โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตากระตุกอันตรายไหม?

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ดวงตา “ ถือเป็นอวัยวะสำคัญของมนุษย์เรา ดังนั้นการดูแลและเรียนรู้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญ มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก “รศ. นพ.ธัญญทัต ผดุงเกียรติสกุล “ สาขาวิชาจักษุประสาทวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ในเรื่อง “ตากระตุก” โดยมีการอธิบายความว่า ภาวะที่กล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาเกิดการหดตัวหรือกระตุกขึ้นเองโดยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งที่ตามปกติกล้ามเนื้อควรถูกสั่งงานจากสมอง อาการนี้อาจเกิดที่เปลือกตาบนหรือเปลือกตาล่าง และมักเกิดเพียงข้างเดียว โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นจะรู้สึกเหมือนมีอะไรเต้นหรือสั่นเล็ก ๆ ที่ตา ซึ่งอาจรบกวนสมาธิหรือสร้างความรำคาญในชีวิตประจำวันได้

สาเหตุของอาการตากระตุกที่พบบ่อย สามารถแบ่งสาเหตุของอาการตากระตุกออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ -เปลือกตาเขม่น สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อเปลือกตากระตุกเป็นจุดเล็ก ๆ มักเกิดเพียงข้างเดียว และไม่อันตราย สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนมาก เช่น กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง อาการในกลุ่มนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรง และมักดีขึ้นหรือหายได้เอง เมื่อปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม

-ตาปิดเกร็ง อาการที่ต้องระวังมากขึ้น ตาปิดเกร็งเป็นภาวะที่รุนแรงขึ้นจากตากระตุกธรรมดา ผู้ป่วยอาจเริ่มจากการกระพริบตาถี่ผิดปกติ และอาจรุนแรงจนลืมตาไม่ขึ้น ต้องใช้มือช่วยถ่างตา ลักษณะสำคัญคือมักเกิดพร้อมกันทั้งสองข้าง และอาจเกี่ยวข้องกับโรคทางระบบประสาทบางชนิด เช่น โรคพาร์กินสัน หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หากมีอาการลักษณะนี้ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

-ใบหน้าหดเกร็งครึ่งซีก ภาวะนี้นอกจากตากระตุกแล้ว อาการอาจลามไปที่แก้ม คาง หรือกล้ามเนื้อบริเวณคอ สาเหตุหลักมักเกิดจากเส้นเลือดไปกดทับเส้นประสาทบริเวณสมอง ทำให้เส้นประสาทถูกกระตุ้นผิดปกติ และเกิดการกระตุกตามจังหวะชีพจร ภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง

ตากระตุกเกี่ยวกับการโกหกจริงไหม ?

ในทางการแพทย์ อาการตากระตุกไม่เกี่ยวข้องกับการโกหกโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากบุคคลมีความเครียดสูง วิตกกังวล หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดเหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการตากระตุกเกิดขึ้นได้

วิธีดูแลและรักษาอาการตากระตุก

ปรับพฤติกรรมเป็นอันดับแรก แนะนำให้เริ่มจากการดูแลตัวเอง ได้แก่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด ลดการดื่มกาเฟอีน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนมากอาการดีขึ้นหรือหายได้เองจากการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว

การรักษาทางการแพทย์

หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยากลุ่มคลายกังวล หรือยาช่วยให้นอนหลับดีขึ้น หรือการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (Botox) เพื่อช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตา หลังการฉีดควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา การออกกำลังกายหนัก และความร้อนจัดในช่วง 1–2 วันแรก

ตากระตุกนานแค่ไหน ควรไปพบแพทย์ ?

ควรเข้าพบแพทย์หาก อาการตากระตุกเป็นต่อเนื่อง เกิน 2 สัปดาห์ มีอาการรุนแรงขึ้น เช่น ลืมตาไม่ขึ้น กระตุกทั้งสองข้าง มีอาการกระตุกลามไปที่ใบหน้า คาง หรือคอ

การตรวจวินิจฉัยจะช่วยแยกว่าเป็นเพียงอาการกล้ามเนื้อกระตุกทั่วไป หรือมีโรคทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย อาการตากระตุกส่วนใหญ่มักไม่อันตราย และเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ความเครียด นอนน้อย หรือการดื่มคาเฟอีนมากเกินไป แต่หากอาการเป็นนานหรือรุนแรงขึ้น การพบแพทย์จะช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น ถือเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์ เหมือนอย่างที่หลายคนบอก ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...