านยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค จะเห็นได้ว่า ‘ยุง’ มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด ดังนั้น มากกว่าร้อยละ 70 ของผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้ออาศัยอยู่ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ในประเทศไทยได้มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อมากกว่า 24,030 ราย และมีรายงานการเสียชีวิตมากกว่า 20 ราย ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกมาเตือนถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่อาจทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี

ไข้เลือดออกติดต่อได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสเดงกีแพร่ระบาดสู่คนได้จากการถูกกัดโดยยุงลายที่เป็นพาหะ โดยสายพันธุ์ที่สำคัญคือยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) ที่อาศัยและแพร่พันธุ์ตามแหล่งน้ำขังตามสิ่งของต่างๆ รอบบ้าน เช่น โอ่ง ขยะ หรือถ้วย ส่วนอีกสายพันธุ์ คือยุงลายสวน (Aedes albopictus) ซึ่งแพร่พันธุ์ตามแหล่งน้ำขังอย่างโพรงไม้ หรือใบไม้ในสวน เป็นสายพันธุ์ที่สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมโดยเฉพาะในฤดูฝน ยุงลายเพียงไม่กี่ตัว อาจแพร่เชื้อให้สมาชิกทั้งครอบครัวได้
เชื้อไวรัสเดงกีมีทั้งสิ้น 4 สายพันธุ์ ได้แก่ DENV-1 DENV-2 DENV-3 และ DENV-4 โดยทุกครั้งที่มีการแพร่ระบาดจะพบสายพันธุ์เหล่านี้ได้ทั้งหมด ดังนั้น ในแต่ละคนจึงสามารถเป็นไข้เลือดออกได้มากกว่า 1 ครั้ง โดยมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ทั้งสี่สายพันธุ์

โรคไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร?

ไข้เลือดออก หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่ง คือ ไข้กระดูกแตก (Breakbone fever) เนื่องจากอาการของไข้เลือดออกนอกเหนือไปจากอาการไข้สูงแล้ว ผู้ป่วยยังมีอาการอย่างปวดศีรษะรุนแรง ปวดรอบกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อและข้อ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดหลังได้รับเชื้อไปประมาณ 4-10 วัน และมีอาการต่อไปอีกประมาณ 2-7 วัน
ถึงแม้ว่า 1 ใน 4 ของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไปจะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ในเด็กหรือผู้ที่ติดเชื้อซ้ำ ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีแนวโน้มที่อาการของโรคจะดำเนินไปถึงระยะวิกฤตที่เรียกว่า ไข้เลือดออกเดงกี (dengue hemorrhagic fever) และกลุ่มอาการช็อกจากไข้เลือดออก (dengue shock syndrome) โดยจะมีอาการเตือนต่างๆ ในช่วงที่ไข้ลงซึ่งจะกินระยะเวลา 1-2 วัน ได้แก่ ปวดท้อง กดเจ็บ อาเจียน (อย่างน้อย 3 ครั้งใน 24 ชั่วโมง) มีเลือดออกจากจมูกหรือเหงือก อาเจียนเป็นเลือดหรืออุจจาระเป็นเลือด รวมทั้งรู้สึกเหนื่อย กระสับกระส่าย หรือฉุนเฉียวง่าย การได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างรวดเร็วพร้อมกับการรักษาอย่างเหมาะสมจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงได้

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคมีรายงานว่า ไข้เลือดออกสามารถพบได้ในทุกช่วงกลุ่มอายุ โดยอัตราการติดเชื้อไข้เลือดออกสูงสุดพบในเด็กอายุระหว่าง 5-14 ปี รองลงมาคือผู้ใหญ่อายุระหว่าง 15-24 ปี เนื่องจากในเด็กจะมีภูมิคุ้มกันต่อการป้องกันไวรัสได้เพียงเล็กน้อย จึงทำให้เป็นกลุ่มอายุที่มีความไวต่อการติดเชื้อมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยกลุ่มเด็กได้รับผลกระทบมากที่สุดพร้อมกับรายการการเสียชีวิตสูงสุดด้วย อย่างไรก็ตาม อุบัติการณ์ของโรคไข้เลือดออกเริ่มมีแนวโน้มค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มที่จะมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

