“อนุทิน” เชื่อมือ “ศุภจี” มีแต่ลุย ไม่มีท้อ มั่นใจคนที่โดน “พี่แต๋ม” หงายท้องทุกราย
“อนุทิน” เชื่อมือ “ศุภจี” มีแต่ลุย ไม่มีท้อ ไม่ต้องเสริม รมช.พาณิชย์ สบายยังไม่ต้องมีเสริมทีม รมช.เศรษฐกิจ มั่นใจงานยังขับเคลื่อนไปได้ เชื่อทุกคนทุ่มเทเต็มที่ ขอไม่ต้องฟังเสียงเหน็บจากฝั่งที่ไม่เคยปรารถนาดี ตอบไม่ได้อนาคตพปชร. ยุบรวม ภท. ป้อง “ศุภจี” หลังโดนกระแสดราม่าวิจารณ์ บอก ไม่ห่วงเพราะมั่นใจคนที่โดน “พี่แต๋ม” หงายท้องทุกราย - ยันปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ บอก เอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน อนาคตโซลาร์รูฟจะถูกลง เหมือนมือถือในอดีตเครื่องเกือบ 2 แสน
วันที่ 1 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่ช่วงนี้โดนมรสุมเข้าและถูกโซเชียลกระหน่ำโจมตีเรื่องการทำงาน ได้มีการให้กำลังใจอะไรหรือไม่ โดยนายอนุทิน ถึงกับร้อง หู้ย! ก่อนกล่าวว่า นางศุภจี ทำงานหนักจะตาย ทำงานทุกวัน และก็นิ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้นางศุภจี เหมือนโดนมรสุมหนัก พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก นายอนุทิน ถึงกับย้อนถามว่า “ใครบอกว่า นางศุภจีโดนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก อย่างนี้ตนก็แทรกมา 3 ปีแล้วมั้ง ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย นางศุภจี ไม่เคยให้ความใส่ใจในเรื่องนี้”
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า นางศุภจี ไม่ท้อใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีเลย มีแต่ลุย จนบางทีต้องบอกว่า “พี่เบาๆหน่อย พักผ่อนบ้าง”
เมื่อถามอีกว่า จำเป็นจะต้องมีคนมาช่วยเสริมทีมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ต้อง สบาย”
เมื่อถามถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้ออกมากดดันให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่ง รมว. พาณิชย์ นายอนุทิน กล่าวย้อนถามว่า “ใครบอกว่าเขาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เขาแค่ยกมือให้ผมเป็นนายกฯ แหม ชอบทึกทัก”
เมื่อถามถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ซึ่งมีจำนวน 5 เสียง และยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีให้เช่นกัน ในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ ว่าจะยุบมารวมกับพรรคภท.นายอนุทิน กล่าวว่า อนาคตคืออนาคต วันนี้ก็เหมือนกัน เขาก็ยกมือให้ตนมาเป็นนายกฯ ทำให้ตนเป็นนายกฯมา ตนก็ต้อง ถือว่าเป็นพรรคที่อยู่ในองค์ประกอบของการเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ใช่พรรคร่วมฯ เพราะไม่ได้มีรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่เป็นพรรคที่อยู่ในซีกรัฐบาลเช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคอะไรที่ยกมือสนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯตนถือว่าเป็นพรรคซีกรัฐบาลอยู่
เมื่อถามว่า ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเศรษฐกิจ ได้มีการเข้าไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเพียงการเข้าไปประชุมเท่านั้น
เมื่อถามอีกว่า พรรคภูมิใจไทยจะโตกว่านี้อีกหรือไม่ นายอนุทิน อุทานว่า “โห เพิ่งเลือกตั้งเสร็จ” เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงการยุบรวมจากพรรคอื่นมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องการยุบรวม ตนไม่มีสิทธิ์ไปให้ความเห็น เพราะต้องมีขั้นตอนผ่านกรรมการบริหารพรรคของเขา และเมื่อยุบพรรคเสร็จ สมาชิกก็มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะเลือกไปอยู่พรรคใด ซึ่งมีขั้นตอนอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะโตมากกว่านี้อีกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยความมั่นคงมากกว่า การใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ เพราะตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมีอยู่ 70 เสียงก็ทำงานได้ ทำได้จนคนมาเลือกเป็น 190 เสียง เพราะฉะนั้น เรื่องใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า ทำงานได้หรือไม่ ขับเคลื่อนได้หรือไม่ และผลักดันได้หรือไม่ ซึ่งเราต้องให้กำลังใจคนทำงานอย่างนางศุภจี ซึ่งตนมองว่าแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย
