โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรรพสามิต เปิดระบบ ‘Wine Fast Track’ ดีเดย์ 11 พ.ค. สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

กรมสรรพสามิต เปิดระบบ "Wine Fast Track" นำร่องสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เพิ่มความสะดวกผู้โดยสารนำไวน์เข้าไทย ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569

ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้พัฒนาระบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้า สำหรับสุราแช่ชนิดไวน์ (Wine Fast Track) โดยบูรณาการ
ความร่วมมือกับกรมศุลกากร เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่นำไวน์ติดตัวเข้ามาจากต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการลดระยะเวลาการดำเนินการ ลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลด้วยเอกสาร และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล

Wine Fast Track

สำหรับระบบ Wine Fast Track ผู้โดยสารที่นำสุราแช่ชนิดไวน์ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร ในปริมาณเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร สามารถตรวจสอบข้อมูลมูลค่าของสินค้า ภาษีสรรพสามิต อากรศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีท้องถิ่น รวมถึงเงินนำส่งเข้ากองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันรายการสินค้าและค่าภาษีอากรที่ต้องชำระผ่านระบบได้โดยตรง

ในการใช้งานระบบ Wine Fast Track ผู้โดยสารสามารถเข้าใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิตที่ www.excise.go.th หรือ https://winefasttrack.excise.go.th รวมถึงผ่าน Mobile Application บนระบบ Android สำหรับระบบ iOS จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ พร้อมทั้งกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ยืนยันรายการสินค้าและค่าภาษีอากรล่วงหน้าผ่านระบบ ก่อนเข้ารับบริการด้านพิธีการศุลกากร

จากนั้น จึงเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลและชำระค่าภาษีอากรกับเจ้าหน้าที่ ณ ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to declare) หรือช่องแดง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและดำเนินการจัดเก็บค่าภาษีอากรเรียบร้อยแล้ว จะจ่ายแสตมป์สรรพสามิต เพื่อนำไปปิดบนขวดไวน์ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงการชำระภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานระบบ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02 241 5600 ต่อ 591566 – 7 หรือ Line OA : @037gfeam

การเปิดใช้งานระบบดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง รวมถึงนโยบาย EXCISE EXerCISE ของกรมสรรพสามิต ที่มุ่งยกระดับการบริหารจัดเก็บภาษี การให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การเสริมสร้างความโปร่งใส และการปรับปรุงกระบวนการท างานให้มีความคล่องตัว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า ขอแจ้งให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศทราบเพิ่มเติมว่ากรณีนำสุราทุกประเภทติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณไม่เกิน 1 ลิตร จะได้รับยกเว้นภาษี และสามารถผ่านช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to declare) หรือช่องเขียวได้ทันที

ส่วนกรณีนำสุราทุกประเภทติดตัวเข้ามาในปริมาณเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to declare) หรือช่องแดง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ชำระค่าภาษีอากร และรับแสตมป์สรรพสามิตเพื่อนำไปปิดบนขวดสุราต่อไป

กรมสรรพสามิตจะเดินหน้าพัฒนาระบบบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดเก็บภาษีที่ถูกต้อง เป็นธรรม และได้มาตรฐานสากล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...