เชลยศึกสงครามลาว (27) บันทึกของซีไอเอ
บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
เชลยศึกสงครามลาว (27)
บันทึกของซีไอเอ
ใน “BATTLE FOR SKYLINE RIDGE” เจมส์ อี. ปาร์เกอร์ จูเนียร์ บันทึกการเข้าตีทางภาคพื้นดินตามแผนขั้นที่ 1 ของฝ่ายเวียดนามเหนือว่า
“เย็นวันที่ 17 ธันวาคม (2514) กองทัพเวียดนามเหนือเริ่มยิงปืนใหญ่ 122 มม. เข้าใส่ กรม GM-21 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทุ่งไหหินเป็นสัญญาณให้หน่วยทหารเวียดนามเหนือทุกหน่วยเคลื่อนที่ผ่านแนวออกตีตามแผน
การเข้าตีทางภาคพื้นดินตามแผนขั้นที่ 1 เริ่มขึ้นจริงเมื่อเวลา 05.30 น. ของเช้าวันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งฝ่ายเวียดนามเหนือคาดหวังว่า หมอกบนพื้นดินและเพดานเมฆที่ต่ำจะบดบังทัศนวิสัยของฝ่ายตั้งรับ ตลอดทั่วพื้นที่ทุ่งไหหิน ปืนใหญ่ของเวียดนามเหนือระดมยิงเข้าสู่ทั้งที่ตั้งทหารไทยและม้ง
อย่างไรก็ตาม ทหารราบเวียดนามเหนือต้องเผชิญกับการตั้งรับอย่างเหนียวแน่นทั้งของทหารไทยและม้ง ทั้งในที่หมายแรกคือฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตง และที่หมายที่สอง ฐานยิงสนับสนุนคิงคอง ปรากฏว่า การระดมยิงฉากชุดแรกของเวียดนามเหนือนี้สามารถทำลายคลังกระสุนของฐานยิงไลอ้อนได้อย่างแม่นยำ ก่อให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ ส่งสะเก็ดระเบิดและชิ้นส่วนต่างๆ สาดไปไกลหลายร้อยเมตร ควันระเบิดรูปดอกเห็ดมหึมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ด้านตะวันออกของทุ่งไหหิน
เมื่อพระอาทิตย์สาดแสงแรก CASE OFFICER ที่ บก.ล่องแจ้ง ต่างพยายามหา ฮ.ของแอร์อเมริกาเพื่อบินเข้าพื้นที่การรบในทุ่งไหหิน
เอ็ด เรด ทำหน้าที่นักบิน ฮ.ให้ CASE OFFICER รหัส ‘ฮาร์ดโนส’ ฮ.บินตรงไปยังฐานยิงสนับสนุนสติงเรย์ที่ซึ่งหัวหน้า แสน (พันเอก จุไท แสงทวีป) ผู้บัญชาการทหารไทยในพื้นที่ทุ่งไหหินประจำอยู่ที่นั่น เมื่อไปถึงที่หมาย เรดยังต้องรอโอกาสเพื่อหาจังหวะช่องว่างจากกระสุน ค. ข้าศึกที่ระดมยิงเข้ามาตลอดเวลา เมื่อสบจังหวะก็ปล่อยฮาร์ดโนสลง แล้วบินออกมารอในพื้นที่ปลอดภัยเพื่อกลับมารับเมื่อถูกเรียก
ภายในบังเกอร์ เสียงโต้ตอบทางวิทยุจากทหารไทยทั่วทุ่งไหหินระงมไปทั่ว ขณะที่นอกบังเกอร์ก็เต็มไปด้วยเสียงปืนเล็กและระเบิดขว้าง
การระเบิดของคลังกระสุนที่ฐานยิงไลอ้อนนับเป็นหายนะ ราวกับบางส่วนของโลกใบนี้ถล่มลง เป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับ CASE OFFICER คนใดที่จะแก้ไขปัญหาได้ ทั่วทุกฐานที่มั่นของทหารไทยในทุ่งไหหิน นอกจากฐานยิงสนับสนุนคอบร้าและสติงเรย์แล้ว ล้วนยากที่ CASE OFFICER คนอื่นๆ จะเข้าถึงได้