เมื่อถามว่า เป็นเพราะภายในพรรคไม่ค่อยออกมาช่วยนางศุภจี หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันไม่ต้องช่วย เพราะเป็นรัฐมนตรีแล้วจะต้องช่วยอะไร แต่ถ้าจะไปบอกว่า โอ้ย ใจเย็นๆ นะ เรื่องธรรมดาปกติอย่าไปถือโทษ อย่าไปปั่นโซเชียลฯ โห ระดับนี้ มีแต่เขาจะโต้ตอบเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ พร้อมหัวเราะในลำคอ หึ ระวังด้วย นางศุภจีแกธรรมดาเสียเมื่อไหร่ล่ะ เวลาแกเสิร์ฟกลับมาที โอ้โห จุกกันเป็นแถวเลย ไม่เห็นหรอ”
เมื่อถามว่า ทางฝั่งของกระทรวงการคลังจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาเสริมการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเมื่อวันที่ 30 เม.ย.เห็นนายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรมว.คลัง ก็มาช่วยงาน และทำทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้หมด เดี๋ยวนี้การทำงานมีทั้งตัวของตนเอง ปลัดกระทรวง ซึ่งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ก็มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงรองนายกฯที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนรองนายกฯด้านกฎหมาย และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังด้วย ซึ่งเป็นวิธีการในรูปแบบของตน จึงคิดว่าการทำงานแบบนี้เป็นไปได้ เพราะตนก็รับรู้ รับทราบว่านโยบายของตนและคณะรัฐมนตรีของตนตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อติดตรงนี้ก็ไปหาหนทางที่จะทำทุกอย่างให้ได้ ตนย้ำไปว่าประโยชน์จะต้องตกอยู่กับประชาชน และประชาชนรออยู่ ฉะนั้น ต้องทำให้เร็วที่สุด แต่จะต้องทำให้ถูกต้องและรอบคอบ รวมไปถึงต้องเกิดประโยชน์สูงสุด หลักมีอยู่แค่นี้ ตนถึงบอกว่าทุกคนทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเสียงเหน็บที่เข้ามา ก็มาจากฝั่งที่ไม่เคยปรารถนาดีกับรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว เราไม่ต้องไปฟังอะไรมากมาย
“อนุทิน” ป้อง “ศุภจี” หลังโดนกระแสดราม่าวิจารณ์ บอก ไม่ห่วงเพราะมั่นใจคนที่โดน “พี่แต๋ม” หงายท้องทุกราย
ที่ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตรวจสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ เสร็จสิ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางศุถจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยก่อนเดินเข้าวงสัมภาษณ์ นายอนุทินได้แซวนางศุภจี ว่า “พาไปไลฟ์สดขายทุเรียนหน่อย”
จากนั้น ระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้สอบถามนายอนุทินว่าจะให้กำลังใจนางศุภจี ที่ช่วงนี้โดนวิพากษ์วิจารณ์หนักหรือไม่ โดยนายอนุทิน ย้อนถาม ว่า “พี่แต๋มหรอโดนหนัก มีแต่คนที่โดนพี่แต๋มแหละโดนหนัก เห็นแกเงียบๆ แต่เวลาที่แกออกมาโต้หงายท้องขาชี้ฟ้ากันหมด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น มีประชาชนนำดอกไม้มาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี 2 ช่อ นายกรัฐมนตรีจึงมอบให้นางศุภจี 1 ช่อ
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า การมอบดอกไม้ให้กำลังใจนางศุภจีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ไม่ต้องให้กำลังใจ แต่อยากจะบอกคนที่ตีท่านศุภจีว่าให้เบาๆหน่อย อย่าเพิ่งออกมาสวนเดี๋ยวจะจุกอีก”
นายกฯ ยันปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ บอก เอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน อนาคตโซลาร์รูฟจะถูกลง เหมือนมือถือในอดีตเครื่องเกือบ 2 แสน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ว่า ประชาชนจะจ่ายค่าไฟถูกลงมากกว่าปัจจุบันหรือไม่ ว่า นี่เราเอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาแสงแดดมาเข้าโซลาร์รูฟ ประชาชนใช้เหลือรัฐก็ซื้อคืน เพื่อนำไปใช้ที่อื่น ซึ่งเหมือนกับการปฏิรูปโครงสร้าง การไฟฟ้าไปยังประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้โซลาร์รูฟ ถูกลงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นหลักดีมานด์ซัพพลายเหมือนกับโทรศัพท์มือถือช่วงแรก เครื่องละ 200,000 กว่าบาท เพราะทุกคนต้องใช้และแข่งกันทำให้คุณภาพดี ซึ่งปัจจุบันมือถือทั่วไปราคาแค่ 400 บาท แต่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน ทั้งนี้ นายอนุทินเล่าว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของตนที่ซื้อ ราคา 120,000 บาท ถือหิ้วหนีบจั๊กกะแร้ เท่จะตาย แบตเตอรี่ตีหัวแตกได้ วันนี้ราคาเหลือเท่าไหร่ เผลอๆ ไปซื้อของแล้วแถมมือถือ
