'บิ๊กดุลย์'ชูวิจัย-พัฒนายุทโธปกรณ์ ชี้การพึ่งพาตนเองสำคัญที่สุด เชื่อกัมพูชาต้องประเมินรบไทยหรือไม่
‘บิ๊กดุลย์’ ตรวจเยี่ยม สปท. ชี้การพึ่งพาตนเองสำคัญที่สุด อุ่นใจไทยทำได้เอง ทั้งกระสุน ปืนเล็ก ปืนใหญ่ ลั่นหากมีปะทะรอบ 3 สู้รบขนาดใหญ่ เชื่อกัมพูชาต้องประเมินรบไทยหรือไม่
เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยัง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อเยี่ยมชม และรับฟังบรรยายสรุป การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โดยเฉพาะการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งเป็นการเดินทางมายังหน่วยงานภายใต้สังกัดของ กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยแรก หลังเข้ารับตำแหน่ง ทั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้นำยุทโธปกรณ์ที่กองกองทัพมี รวมถึงที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือกำลังจัดหา มาจัดแสดง เช่น หุ่นยนต์ทางยุทธวิธี ระบบจรวดหลายลำกล้อง รถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด หุ่นยนต์ตรวจการขนาดพกพา อากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันฝึกอบรมด้านการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
พล.ท.อดุลย์ ได้ให้ความสนใจ ที่ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ พร้อมกับสอบถามว่าในช่วงการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ได้นำองค์ความรู้จากศูนย์นี้ไปปรับใช้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงแนวทางการบูรณาการศูนย์ดังกล่าว ร่วมกับแนวคิดตั้งฝูงบินอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งกองทัพบกกำลังดำเนินการ เช่น ฝูงบินฟินิกซ์ ของหน่วยเฉพาะกิจกองกำลังนเรศวร กองพลทหารราบที่ 4 และเปิดฝึกอบรมนักบินอากาศยานไร้คนขับในส่วนของทหาร มาแล้วมากกว่า 400 คน และในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ได้ส่งอากาศยานไร้คนขับจำนวนหนึ่งไปปฏิบัติการรบจริง และประสบความสำเร็จมาแล้ว ซึ่งจะมีการบูรณาการร่วมกัน และจะต้องหารือกันอีกครั้ง เพื่อให้มองไปในภาพเดียวกัน ไม่เฉพาะแค่อากาศยานไร้คนขับที่ใช้เพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงใช้เพื่อภัยพิบัติด้วย
พล.ท.อดุลย์ ยังเน้นย้ำว่า สถานการณ์ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก หลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตนเอง ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สามารถวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ต่างๆได้เอง อย่างเช่นเครื่องกระสุน หรือแม้แต่อากาศยานไร้คนขับ ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง และได้มาตรฐานระดับสากล ทั้งหมดถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาต่างชาติ
พล.ท. อดุลย์ ให้สัมภาษณ์กรณี นายสนธยา สวัสดี ยื่นหนังสือขอให้ยุติการสนับสนุนการเคลื่อนไหว กัน จอมพลัง ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิว่า ต้องเข้าใจว่าในช่วงการสู้รบมีวิกฤต แม้รัฐบาลจะมีงบประมาณให้ แต่ความต้องการในขณะนั้น ต้องใช้อย่างเร่งด่วน ต้องการความรวดเร็ว แต่รัฐบาลมีขั้นตอนทางราชการที่ต้องใช้เวลา 3 เดือน เมื่อมีภาคเอกชนหรือประชาชนมาช่วย เพื่อให้เพื่อความรวดเร็ว เช่น ทำบังเกอร์เพื่อความปลอดภัย ทั้งหมดเป็นเรื่องของความรัก ที่มีให้ทหารที่รักษาอธิปไตย แต่หากเกินเลยไปมากกว่านี้ ก็ต้องไปตรวจสอบ เพราะในสถานการณ์ในขณะนี้รัฐบาลมีงบประมาณให้แล้ว
‘ส่วนกระแสข่าวการสู้รบในรอบ 3 นั้น ขอให้มั่นใจข้อมูลของทางการและทหารในพื้นที่ หากจะมีการสู้รบจะต้องการแจ้งเตือน และอพยพประชาชน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีการรบกัน โดยมีประชาชนอยู่ในพื้นที่ ส่วนตัวประเมินว่าหากจะมีการสู้รบอีกครั้งก็จะเป็นการสู้รบขนาดใหญ่ ซึ่งหากเป็นประเทศฝั่งตรงข้ามก็ต้องคิดว่าจะมารบกับเราอีกหรือไม่ ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ทหารทุกระดับชั้น จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เล่นสงกรานต์ให้มีความสุข แต่หากมีการแจ้งเตือน ว่าโอกาสจะมีน้อยมาก ก็มีแผนรองรับอยู่แล้ว’พล.ท.อดุลย์ กล่าว
นอกจากนี้ ตนมีกำหนดการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงสงกรานต์ เพื่อเป็นกำลังใจทหารที่อยู่แนวหน้า พร้อมฝากถึงประชาชน ว่าในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนาน ยังมีคนอีกกลุ่ม ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่ชายแดนกับตัวเองด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บิ๊กดุลย์’ชูวิจัย-พัฒนายุทโธปกรณ์ ชี้การพึ่งพาตนเองสำคัญที่สุด เชื่อกัมพูชาต้องประเมินรบไทยหรือไม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th