ฮาร์ดโนสนึกถึง บก.ของเขาที่ล่องแจ้งซึ่งผู้นำอากาศยานหน้าคนไทย นามรหัส ‘สมอลแมน’ ยังคงติดต่อประสานงานกับผู้นำอากาศยานหน้าทั่วทั้งทุ่งไหหิน ดังนั้น เขาจึงเรียกเอ็ดให้นำ ฮ.บินกลับมารับเขา ขณะที่คิดอยู่ในใจว่า ‘กองทัพอากาศสหรัฐไปอยู่เสียที่ไหน ความสำเร็จในการป้องกันที่ตั้งของฝ่ายเราขึ้นอยู่กับกองทัพอากาศ …เครื่องบินไปอยู่เสียที่ไหน ขณะที่ข้าศึกกำลังรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนอยู่ในที่โล่งเช่นนี้ ย่อมเป็นที่หมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศ’
เอ็ดบินกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วรับ ‘ฮาร์ดโนส’ ขึ้น ฮ. ขณะที่กำลังดึงเครื่องขึ้น ลูกระเบิดก็หล่นมาจากเบื้องบนรอบๆ ตัว ปรากฏว่าเป็นระเบิดที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบิน T-28 เข้าใส่ทหารเวียดนามเหนือที่รายล้อมอยู่โดยรอบฐานยิงสนับสนุนสติงเรย์ ฮ. ของเขาอยู่ระหว่างแนวทิ้งระเบิดพอดี เรดคำรามเสียงดังแล้วบังคับ ฮ. ร่อนไปซ้ายทีขวาที
นับว่ามหัศจรรย์ไม่น้อยที่ไม่มีลูกระเบิดลูกใดหล่นมาโดน ฮ.เขาเลย
ในเวลาเดียวกันนั้น ‘ดิกเกอร์’ CASE OFFICER อีกคนหนึ่ง พบว่ากรม GM-21 ของเขากำลังเคลื่อนที่มุ่งไปทางทิศใต้ของทุ่งไหหิน เหล่าทหารที่เดินตามผู้บังคับการกรมไม่ได้วิ่ง แต่เดินเป็นแถวอย่างเร่งรีบด้วยอาการตื่นกลัว
ดิกเกอร์ลงพื้นใกล้ๆ หัวแถว จากการพูดคุยจึงทราบว่าทหารหน่วยนี้ถูกข้าศึกระดมยิงด้วยอาวุธหนักคือปืน ค. ตั้งแต่คืนที่แล้วจนถึงเมื่อเช้านี้ ทหารหน่วยนี้ไม่มีใครขุดหลุมบุคคลเพื่อป้องกันอันตราย เพราะภารกิจที่ได้รับมอบคือการรบแบบเคลื่อนที่ และตอนนี้พวกเขากำลัง ‘เคลื่อนที่’ กลับเข้าสู่ทุ่งไหหิน ดิกเกอร์พยายามพูดให้ปักหลักสู้ แต่ไม่สำเร็จ
เมื่อกลับมาถึง บก.ที่ล่องแจ้ง ฮาร์ดโนสตรวจสอบสถานการณ์กับผู้นำอากาศยานหน้าทั้งหมด แล้วก็เป็นอย่างที่คิด บริเวณพื้นที่ทั้งรอบๆ และบนฐานยิงสนับสนุนไลอ้อน มัสแตง และคิงคอง ล้วนตกอยู่ภายใต้การระดมยิงอย่างหนัก
ที่ฐานยิงสนับสนุนไลอ้อน ผู้นำอากาศยานหน้าไทยนามรหัส ‘วิสกี้ 02’ หนึ่งในผู้นำอากาศยานหน้าอาวุโส และฝีมือดีคนหนึ่ง รายงานว่า ทหารเวียดนามเหนือได้บุกทะลุทะลวงผ่านแนวลวดหนามแนวแรกเข้ามาได้ และกำลังพยายามบุกเข้ามาที่แนวคูป้องกัน รุกไล่ทหารไทยซึ่งต้องถอนตัวขึ้นไปบนเนินสูง