เมื่อถามว่า ประชาชนต้องยอมรับกับค่าไฟที่แพงไปก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่ถูกลง 200 หน่วยแรกสำหรับคนทั่วไป ทุกคนได้เท่ากันหมด เหลือ 3 บาท/หน่วย 200 หน่วยถึง 400 หน่วยคิดเป็นขั้นบันได ส่วน 400 หน่วยขึ้นไปเป็นอีกราคาหนึ่ง ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข หลายระบบในประเทศไทยก็ทำอย่างนี้
เมื่อถามว่า ปกติแล้วค่าไฟเดือน เม.ย. อาจจะแพงอยู่แล้ว พอมาปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะไม่ทันกับรอบบิล ประชาชนจะโวยวายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทันรอบบิลนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขั้นตอน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นหน่วยงานอิสระ ตนไปบังคับอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มแล้ว เป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส พยายามจะทำให้ถึงมือประชาชนในช่วงต้นเดือน มิ.ย. และไม่ได้ช้าอะไร ซึ่งค่าไฟเป็นวงรอบของมัน เราทำเต็มที่อยู่แล้ว
“อนุทิน” ชื่นชมแรงงาน ชี้ขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงผู้ใช้แรงงานเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติปี 2569 ว่า ขอฝากความระลึกถึง ชื่นชม ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ทำงานให้สำเร็จ มีความมั่นคงในชีวิต เมื่อถามว่า ถ้ามีการขอเพิ่มค่าแรงรัฐบาลจะตอบสนองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีเหตุผล
นายกฯ ควง “ศุภจี” คิกออฟ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพปชช.ลุยตลาดบางใหญ่ เริ่มต้น 800 อำเภอ บอกไม่ถือเป็นฝ่ายค้านแต่ช่วยกันฐานะปชช. หลังสส.พรรคส้ม นนทบุรี ร่วมกิจกรรม พร้อมช้อปกระจายผลไม้ ปลา สินค้าจำเป็น พร้อมโฟนอิน 4 จว.คึกคัก
วันที่ 1 พ.ค. 2569 ที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ. บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมบูธจำหน่ายสินค้าในโครงการ "ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ" เพื่อติดตามการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่
โดยมี น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายสุทัศน์ มีศิริ สส.นนทบุรี เขต 6 บางใหญ่ พรรคประชาชน(ปชน.) ร่วมด้วย ทันที นายกฯมาถึงได้สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
โอกาสนี้ นายกฯได้ร่วมเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใส่รถเข็นจากบูธต่าง ๆ อาทิ ข้าวสาร ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระดาษทิชชู น้ำมันหอย น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ข้าวสาร และสินค้าอุปโภคจำเป็น ทั้งนี้ ระหว่างซื้อสินค้า นายสุทัศน์ ได้ช่วยเข็นรถช้อปปิ้งให้นายกฯด้วย โดยนายสุทัศน์ กล่าวว่า ตนเป็นสส.ในพื้นที่ จึงพาคณะมาร่วม เมื่อถามว่า เป็นการทำงานที่ไม่แบ่งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสุทัศน์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดทำสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ขณะที่นายอนุทิน กล่าวว่า ถือว่าไม่ใช่ฝ่ายค้าน ถือว่าเป็นประชาชนมาช่วยกัน
จากนั้น นายกฯได้เยี่ยมชมบูธสินค้าโอทอปจ.นนทบุรี พูดคุยผู้ประกอบการท้องถิ่น อุดหนุนซื้อของกิน ชิมห่อหมกปลาอินทรีย์ ก่อนสั่งกินคู่ข้าวสวย พร้อมน.ส.ศุภจี และชมว่าอร่อย นอกจากนี้ยังซื้อและกินทุเรียนชะนี ชิมไอศกรีม ก่อนเหมามะม่วง แคนตาลูป ทุเรียน ภายในตลาดอีกด้วย
ต่อจากนั้น นายอนุทิน ได้โฟนอินสอบถามความคืบหน้าการคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย”ในวันแรกไปยัง 4 จังหวัด ได้แก่ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อ.เมืองตราด จ.ตราด และอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยนายกฯ สอบถามบรรยากาศจ.เชียงใหม่ คึกคักหรือไม่เป็นอย่างไร ขอให้ซื้อของหื้อม่วนนะหมู่เฮา
