ราคาอาหารขยับสูงขึ้น คาดรับผลกระทบปุ๋ยเคมีขาดแคลน ใกล้จุดเสี่ยง ‘จานละ 120’ อีกไม่นาน
ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD สำรวจราคาอาหารตามร้านค้ากลางกรุงเทพฯ ย่านอารีย์ สะพานควาย จนถึงสนามเป้า พบราคาอาหารตามร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านข้าวแกง แจ้งปรับขึ้นราคาเมนูละ 5-10 บาท โดยส่วนมากจะขึ้นราคาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน หรือนับจากช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นมา
หลายร้านชี้แจงเหตุผลการขึ้นราคาอย่างตรงไปตรงมาว่า เพราะราคาวัตถุดิบต่างๆ สูงขึ้น ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ต้องรับประทานอาหารในราคาเฉลี่ย 50-70 บาทต่อจาน บางเมนูอาจขึ้นไปถึง 80-110 บาท หากสั่งแบบเพิ่มพิเศษ
ทั้งนี้ รศ.ดร. วรภัทร วชิรยาภรณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประเมินสถานการณ์การขึ้นราคาอาหารในประเทศไทยไว้ว่า เป็น ‘โดมิโน’ ของผลกระทบที่สืบเนื่องจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่ไม่ใช่เพียงสถานการณ์น้ำมันที่น่าเป็นห่วง แต่ยังรวมถึง ‘ปุ๋ยเคมี’ ที่จะสะเทือนมาสู่ราคาอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้
ราคาปุ๋ยเคมีในประเทศปรับตัวจากราคากระสอบละ 600 บาท เป็น 2,000 บาท ในเวลาไม่นาน เป็นผลให้ต้นทุนราคาสินค้าเกษตรและพลังงาน เช่น พืชผัก ข้าวสาร และน้ำมันปาล์ม เพิ่มขึ้นด้วย อาจารย์จากธรรมศาสตร์ชี้ว่า ความเป็นไปได้ของ ‘อาหารจานละ 120 บาท’ กำลังจะกลายเป็นจริง ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะรุนแรงเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน
สำหรับมาตรการในระยะสั้นของภาครัฐ เช่น ปุ๋ยคนละครึ่ง ปุ๋ยธงเขียว อาจช่วยเหลือในช่วงหนึ่ง แต่ที่น่ากังวลคือปริมาณสต็อกปุ๋ยขณะนี้ที่อาจมีเพียงพอถึงเดือนเมษายนเท่านั้น รวมถึงการเสื่อมสภาพของปุ๋ยที่เก็บไว้นาน ย่อมเรียกร้องการรับมือวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ท้าทายกว่า