วิสกี้ 02 ยังรายงานด้วยว่าขาดแคลนลูกระเบิดมือ ‘ฮาร์ดโนส’ จึงวิ่งไปช่วยขนระเบิดมือหลายลังด้วยตัวเองขึ้นแรมป์ท้ายเครื่องบินเพื่อนำไปทิ้งให้ที่มั่นของวิสกี้ 02
เอ็ด เดียร์บอร์น นักบินเครื่องบินปีกติดลำตัว คอนติเนนตัล ทวิน ออตเตอร์ ติดเครื่องรอ เมื่อพร้อมแล้วก็นำเครื่องบินขึ้น ตรงไปยังทุ่งไหหินสู่ที่ตั้งของวิสกี้ 02 โดยมีฮาร์ดโนสร่วมไปด้วย เอ็ดบินเข้าสู่ฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนในระดับเรี่ยยอดหญ้าเพื่อหลีกเลี่ยง ปตอ.ที่เขารู้ว่าตั้งอยู่บนภูเทิง เมื่อใกล้เข้าไปจนถึงที่สุดแล้ว เขาก็ดึงคันบังคับจนมาติดหน้าท้อง ส่งผลให้เครื่องบินพุ่งสูงขึ้นเกือบตั้งฉากพื้นโลกเมื่อมาถึงยอดเขา ในช่วงเวลาทองสั้นๆ คิกเกอร์ท้ายเครื่องบินก็ผลักลังระเบิดมือลงสู่ที่หมาย
จากนั้นเอ็ดก็ผลักเครื่องแฉลบเหนือยอดเขาไปทางซ้าย หลีกหนี ปตอ.ข้าศึก ขณะที่กระสุน ปตอ.ที่ยิงออกมาก็พุ่งเฉียดลำตัวเครื่องบินเห็นเป็นแนวเส้นแดงจากกระสุนส่องวิถี เขาดึงเครื่องบินไต่ระดับขึ้นสูงเหนือพื้นที่ทุ่งไหหินสุดกำลังเครื่องยนต์ แล้วบ่ายหน้ากลับ บก.ล่องแจ้ง
ที่ บก.ล่องแจ้ง สมอลแมนผู้นำอากาศยานหน้าไทยได้ยินเสียงเรียกทางวิทยุจากวิสกี้ 02 ก่อนที่ฮาร์ดโนสจะกลับมาถึง บก.เพียงเล็กน้อย เขารายงานต่อฮาร์ดโนสว่า วิสกี้ 02 ร้องขอให้ปืนใหญ่ยิงลงบนที่มั่นของเขา เพราะข้าศึกบุกมาอยู่บนบังเกอร์ของเขาแล้ว ฮาร์ดโนสพยายามติดต่อวิสกี้ 02 ทางวิทยุครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีเสียงตอบรับ”
หมายเหตุ ในหนังสือ “วีรกรรมนิรนาม…ทหารเสือพราน” ของ “ชาลี คเชนทร์” (เฉลิมชัย ธรรมเวทิน) ปรากฏรายชื่อผู้นำอากาศยานหน้าลำดับที่ 47 “Prinya Inthakuen-Whiskey : สาบสูญ” และลำดับที่ 68 “Somchai Tankulsawat- Small Man”
ฐานยิงสนับสนุนคิงคอง
“สถานการณ์ที่ฐานยิงสนับสนุนคิงคองซึ่งเป็นที่หมายรองของฝ่ายเวียดนามเหนือ พลประจำปืนต้องลดปากกระบอกปืนใหญ่ลงมาในแนวราบขนานพื้น เพื่อใช้เทคนิคยิงเล็งตรงไปยังข้าศึกที่บุกเข้ามาประชิดที่ตั้งขณะที่กระสุนปืนใหญ่ใกล้จะหมดจากฐานยิง
นักบินประจำเครื่องคอนติเนนตัล ทวิน ออตเตอร์ ได้รับคำสั่งให้นำกระสุนไปส่งให้ฐานยิงสนับสนุนคิงคองด่วน แต่ขณะที่เขากำลังจะหย่อนลังกระสุนลงสู่ฐานยิง ปตอ. เวียดนามเหนือหลายกระบอกก็ยิงสวนขึ้นมา เครื่องบินเข้ามาอยู่ในระยะยิงของ ปตอ. กระบอกหนึ่งซึ่งทำการยิงอย่างรวดเร็วเสียจนกระทั่งใบไม้และอุปกรณ์ที่ใช้พรางกระเด็นออก เครื่องบินอยู่ท่ามกลางวิถีกระสุน เสี่ยงต่ออันตราย นักบินจึงล้มเลิกภารกิจแล้วบินลงไปทางทิศใต้
