เอกนัฎ ประชุมด่วนกบง. บ่ายโมงวันนี้ หากำไรส่วนเกินโรงกลั่น กดราคาหน้าปั้ม
เอกนัฎ รมว.พลังงาน ประชุมกบง. บ่ายโมงวันนี้ หากำไรส่วนเกินโรงกลั่น หวังกดราคาหน้าปั้ม หลังครม.นัดพิเศษไฟเขียวผลศึกษาปรับโครงสร้างราคาพลังงานมอบ พน. ดำเนินการตามกฏหมาย รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ
วันที่ 7 เม.ย.2569 รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 13.00 น. กบง.จะมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการ จัดการปัญหาค่าการกลั่นและราคาพลังงาน ซึ่งมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบการประชุมออนไลน์
นายเอกนัฏ กล่าวภายหลังการประชุมครม.นัดพิเศษเมื่อคืนวันที่ 6 เม.ย.ว่ากบง.จะมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการ จัดการปัญหาค่าการกลั่นและราคาพลังงานเฉพาะประเด็นค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติ จากสภาวะปกติค่าการกลั่นเฉลี่ยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 2 บาทเศษ ไม่เกิน 3 บาทต่อลิตร แต่ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่าการกลั่นเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อลิตร และในเดือนเมษายน ค่าการกลั่นเฉลี่ยดีดตัวสูงถึง 16-17 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้แม้ต้นทุนน้ำมันดิบและค่าพรีเมียมจะสูงขึ้นจริง แต่ค่าการกลั่นที่ปรากฏนั้นสูงเกินจริงไปมาก จึงต้องเรียกดูตัวเลขต้นทุนจริงของทุกโรงกลั่นมาหักลบกลบหนี้เพื่อหา "กำไรส่วนเกิน" ซึ่งมี 2 แนวทางหลัก คือ การเจรจากับโรงกลั่น ขอคืนกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ใช่การบริจาค และแนวทางการใช้อำนาจกฎหมาย ตนเองในฐานะ ประธาน กบง. มีอำนาจตาม พ.ร.ก. ในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นได้ทันที หากการเจรจาไม่เป็นผล
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เบื้องต้น) และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ บรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจในภาพรวม
ทั้งนี้ ผลการศึกษาครอบคลุม อาทิ ข้อมูลต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งได้ขอให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 รายจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบ ได้แก่ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) โดยเป็นข้อมูลประมาณการตั้งแต่เดือนมกราคม- มีนาคม 2569 พบว่าหลังจากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องมาจากต้นทุนดังกล่าวที่ปรับตัวสูงขึ้น
กระทรวงพลังงานจะได้ไปดำเนินการ ดังนี้
1.กรมธุรกิจพลังงาน
- ปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐาน (Data Standard) เพื่อให้สามารถคำนวณแยกรายละเอียด (Breakdown) ต้นทุนและค่าการกลั่น
- จัดทำตารางแยกรายละเอียดต้นทุนในช่วงภาวะวิกฤต อาทิ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ให้เป็นปัจจุบัน
- ประสานให้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันจัดส่งข้อมูลชนิดและแหล่งที่มาของน้ำมันดิบที่นำเข้าจริงในปัจจุบัน
- ศึกษาโครงสร้างและกำลังการผลิตของแต่ละโรงกลั่นน้ำมันเพื่อนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยสัดส่วนน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้รวมของทั้งประเทศ
2.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
- ศึกษามาตรฐานสากลเพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางของค่า Premium ต่าง ๆ สำหรับใช้อ้างอิง (Benchmark)
- ทบทวนและปรับปรุงตารางโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับปัจจุบัน
3. กระทรวงพลังงานดำเนินการสื่อสารและสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป