โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

'HMPRO' ลุ้นกำไร Q2/69 ฟื้นหลัง Easy Receipt กดดันลดลง

ทันหุ้น

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 07.07 น.

#ทันหุ้น – บล.ทิสโก้ ส่องหุ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO จากการประชุมนักวิเคราะห์สะท้อนแนวโน้มเชิงบวก คงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากผลกระทบจากโครงการ Easy Receipt เริ่มจางลง และข้อมูลเดือนเมษายนยืนยันการฟื้นตัวของอุปสงค์ โดย SSSG เดือนเมษายนของ HomePro พลิกเป็นประมาณ +2% และ Mega Home ประมาณ +5% ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าในฤดูร้อน การสต็อกสินค้าของผู้รับเหมาก่อนการปรับขึ้นราคาจากภาษี และฐานต่ำใน Q2/68 ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงด้านลบต่อเป้าหมาย SSSG เดิมของ HomePro ในปี FY69 ที่ +1-2% จากผลประกอบการ Q1 ที่อ่อนตัว และความไม่แน่นอนของอุปสงค์จากประเด็นภาษี แม้ยังไม่มีการปรับประมาณการอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าโครงสร้างความเสี่ยงผลตอบแทนยังเอียงไปด้านบวก จากการฟื้นตัวของกำไรในช่วง 2H69

การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เดือนเมษายนกลับมาเป็นบวก พร้อมสัญญาณเร่งตัวของรายได้
SSSG เดือนเมษายนของ HomePro ที่ประมาณ +2% และ Mega Home ที่ประมาณ +5% ถือเป็นการพลิกฟื้นจากระดับต่ำใน Q1/69 โดยมีปัจจัยหนุนจากฐานต่ำใน Q2/68 (-8.8%) ความต้องการตามฤดูกาล และการสต็อกสินค้าล่วงหน้าของผู้รับเหมาก่อนการปรับราคาสินค้าในกลุ่มสีเคมีภัณฑ์ และพลาสติก อย่างไรก็ตามผู้บริหารระบุว่าการวางบิลในเดือนเมษายนสูงกว่าการรับรู้รายได้ สะท้อนว่าโมเมนตัมใน Q2/69 อาจแข็งแกร่งกว่าที่ตัวเลข SSSG แสดง ทั้งนี้ ฐานต่ำยังต่อเนื่องไปถึง Q3/68 (-5.7%) ซึ่งสนับสนุนการฟื่นตัวต่อเนื่องในช่วง 2H69

รูปแบบ Hybrid เป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวในปี FY69 โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งใน Q2/69 ที่รัชนาธิวาส ชัยภูมิ และแพร่ และอีก 6 แห่งในช่วง 2H69 ขณะที่จำนวนสาขา Mega Home แบบเดี่ยวจะลดลงจาก 21 เหลือ 18 แห่งภายในสิ้นปี จากการปรับเป็นรูปแบบ Hybrid ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็นประมาณ 136 แห่ง นอกจากนี้ HomePro สาขาสมุย-เฉวงเปิดดำเนินการใน Q2/69 ช่วยเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งรายได้ค่าเช่ามีแนวโน้มแข็งแกร่ง พื้นที่ขายสุทธิคาดเพิ่มขึ้นประมาณ 2.5% เป็นราว 1.21 ล้านตารางเมตร ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในช่วง 2H69

สรุปผลประกอบการใน Q1/69 : กลุ่มสินค้าแบรนด์ส่วนตัวและสาขาต่างจังหวัดยังคงแข็งแกร่ง โดยผลประกอบการ Q1/69 ได้รับผลกระทบเต็มจาก Easy Receipt โดย HomePro มี SSSG ที่ -12.7% และกำไรสุทธิลดลงประมาณ 18% YoY เหลือ 1.4 พันล้านบาท จากรายได้รวม 17.15 พันล้านบาท กรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากฐานลูกค้าที่มีภาระภาษีสูง ขณะที่ต่างจังหวัดมีความยืดหยุ่นดีกว่า อัตราส่วนสินค้า Private Brand เพิ่มขึ้นเป็น 22.0% สำหรับ HomePro และ 22.8% สำหรับ Mega Home จาก 20.4% และ 20.8% ใน Q1/68 ตามลำดับ จากการเพิ่มพื้นที่วางสินค้าและการปรับราคาในบางรายการจำนวนวันสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเป็น 117 วัน จาก 112 วันใน FY68 จากการสต็อกล่วงหน้าก่อนภาษี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มคลายตัวใน Q2/69

คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมติดตามความเสี่ยงสำคัญ โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 10.00 บาท ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจาก SSSG เดือนเมษายนที่กลับมาเป็นบวก การเร่งตัวของการวางบิล และผลกระทบจาก Easy Receipt ที่ลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของกำไรตั้งแต่ Q2/69 ต่อเนื่องถึง 2H69 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นอาจเผชิญแรงกดดันตั้งแต่ Q3/69 เมื่อสินค้าคงคลังก่อนภาษีหมดลงและต้นทุนใหม่ที่สูงขึ่นเริ่มสะท้อนเต็มที่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้จะปรับดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรายได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกำลังซื้อผู้บริโภคยังเปราะบาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี โครงการซื้อหุ้นคืนระยะที่ 2 วงเงินสูงสุด 2.96 พันล้านบาท ซึ่งดำเนินถึงเดือนสิงหาคม 2569 อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นเล็กน้อย แต่จะช่วยลดแรงกดดันเชิงโครงสร้างเมื่อโครงการเสร็จสิ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...