กองพล 316 เวียดนามเหนือซึ่งได้รับภารกิจให้เข้าตีฐานยิงสนับสนุนคิงคองร่วมกับรถถัง T-34 3 คัน รวมทั้งรถสายพานลำเลียงพลซึ่งบรรทุกทหารราบเคลื่อนที่มาจากแก่งไก่ วิ่งผ่านพื้นที่ซึ่งเคยมีทหารรัฐบาลลาว กรม GM-21 วางกำลังอยู่แล้วตรงไปทางทิศตะวันตก แต่ระหว่างที่เคลื่อนที่อยู่บนที่ราบทุ่งไหหิน รถถัง 2 ใน 3 คันเกิดติดขัด จึงเหลือรถถังเพียงคันเดียวในการสนับสนุนทหารราบ แต่แล้วก็ถูกยิงที่ป้อมปืนด้วยอาวุธต่อสู้รถถังจนปืนใหญ่ประจำรถใช้การไม่ได้ จึงหันหลังกลับไปช่วยเหลือรถถัง 2 คันที่ติดขัดอยู่
ผู้นำอากาศยานหน้าไทยนาม “รอสสินี” อยู่ร่วมกับทหารไทยบนอีกยอดเขาทางขวาของพื้นที่ตอนเหนือฐานยิงสนับสนุนคิงคอง รายงานว่า กำลังเวียดนามเหนือจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขามาทางด้านตะวันออก กดดันให้เขาต้องละทิ้งที่มั่นแล้วถอนตัวเข้ามาอยู่ในฐานยิงสนับสนุนคิงคอง”
ฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตง
“การสู้รบที่ฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตงที่หมายหลักในการเข้าตีของเวียดนามเหนือ ทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกัน กระสุนปืนใหญ่ของเวียดนามเหนือตกลงมาในฐานหนักกว่าที่อื่นๆ แต่แล้วปืนใหญ่เหล่านี้ก็หยุดยิงเพื่อให้ทหารราบเคลื่อนตัวกระชับวงล้อมที่มั่นทหารไทยให้ประชิดเข้าไปอีก
จากการดักฟังทางวิทยุ ผู้บังคับกองร้อยเวียดนามเหนือคนหนึ่งรายงานว่า สามารถยึดที่หมายขั้นต้นซึ่งอยู่ระหว่างฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนกับมัสแตงได้เป็นผลสำเร็จ แต่ในความเป็นจริง เขาหยุดการเข้าตีแล้วหลบอยู่ในแนวป่าเพื่อความปลอดภัย เมื่อถูกตรวจพบจึงได้รับคำสั่งให้ออกมาเข้าตีที่หมายด้วยการใช้บังกะโลตอร์ปิโด อนาคตต่อไปของนายทหารคนนี้คงไม่ก้าวหน้านัก
ตอนสายวันนั้น กองพันลาวเทิงจากกรม GM-21 ซึ่งยังไม่รับทราบว่าฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตงกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก จึงพยายามเคลื่อนกำลังจากที่มั่นเคลื่อนที่ในทุ่งไหหินลงมาที่ฐานยิงสนับสนุนมัสแตง
ทำให้ฝ่ายเวียดนามเหนือเข้าใจผิดว่าเป็นกำลังเพิ่มเติมที่จะมาเข้าตีจากทางด้านหลัง จึงสั่งระงับการเข้าตีต่อที่หมายฐานยิงไลอ้อนและมัสแตงไว้ชั่วคราว เพื่อหันมาต่อสู้กับหน่วยทหารลาวเทิงเหล่านี้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลยศึกสงครามลาว (27) บันทึกของซีไอเอ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly