สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 69 7:53: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 98.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.11%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 103.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.68 ดอลลาร์ หรือ 2.67%
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์ (13 มี.ค.) เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคงใช้ความระมัดระวังว่า สถานะของสงครามอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงในช่วงสุดสัปดาห์
*** การใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนม.ค. ท่ามกลางเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมีความเสี่ยงจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนเดือนก.ย.
แม้ว่าข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์จะระบุว่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดเล็กน้อย แต่ข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงด้านลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) (ประมาณการครั้งที่ 2) ในไตรมาส 4/2025 ชะลอตัวลงมากกว่าประเมินการครั้งแรก
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 /2025 (ประมาณการครั้งที่ 2) ขยายตัวเพียง 0.7% เมื่อคำนวณในอัตรารายปี ลดลงจากประมาณการครั้งแรกที่คาดว่าจะขยายตัว 1.4% เนื่องจากการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ ซึ่งกดดันการใช้จ่ายของภาครัฐ และส่งผลให้ GDP ของสหรัฐฯ ลดลง หลังจากขยายตัวในอัตรา 4.4% ในไตรมาสที่ 3
ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี และ 0.3%เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน
*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกเปิดการซื้อขายเช้านี้เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงและสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงหนึ่ง หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน และเตือนว่าอาจมีการโจมตีเพิ่มเติมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน
ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 0.31% ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 0.12% และ TOPIX ลดลง 0.11%
ส่วนดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.95% และ KOSDAQ เคลื่อนไหวทรงตัว ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าบ่งชี้ว่า ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงมีแนวโน้มเปิดตลาดปรับขึ้นเล็กน้อย
*** นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางหลายประเทศในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนจากพลังงาน วัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทาน อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในระยะต่อไป ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจกลับมาสูงอีกครั้ง
กำหนดการประชุมธนาคารกลางสำคัญของโลกในสัปดาห์นี้
- วันจันทร์: ธนาคารกลางออสเตรเลีย (วันแรก)
- วันอังคาร: ธนาคารกลางออสเตรเลีย (วันที่สอง), ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (วันแรก)
- วันพุธ: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (วันที่สอง), ธนาคารกลางแคนาดา
- วันพฤหัสบดี: ธนาคารกลางอังกฤษ, ธนาคารกลางยุโรป, ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ และธนาคารกลางสวีเดน
*** บรรยากาศความตึงเครียดปกคลุมนครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังอิหร่านยิงโดรนและขีปนาวุธไปยังประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยมีเป้าหมายรวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ก๊าซ และพลเรือน ส่งผลให้หลายพื้นที่ต้องประกาศเตือนภัยและมีการสกัดโดรนบนท้องฟ้า แม้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ยังดำเนินต่อไปตามปกติ ขณะเดียวกันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และหลายประเทศได้ระดมระบบป้องกันภัยทางอากาศ พร้อมเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางการสู้รบที่ยืดเยื้อ
*** ไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะไม่ตัดทางเลือกใด ๆทิ้ง เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์กของอิหร่าน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศว่าจะสังหารเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่าได้กำจัดเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองระดับอาวุโสของอิหร่านไปสองราย ทางด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
*** นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล โพสต์วิดีโอขณะนั่งดื่มกาแฟและพูดคุยกับผู้ช่วยเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อโต้กระแสข่าวลือที่สื่อของอิหร่านรายงานว่าเขาเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี โดยวิดีโอซึ่งบันทึกที่ร้านกาแฟบริเวณชานกรุงเยรูซาเล็มถูกเผยแพร่ผ่านบัญชีเทเลแกรมของเขา ในคลิปผู้ช่วยได้ถามเนทันยาฮูเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว ขณะที่เขาปรากฏตัวตามปกติและตอบโต้ข่าวลืออย่างผ่อนคลาย
*** แหล่งข่าววงในระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน จัดประชุมหารือที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 มี.