โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซีอีโอ Capital Group แนะ Gen Z เลิกลงทุนแบบงานอดิเรก หันโฟกัสระยะยาว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 06.07 น.

ซีอีโอ Capital Group แนะ Gen Z เลิกลงทุนแบบงานอดิเรก แต่ควรเริ่มสร้างพอร์ตบนพื้นฐานเศรษฐกิจจริง มองยาวเพื่อสร้างความมั่งคั่ง

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 12.41 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ไมค์ กิตลิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capital Group แสดงความเห็นว่า นักลงทุนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ซึ่งจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกต่อต้านการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับอานิสงส์จากสงคราม ควรหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว แทนการลงทุนแบบตามความสนใจส่วนตัว หรือที่เขาเรียกว่า hobby investing**

ระหว่างการตอบคำถามในงาน CNBC Converge Live ที่สิงคโปร์ กิตลินกล่าวว่า แนวคิดการลงทุนของคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยยกตัวอย่างคำถามจากผู้เข้าร่วมงานรายหนึ่ง ซึ่งเล่าว่าลูกวัยรุ่นของตนคัดค้านแผนการปรับพอร์ตจากทองคำไปสู่น้ำมัน เพราะมองว่าเป็นการทำกำไรจากสงคราม และจากการสำรวจไม่เป็นทางการในโรงเรียน พบว่าเกือบ 80% ของนักเรียน Gen Z มีมุมมองในลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม กิตลินชี้ว่าไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือน้ำมัน ล้วนไม่ใช่สินทรัพย์ที่เหมาะสำหรับการวางแผนการลงทุนในระยะยาวถึง 75 ปี พร้อมเตือนว่าการพยายามจับจังหวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นั้นยากมากแม้แต่มืออาชีพ นับประสาอะไรกับนักลงทุนอายุน้อย

เขาแนะนำให้เริ่มต้นจากการสร้างพอร์ตจำลอง (paper portfolio) เพื่อเรียนรู้การลงทุน ศึกษาข้อมูลเชิงลึกของบริษัท (due diligence) โดยสามารถใช้เครื่องมือ AI ช่วยวิเคราะห์ และเน้นปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ มากกว่าการแกว่งตัวระยะสั้นของตลาด

“สิ่งสำคัญคือทำให้พวกเขาสนใจตลาดโดยรวม ทั้งหุ้น พันธบัตร สภาพเศรษฐกิจมหภาค และสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก”

คำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มที่นักลงทุนรุ่นใหม่มีความไม่ไว้วางใจต่อสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้น โดยรายงาน Global Retail Investor Outlook ของ World Economic Forum ระบุว่า ความเชื่อมั่นของ Gen Z ต่อสถาบันการเงินลดลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา และเกือบ 20% ของผู้ที่ยังไม่ลงทุนให้เหตุผลว่าไม่เชื่อมั่นในระบบการเงินจึงเลือกอยู่ห่างจากตลาด

นอกจากนี้ยังเริ่มปรากฏกลุ่มนักลงทุนที่ยึดแนวคิด financial nihilism หรือการปฏิเสธเป้าหมายการสร้างความมั่งคั่งแบบดั้งเดิม แม้จะยังเป็นกลุ่มเล็ก แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ระบุว่า หากมีความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์มมากขึ้น ก็มีแนวโน้มจะกลับมาลงทุน

ในอีกด้านหนึ่ง กิตลินยังชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดของตลาดการเงินโลก แม้สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านจะยืดเยื้อมานานเกือบสองเดือน โดยดัชนีหุ้นโลกอย่าง MSCI World Index ฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือระดับก่อนเกิดสงคราม หลังจากเคยปรับตัวลงกว่า 3.29% และล่าสุดเพิ่มขึ้นราว 2% จากระดับปิดวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง

“ตลาดมีความยืดหยุ่นสูงมาก เพราะนักลงทุนมองไปข้างหน้า 3-5 ปี สนใจผลประกอบการและศักยภาพการเติบโตของบริษัทมากกว่าเหตุการณ์ระยะสั้น” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าการลงทุนต้องมองทะลุความผันผวนเพื่อโฟกัสระยะยาว

ที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปีนี้กลับเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน เช่น เกาหลีใต้และไต้หวัน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นถึง 50% ขณะที่ตลาดหุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 30% สูงกว่าดัชนี S&P 500 ที่ปรับขึ้นเพียง 3%

อย่างไรก็ตาม กิตลินเตือนว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือ ระดับราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดการเงินต้องปรับตัวตามในที่สุด

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...