“ค่าระวางเรือเทกอง” พุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี รับดีมานด์ขนส่งแร่เหล็ก-สงครามตะวันออกกลาง
"ค่าระวางเรือเทกอง" พุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี หลังความต้องการเรือขนส่งสินค้าเทกองขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนเรือเริ่มตึงตัว และความขัดแย้งในตะวันออกกลางยิ่งกระตุ้นความผันผวนในตลาดขนส่งสินค้าโลก
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.50 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง Baltic Dry Index (BDI) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 หลังความต้องการเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ประเภท Capesize เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนเรือในตลาดเริ่มตึงตัว
ดัชนี BDI ปรับตัวขึ้น 5.6% แตะระดับ 2,991 จุดในวันพุธ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยดัชนีดังกล่าวใช้ติดตามค่าระวางเรือประเภท Capesize, Panamax และ Supramax ซึ่งใช้ขนส่งวัตถุดิบหลัก เช่น แร่เหล็ก ถ่านหิน และธัญพืช
Pranay Shukla หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดเรือเทกองและสินค้าโภคภัณฑ์ของ S&P Global Energy กล่าวว่า ตลาดเรือ Capesize แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จากปัจจัยหลายด้าน ทั้งจำนวนเรือในภูมิภาคแปซิฟิกที่ลดลง การส่งออกแร่เหล็กจากบราซิลที่เผชิญปัญหาสะดุด รวมถึงการเข้าซื้อสัญญาป้องกันความเสี่ยงค่าระวางล่วงหน้า
ข้อมูลจาก S&P Global Energy ยังระบุว่า การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เทกองที่แข็งแกร่งในเดือนเมษายน มีแนวโน้มต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
ทั้งนี้ เรือประเภท Capesize ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 40% ของดัชนี BDI ถือเป็นกลุ่มที่พึ่งพาการขนส่งแร่เหล็กมากที่สุด โดยแร่เหล็กเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเหล็ก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันค่าระวางเรือให้สูงขึ้น โดย บริษัทนายหน้าเรือ Ifchor Galbraith ระบุว่า สงครามอิหร่านได้กลายเป็นตัวเร่งความผันผวนที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของตลาดค่าระวางเรือและเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาด
ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแร่เหล็กในสิงคโปร์เคลื่อนไหวแทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 110.70 ดอลลาร์ต่อตัน ณ เวลา 11.49 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้น 1.8% และปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยได้รับแรงหนุนหลังจีนกลับมาเปิดตลาดอีกครั้งหลังวันหยุดยาว
อ้างอิง : www.bloomberg.com