PRM เตรียมเก็บเกี่ยวรายได้กองเรือใหม่ รับอานิสงส์กลุ่ม OSV พุ่ง ไร้ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
พริมา มารีน เผยผลประกอบการปี 68 รายได้แตะ 8.7 พันล้านบาท ฝ่าปัจจัยลบค่าเงินบาทและปัญหารอยต่อชายแดน ชูกลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานเช่าเหมาลำระยะยาวเป็นหัวหอกหลัก สร้างรายได้ประจำ หนุนฐานะการเงินปึ๊ก เตรียมรับรู้รายได้กองเรือใหม่เต็มปีในปี 66 พร้อมยันสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่กระทบ เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเต็มสูบ
28 มีนาคม 2569 - บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ต่อกลุ่มนักวิเคราะห์และนักลงทุน โดยสามารถทำกำไรสุทธิรวม 2,283.7 ล้านบาท จากรายได้รวม 8,746.5 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายภายนอก ทั้งการแข็งค่าของค่าเงินบาท และข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงครึ่งปีหลัง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านการกระจายพอร์ตธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) ที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด รวมถึงการปรับกลยุทธ์ในกลุ่มธุรกิจขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปที่หันไปเน้นตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อรักษาอัตราการใช้เรือ (Utilization Rate) ให้อยู่ในระดับสูง
"ผลงานในปีที่ผ่านมาสะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาระดับการทำกำไรไว้ได้ในระดับสูง โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ OSV ที่เข้ามาชดเชยผลกระทบจากปัจจัยภายนอกได้อย่างรวดเร็ว"
กลุ่ม OSV ขยายตัว 48.9%-รักษาระดับ Utilization Rate แตะ 92.2%
โครงสร้างรายได้ของ PRM ในปี 2568 มีความโดดเด่นในทุกเซกเมนต์ โดยมีการเติบโตเชิงตัวเลขที่สำคัญดังนี้:
- กลุ่มธุรกิจ OSV : สร้างรายได้ 1,368.9 ล้านบาท เติบโต 48.9% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 37.9% จากการนำเรือใหม่ 7 ลำเข้าปฏิบัติงานภายใต้สัญญาเช่าเหมาลำระยะยาว (Long-term charter)
- กลุ่มธุรกิจ PCT (ขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี) : รักษาระดับ Utilization Rate ที่ 92.2% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า แม้จะมีอุปสรรคด้านอุทกภัยและปัญหาชายแดน โดยอาศัยการปรับเส้นทางเดินเรือสู่ตลาดต่างประเทศทันที
- กลุ่มธุรกิจ FSU (กักเก็บและผสมน้ำมัน) : อัตราการใช้เรือเพิ่มขึ้นเป็น 85.7% ตามความต้องการกักเก็บน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นสูงถึง 1,404.1 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจ SAS (ตัวแทนสายเดินเรือ) : รายได้เติบโต 50% แตะระดับ 186.6 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มปีของการเข้าซื้อกิจการ วี.ซี. ชิปปิ้ง แอนด์ เซอร์วิส
- กลุ่มธุรกิจ COC (ขนส่งน้ำมันดิบ) : แม้รายได้ลดลงจากการนำเรือ Aframax ไปดัดแปลงเป็นเรือ FSO แต่สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่าเรือแบบผันแปร
มั่นใจไร้ผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์: ยันกองเรือ VLCC ในตะวันออกกลางปลอดภัย-เดินหน้าตามแผนปกติ
ในประเด็นด้านความปลอดภัยและการเดินเรือในพื้นที่ขัดแย้ง บริษัทฯ ยืนยันว่ากองเรือที่ให้บริการในพื้นที่ตะวันออกกลางยังคงอยู่ในเขตปลอดภัย โดยเฉพาะเรือขนส่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) จำนวน 2 ลำ ซึ่งอยู่ระหว่างการขนส่งกลับสู่ประเทศไทย ทั้งนี้ ภาพรวมทุกหน่วยธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ดังกล่าว และยังคงดำเนินการตามแผนงานปกติ
ปักธงปีแห่งการเก็บเกี่ยวกำไร เร่งสยายปีกสู่ตลาดสากล รับอานิสงส์ดีมานด์พลังงานเอเชียพุ่ง
ทิศทางธุรกิจในปี 2569 PRM ประเมินว่าอุตสาหกรรมขนส่งทางทะเลจะได้รับอานิสงส์ต่อเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมอย่างหนาแน่น
กลยุทธ์หลักในปีนี้คือการมุ่งสร้าง รายได้ประจำ (Recurring Income) จากสัญญาเช่าเหมาลำระยะยาวของเรือ OSV ที่จะรับรู้รายได้เต็มปีเป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงควบคู่ไปกับการรุกขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลชั้นนำในระดับสากล
"ปี 2569 จะเป็นปีที่ PRM เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้ประจำจากสัญญาเช่าเหมาลำระยะยาวของกลุ่มเรือ OSV แบบเต็มปีเป็นครั้งแรก เมื่อผสานกับโครงสร้างธุรกิจเดิมที่แข็งแกร่ง เราจึงมีความพร้อมเต็มพิกัดในการรุกขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศ"
การรักษาวินัยทางการเงินและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ PRM สามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุนในระยะยาว ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน