บททดสอบใหม่! ตลาดรถเวียดนาม เข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อรถ EV ท้องถิ่นแซงค่ายญี่ปุ่น
ตลาดรถยนต์เวียดนาม กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่ถูกครอบครองโดยแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มายาวนาน เข้าสู่ยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติเวียดนาม เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดเต็มตัว
ข้อมูลจาก Vietnam Automobile Manufacturers’ Association (VAMA), TC Motor และ VinFast ระบุว่า ตลอดปี 2025 เวียดนามมียอดขายรถยนต์รวมประมาณ 604,134 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 22% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดครั้งใหม่ของตลาดรถยนต์เวียดนาม และเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาเดียวกัน
ผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ "VinFast" แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม ซึ่งมียอดส่งมอบรถยนต์ภายในประเทศสูงถึง 175,099 คัน ในปี 2025 คิดเป็นเกือบ 29% ของตลาดรวม และกลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศเป็นครั้งแรก
นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์เวียดนาม เพราะเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ท้องถิ่นสามารถแซงหน้าค่ายรถญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน หลังจากตลาดแห่งนี้เคยถูกครองโดย Toyota, Honda และ Mitsubishi มานานหลายทศวรรษ
ความสำเร็จของ VinFast ไม่ได้เกิดจาก“ราคารถที่ถูกกว่า” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้าง ecosystem ของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ ตั้งแต่โรงงานผลิต แบตเตอรี่ เครือข่ายสถานีชาร์จ ไปจนถึงบริการแท็กซี่ไฟฟ้าอย่าง Green SM ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเวียดนามคุ้นเคยกับ EV มากขึ้นในชีวิตประจำวัน
ปัจจุบันเครือข่ายสถานีชาร์จของ V-Green ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกับ VinFast ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน EV ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม โดยมีแผนขยายจุดชาร์จกว่า 500,000 จุดภายในปี 2028 และเดินหน้าสร้างสถานีชาร์จครอบคลุมทั้ง 63 จังหวัดทั่วประเทศ
นอกจากนี้ V-Green ยังประกาศนโยบาย“ชาร์จฟรี” สำหรับรถ VinFast ในบางเครือข่ายไปจนถึงกลางปี 2027 ซึ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเหนือแบรนด์ต่างชาติที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดเวียดนาม
รถรุ่นที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต คือ VinFast VF 3 และ VinFast VF 5 โดยเฉพาะ VF 3 รถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สร้างปรากฏการณ์ในตลาดเวียดนาม หลังเปิดรับจองในปี 2024 และมียอดจองมากกว่า 27,000 คันภายในเวลาเพียง 66 ชั่วโมง ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ขายดีที่สุดของประเทศในปีต่อมา
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาด EV ของเวียดนาม คือ นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน และอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ขณะเดียวกันเวียดนามยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากอัตราการถือครองรถยนต์ต่อประชากรยังต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับไทยและมาเลเซีย ทำให้ความต้องการ “รถคันแรก” ของชนชั้นกลางในเมืองยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน รถยนต์ Sedan ขนาดเล็กที่เคยได้รับความนิยมสูงในเวียดนาม เริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น รถรุ่นอย่าง Toyota Vios, Honda City และ Hyundai Accent เริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ SUV และรถยนต์ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม รถยนต์น้ำมันบางกลุ่มยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะ Mitsubishi Xpander ที่ยังถูกมองว่าเป็น “ราชา MPV” ของตลาดเวียดนาม รวมถึง Mazda CX-5 และ Ford Ranger ที่ยังรักษาฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง แนวโน้มดังกล่าวยังต่อเนื่องมาถึงปี 2026 โดยยอดขายรถยนต์ในไตรมาสแรกของปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ VinFast ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดได้ต่อเนื่อง ด้วยยอดส่งมอบกว่า 53,000 คันในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้
ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดเวียดนามก็เริ่มรุนแรงขึ้น หลังแบรนด์รถยนต์จีนอย่าง BYD และ Great Wall Motor เริ่มรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามมากขึ้น พร้อมแผนพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จของตัวเอง เพื่อลดความได้เปรียบด้าน infrastructure ของ VinFast
หลายฝ่ายมองว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเวียดนามวันนี้ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันของ “บริษัทรถยนต์” แต่คือการแข่งขันของ ecosystem ทั้งระบบ ตั้งแต่โรงงานผลิต เทคโนโลยี แบตเตอรี่ สถานีชาร์จ ไปจนถึงบริการขนส่งสาธารณะและหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป
เวียดนามอาจกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดของอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
• Vietnam Automobile Manufacturers’ Association (VAMA)
• VinFast Auto Vietnam
• Reuters
• Vietnam News
• MarkLines Automotive Industry Portal
ขอบข้อมูลจากเฟซบุ๊กDr.VietNam
ย่อเวียดนามกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิสิฐ อำนวยเงินตรา อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อนุทิน' หารือ 'นายกฯ เวียดนาม' เดินหน้าความร่วมมือ
- เวียดนาม ลดภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม-VAT-ภาษีเชื้อเพลิง เหลือ 0%
- สงครามลากยาว! 'ปูนซิเมนต์ไทย' ประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนาม ชั่วคราว
ติดตามเราได้ที่