โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุทธรณ์ไม่เป็นผล ศาลยืนคุก 5 ปี คดีพี่เลี้ยงสลับตัวเด็ก

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.32 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลอุทธรณ์ภ.2 ยืนคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา พี่เลี้ยงแสบเเอบเปลี่ยนตัวเด็ก ชี้ เกี่ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเด็กเพื่อหากำไร พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง นอนเรือนจำก่อนรอคำสั่งประกันตัวจากศาลฎีกา

9 พฤษภาคม 2569 - เวลา 13.30 น.วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค2คดีหมายเลขดำที่อ900/2567คดีหมายเลขแดงที่ อ355/2568ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์และน.ส.มยุรี วงค์กระโซ่ โจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นางวิสุดา หรือส้ม สัจจะ เป็นจำเลยในความผิดฐาน พรากเด็กอายุยังไม่เกิน15ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไร

โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากด.ญ.กมลพิชญ์ อายุ 1ปีเศษ ไปเสียจาก น.ส.มยุรี วงค์กระโซ่ มารดา ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นมารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรด้วยการซื้อขายและแลกเปลี่ยน ตัวเด็ก

เหตุเกิดที่ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์จำเลยขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่เป็น รับสารภาพ

คดีนี้ศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317วรรคสาม จำคุก 10ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 5 ปีไม่รอลงอาญา

จำเลยอุทธรณ์ อ้างว่ามีบุตรตัองเลี้ยงดูหลายคน ขอให้ศาลลงโทษสถานเบาด้วย

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลย เพียงว่า สมควรลงโทษจำเลยสถานเบากว่าศาลชั้นต้นหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูบุตร 4คน หากจำเลยต้องถูกจำคุกไม่มีผู้ใดให้การอุปการะเลี้ยงดูบุตรของจำเลย ขอให้ลงโทษสถานเบากว่า

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนเด็กเพื่อหากำไรนั้น นับเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ร้ายแรง โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนลดโทษให้นับเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว จำเลย ขอความปรานีจากศาลเพื่อลดโทษให้โดยอ้างว่า จำเลยมีภาระต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูบุตร 4คน ก็เป็นเพียง เหตุผลและความจำเป็นส่วนตัวของจำเลยเท่านั้น บุคคลทั่ว ๆ ไปในสถานะเช่นเดียวกับจำเลยก็มีภาระ ที่ไม่แตกต่างไปจากจำเลย จำเลยจึงไม่อาจอ้างภาระความจำเป็นส่วนตัวเพื่อให้ลดโทษลงอีก เหตุดังกล่าว ไม่เพียงพอที่จะรับฟังเพื่อลงโทษจำเลยให้เบาลง ที่ศาลชั้นต้นกําหนดโทษมานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ภายหลัง นายนพพร สัจจะ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสดจำนวน25,000 บาท และติดอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ (EM)ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา

อย่างไรก็ตามศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วมีคำสั่งเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนางวิสุดา ไปคุมขังที่เรือนจำก่อนเพื่อรอฟังคำสั่งประกันตัวจากศาลฎีกาคาดว่าใช้เวลา 2-3 วัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...