มารู้จักกับ ‘วัคซีนไข้เลือดออก’

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน 2 ชนิดด้วยกัน โดยทั้งคู่เป็นวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตหรือเชื้อเป็น (Live attenuated vaccine) ที่มีความแตกต่างกันในส่วนของโครงสร้างหลักที่ใช้เป็นแกนกลาง (Backbone) โดยสามารถป้องกันเชื้อไวรัสไข้เลือดออกได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ ได้แก่

  • วัคซีนไข้เลือดออกที่มีเชื้อไวรัสไข้เหลือง 17D เป็นแกนกลาง (Chimeric dengue vaccine in a yellow fever 17D backbone) แนะนำให้ฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 3 เข็ม โดยเว้นห่างกัน 6 เดือน (ที่ 0, 6 และ 12 เดือน) ในผู้ที่มีอายุ 6-45 ปี ที่เคยมีประวัติเป็นไข้เลือดออกมาก่อน หรือมีผลการตรวจระดับภูมิคุ้มกัน (serological testing) ที่แสดงถึงการได้รับเชื้อในอดีต
  • วัคซีนไข้เลือดออกที่มีเชื้อไวรัสเดงกีซีโรไทป์ 2 (DEN-2) เป็นแกนกลาง (Dengue serotype 2 virus backbone) แนะนำให้ฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 2 เข็ม โดยเว้นห่างกัน 3 เดือน (ที่ 0 และ 3 เดือน) ในผู้ที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป สามารถฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยมีประวัติเป็นไข้เลือดออกมาก่อน โดยไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการยืนยันการติดเชื้อจากห้องปฏิบัติการ
    ในภาพรวมประสิทธิภาพของวัคซีนไข้เลือดออกสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 60-80 และป้องกันการเกิดไข้เลือดออกรุนแรงจนนำไปสู่การรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึงร้อยละ 70-90 สำหรับวัคซีนเข็มกระตุ้นยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา อย่างไรก็ตาม การได้รับวัคซีนไข้เลือดออกยังไม่สามารถป้องกันโรคได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น การดูแลป้องกันตนเองจากยุงพาหะยังคงมีความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

มีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงอะไรบ้างหลังจากฉีดวัคซีน?

วัคซีนไข้เลือดออกทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงเพียงสองสามวันเท่านั้น เช่น อาการเจ็บ คัน ปวดบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ไม่มีแรง และรู้สึกไม่สบายทั่วไป บางคนอาจมีวูบหลังได้รับวัคซีน ให้แจ้งแพทย์ทราบหากคุณรู้สึกวิงเวียน การมองเห็นเปลี่ยนไป หรือมีหูอื้อ และเช่นเดียวกับยาตัวอื่นๆ วัคซีนยังมีโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ หรืออาการข้างเคียงที่ควรเฝ้าระวังเช่นกัน
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตลอด 24 ชั่วโมง
Reference:

  • กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2562). ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2562 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค
  • สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. Guidance for the use of Dengvaxia [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 15 ก.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก https://www.pidst.or.th/A606.html
  • สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือวิชาการโรคติดเชื้อเดงกีและโรคไข้เลือดออกเดงกีด้านการแพทย์และสาธารณสุข (พิมพ์ครั้งที่ 1). สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค
  • Angelin, M., Sjölin, J., Kahn, F., Ljunghill Hedberg, A., Rosdahl, A., Skorup, P., Werner, S., Woxenius, S., & Askling, H. H. (2023). Qdenga® - A promising dengue fever vaccine; can it be recommended to non-immune travelers?. Travel medicine and infectious disease, 54, 102598. https://doi.org/10.1016/j.tmaid.2023.102598
  • Centers for Disease Control and Prevention. Dengue. Recommendations [Internet]. 2022 [cited 2023 July 15]. Available from: https://www.cdc.gov/dengue/index.html
  • World Health Organization. Dengue and severe dengue. Recommendations [Internet]. 2022 [cited 2023 July 15]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue
  • World Mosquito Program. Dengue’s deadly impact on children. Recommendations [Internet]. 2022 [cited 2023 July 15]. Available from: https://www.worldmosquitoprogram.org/en/news-stories/stories/explainer-dengues-deadly-impact-children
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...