ค.) โดยมีการพูดคุยถึงประเด็นที่อาจเปิดทางไปสู่ข้อตกลงร่วมกันในด้านต่าง ๆ อาทิ ภาคเกษตร แร่ธาตุสำคัญ และการค้า เพื่อนำเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน พิจารณาในการพบกันที่กรุงปักกิ่งช่วงปลายเดือนนี้
*** เบรนแดน คาร์ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) วิจารณ์สื่ออย่างรุนแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ารายงานข่าวที่ว่าอิหร่านโจมตีเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ 5 ลำเป็นข่าวปลอม โดยคาร์โพสต์เตือนว่า สื่อที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนหรือข่าวลวงควรแก้ไขการทำงานก่อนถึงรอบต่ออายุใบอนุญาต พร้อมย้ำว่าผู้ประกอบการสื่อจะต้องดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสื่อมวลชน
ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานว่า เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของกองทัพสหรัฐฯ 5 ลำถูกโจมตีระหว่างการยิงขีปนาวุธของอิหร่านใส่ฐานทัพปรินซ์สุลต่านในซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ทรัมป์โพสต์ว่าเป็นพาดหัวข่าวที่มีเจตนาทำให้เข้าใจผิด พร้อมโจมตีสื่อหลายแห่ง และยืนยันว่าเครื่องบิน 4 ลำจาก 5 ลำที่ถูกโจมตีแทบไม่ได้รับความเสียหายและกลับมาใช้งานได้แล้ว
*** ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกหมายที่กระทรวงยุติธรรมออกให้เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ตามเอกสารของศาลที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ ซึ่งนับความพ่ายแพ้ทางการเมืองสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งวิจารณ์พาวเวลล์มาอย่างต่อเนื่องถึงเรื่องการไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่จานีน พีร์โร อัยการประจำกรุงวอชิงตัน ผู้เริ่มต้นการสอบสวน แถลงตอบโต้คำตัดสินและเตรียมยื่นอุทธรณ์
ด้านเจมส์ อี. โบสเบิร์ก ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ระบุในคำวินิจฉัยว่า หลักฐานจำนวนมากชี้ว่าการออกหมายเรียกมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้พาวเวลล์สนับสนุนการลดดอกเบี้ยหรือไม่ก็ลาออก ขณะที่รัฐบาลแทบไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพาวเวลล์กระทำความผิดทางอาญา และเหตุผลที่นำมาประกอบคำกล่าวอ้างยังอ่อน ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น
*** เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประเมินว่าสงครามกับอิหร่าน ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่สาม อาจใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ โดยเควิน แฮสเซ็ต ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติทำเนียบขาวกล่าวว่า ระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินของเพนตากอน และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าเมื่อใดจะยุติสงครามขึ้นอยู่กับทรัมป์ พร้อมขอให้ชาวอเมริกันอดทนต่อภาวะราคาพลังงานที่พุ่งสูง โดยระบุว่าการขจัดภัยคุกคามจากอิหร่านในตะวันออกกลางมีความสำคัญ
*** ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกล่าวว่า ได้ขอให้ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านยุติการโจมตีประเทศในตะวันออกกลางโดยทันที รวมถึงในเลบานอนและอิรัก ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยตรงหรือผ่านกลุ่มตัวแทนก็ตาม
มาครงโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า เขาได้ย้ำกับผู้นำอิหร่านว่าฝรั่งเศสดำเนินการภายใต้กรอบการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ พันธมิตรในภูมิภาค และเสรีภาพในการเดินเรือ พร้อมย้ำว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้หากฝรั่งเศสตกเป็นเป้าหมายโจมตี
*** ทำเนียบขาวมีแผนประกาศจัดตั้งพันธมิตรระดับพหุภาคี (Multinational coalition) เพื่อคุ้มกันเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ โดยแผนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ และอาจมีการประกาศได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
*** สหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณว่ายังไม่มีแนวโน้มลดระดับการสู้รบ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเปิดโอกาสต่อการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านไม่ได้ขอให้มีการเจรจาหรือการหยุดยิง และจะเดินหน้าป้องกันตนเองต่อไปจนกว่าทรัมป์จะยอมรับว่าสงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่ขัดต่อกฎหมาย และไม่มีทางได้รับชัยชนะ
ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้การขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซเกือบหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างหนัก และนับตั้งแต่การสู้รบเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และมีผู้เสียชีวิตทั่วภูมิภาครวมอยู่ที่ราว 3,750 ราย
*** บริษัท Berkshire Hathaway ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ค. ที่เมืองโอมาฮา
เอกสารดังกล่าวระบุว่า Berkshire ได้ซื้อหุ้นคืนเทียบเท่าหุ้น Class A จำนวน 309 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 226 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่บริษัทกลับมาดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2024 โดยอิงจากจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ ณ วันที่ 4 มี.ค.
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