โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาอาหารขยับสูงขึ้น คาดรับผลกระทบปุ๋ยเคมีขาดแคลน ใกล้จุดเสี่ยง ‘จานละ 120’ อีกไม่นาน

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ราคาอาหารขยับสูงขึ้น คาดรับผลกระทบปุ๋ยเคมีขาดแคลน ใกล้จุดเสี่ยง ‘จานละ 120’ อีกไม่นาน

ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD สำรวจราคาอาหารตามร้านค้ากลางกรุงเทพฯ ย่านอารีย์ สะพานควาย จนถึงสนามเป้า พบราคาอาหารตามร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านข้าวแกง แจ้งปรับขึ้นราคาเมนูละ 5-10 บาท โดยส่วนมากจะขึ้นราคาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน หรือนับจากช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นมา

หลายร้านชี้แจงเหตุผลการขึ้นราคาอย่างตรงไปตรงมาว่า เพราะราคาวัตถุดิบต่างๆ สูงขึ้น ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ต้องรับประทานอาหารในราคาเฉลี่ย 50-70 บาทต่อจาน บางเมนูอาจขึ้นไปถึง 80-110 บาท หากสั่งแบบเพิ่มพิเศษ

ทั้งนี้ รศ.ดร. วรภัทร วชิรยาภรณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประเมินสถานการณ์การขึ้นราคาอาหารในประเทศไทยไว้ว่า เป็น ‘โดมิโน’ ของผลกระทบที่สืบเนื่องจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่ไม่ใช่เพียงสถานการณ์น้ำมันที่น่าเป็นห่วง แต่ยังรวมถึง ‘ปุ๋ยเคมี’ ที่จะสะเทือนมาสู่ราคาอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้

ราคาปุ๋ยเคมีในประเทศปรับตัวจากราคากระสอบละ 600 บาท เป็น 2,000 บาท ในเวลาไม่นาน เป็นผลให้ต้นทุนราคาสินค้าเกษตรและพลังงาน เช่น พืชผัก ข้าวสาร และน้ำมันปาล์ม เพิ่มขึ้นด้วย อาจารย์จากธรรมศาสตร์ชี้ว่า ความเป็นไปได้ของ ‘อาหารจานละ 120 บาท’ กำลังจะกลายเป็นจริง ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะรุนแรงเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน

สำหรับมาตรการในระยะสั้นของภาครัฐ เช่น ปุ๋ยคนละครึ่ง ปุ๋ยธงเขียว อาจช่วยเหลือในช่วงหนึ่ง แต่ที่น่ากังวลคือปริมาณสต็อกปุ๋ยขณะนี้ที่อาจมีเพียงพอถึงเดือนเมษายนเท่านั้น รวมถึงการเสื่อมสภาพของปุ๋ยที่เก็บไว้นาน ย่อมเรียกร้องการรับมือวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ท้าทายกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...