โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปอศ. ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโตจากอังกฤษ เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 16.59 น.

ปอศ. ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโตจากอังกฤษ เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย 1.นายกัน (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 และ 2.นางสาวรัน (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 24 เมษายน 2569

ข้อหา “ร่วมกันกันฉ้อโกงทรัพย์,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สถานที่จับกุม และจุดตรวจค้นที่ 1 บริษัทในพื้นที่ ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ

จุดตรวจค้นที่ 2 บ้านพักในพื้นที่ ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ

จุดตรวจค้นที่ 3 บริษัทในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจยึดของกลาง 5 รายการ

สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์หลังถูกเครือข่ายดังกล่าวหลอกให้ลงทุนในระบบ AI IOTA โดยอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (Robot Trade) สำหรับซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเทศอังกฤษ การันตีผลกำไรสูงถึงร้อยละ 12 ต่อรอบการลงทุน (28 วัน) พร้อมโฆษณาชวนเชื่อว่ามีการรับประกันเงินต้นเต็มจำนวน

เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ กลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดสำนักงานตกแต่งอย่างหรูหราในย่านประเวศ กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นสถานที่นัดพบและสร้างความน่าเชื่อถือ มีการแสดงพอร์ตการลงทุนปลอมที่ทำตัวเลขกำไรสูงเกินจริง รวมถึงแสดงสลิปการโอนเงินปันผลของสมาชิกรายอื่นซึ่งไม่มีตัวตนจริง นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์ www.iotawse.com เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าไปตรวจสอบยอดเงินและกำไรในระบบ “ทิพย์” ที่กลุ่มผู้ต้องหาควบคุมข้อมูลเองทั้งหมด

ในช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนตามปกติเพื่อกระตุ้นให้ลงเงินเพิ่มหรือชักชวนคนใกล้ชิดมาร่วมลงทุน แต่ต่อมาเมื่อมียอดเงินสะสมจำนวนมาก กลุ่มผู้ต้องหาเริ่มบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินปันผลโดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ก่อนจะปิดบริษัทและแอบขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานหลบหนีไปในที่สุด ตรวจสอบเบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 23 ล้านบาท จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการบริษัทและผู้ดูแลระบบ (Admin) ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อติดตามอายัดทรัพย์สินมาคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...