จากนั้น นายกฯพูดคุยกับทางจ.ตราด ถามว่า “ร้อนหรือไม่” ก่อนกล่าวว่า “โอเคหรือไม่ ของเยอะไหม และชาวบ้านเห็นได้เลยหรือไม่ว่าซื้อของได้ราคาปกติ” พร้อมกำชับผู้ว่าฯขอให้ดูจริงจัง ไม่ใช่ผู้ว่าฯกลับแล้วกลับกันหมด
ขณะจ.ศรีสะเกษ นายกฯกล่าวกับผวจ.ว่า “วันนี้เงินเดือนออกให้เหมาเยอะๆหน่อยและดูแลชาวบ้านด้วย วันนี้ตนก็ใช้ไป 30% ของเงินเดือนแล้ว” ก่อนกล่าวอีกว่า “งานดูดี คนเยอะ ขอให้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึง ของไม่พอยังไงก็ให้รีบติดต่อแจ้งพาณิชย์จังหวัดและแจ้งมาที่ส่วนกลาง”
ส่วนที่จ.สงขลา นายกฯกล่าวว่า “เดี๋ยวจะไปสัญจรที่แรกที่จังหวัดสงขลา” พร้อมถามว่า “ตอนนี้นักท่องเที่ยวสุดสัปดาห์เข้ามาเยอะอยู่หรือไม่” ขอให้ดูแลให้ดี
ภายหลังโฟนอินนายกฯได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าภายในตลาดบางใหญ่ซิตี้ต่อ โดยได้ซื้อปลาสวยงามไปเลี้ยง และได้ตักปลาเอง เป็นปลาคาริมายาเรดสปอร์ต 2 ตัว ตัวละ 500 บาท โดยนำไปเลี้ยงเอง 1 ตัว และอีก 1 ตัวมอบให้เด็กชายที่กำลังมาซื้อปลาภายในร้าน โดยนายกฯระบุกับเด็กชายคนดังกล่าวว่า “ให้เลี้ยงแข่งกันนะ มาดูซิว่าใครโตกว่า” และนายกฯยังซื้อตู้ปลาด้วย ก่อนเดินมาอีกร้านซื้อปลาคาฟจักรพรรดิ 4 ตัว จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ซื้อปลา จะนำไปไว้ที่บ้านหรือไว้ที่ห้องทำงานทำเนียบฯ นายกฯตอบว่า “จะซื้อไปใส่ตู้ที่บ้าน”
ต่อมา นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ถือว่าวันนี้เป็นวัน kick off ที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกันนำสินค้าที่ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไป มาขายให้กับประชาชน ซึ่งเราจะเริ่มในระดับจังหวัด อำเภอ รวมกว่า 800 อำเภอ ซึ่งจะมีสินค้าเหล่านี้ไปกระจายถึงประชาชน
นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดให้มีรถพุ่มพวง ที่จะนำสินค้าราคาถูกเข้าไปในชุมชน หมู่บ้าน กระจายให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย และสามารถมีสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงของใช้ประจำวัน อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ในราคาถูก แต่จะมีมาตรฐานเท่าเดิม หรือมีมาตรฐานที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ คุณภาพสินค้าเป็นคุณภาพเดียวกัน อย่างที่นางศุภจี สุได้เคยอธิบายไว้ คือ การนำสินค้าที่ไม่ต้องเสียค่าแบนด์ ค่าการตลาด ค่าขึ้นห้าง ขึ้นหิ้ง ซึ่งเป็นของที่ใช้มีต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตลดลง ถือเป็นอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งสินค้าก็เท่ากัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับ ได้มีประชาชนมาดักรอ มอบช่อดอกไม้ 2 ช่อ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายกฯและนางสุภาจี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายกฯได้นั่งรถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ BYD ทะเบียน สน 32 กรุงเทพมหานคร มาเยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยระหว่างที่นายกฯ เดินชมสินค้าภายในงาน ได้มีประชาชนมาถ่ายรูปกับทะเบียนรถนายกฯ ที่จอดบริเวณงาน โดยบางคนระบุว่า งวดนี้ออกแน่
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนทยอยเข้าร่วมเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีต่อโครงการ โดยนายกรัฐมนตรีได้ทักทายและถ่ายภาพร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้โฟนอินสอบถามความคืบหน้าการคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในวันแรก กับผู้ว่าราชการจังหวัด 4 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ ตราด ศรีสะเกษ และสงขลา โดยได้ระบุว่าโครงการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อขายสินค้าได้ในราคาถูกกว่าปกติ ทั้งนี้ ระหว่างการพูดคุย นายกรัฐมนตรีได้ติดตามบรรยากาศจากแต่ละพื้นที่ ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก