โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SPALI คำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 18.80 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SPALI คำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 18.80 บาท

CGSI บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) Supalai รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 402.1 ล้านบาท ลดลง 69.9% QoQ และ 0.7% YoY แต่ยังสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 11.7% และสูงกว่า Bloomberg Consensus 4.7% จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำกว่าคาด แม้ว่ารายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์จะอ่อนตัวลง

รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 3.65 พันล้านบาท ลดลง 48.5% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 4.0% YoY โดยรายได้ที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเป็นผลจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 4/2568 ก่อนสิ้นปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงมาอยู่ที่ 30.2% ต่ำกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ 31.2% และลดลงจาก 38.8% ในไตรมาส 1/2568 รวมถึง 33.4% ในไตรมาส 4/2568 จากการเพิ่มส่วนลดเพื่อเร่งระบายสต็อกโครงการ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดว่า GPM จะทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2-4/2569 จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ ซึ่งมีอัตรากำไรสูงถึงประมาณ 40%

ด้านการบริหารต้นทุน SPALI ยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดย SG&A ลดลง 23.5% QoQ และ 13.8% YoY มาอยู่ที่ 748.7 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ 894.9 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 9.3% QoQ และ 20.2% YoY เหลือ 151.1 ล้านบาท หลังต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 1.9% จาก 2.17% ในไตรมาสก่อน

ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (JV) ในออสเตรเลียลดลง 21.3% YoY เหลือ 103.6 ล้านบาท จากยอดโอนโครงการร่วมทุนในออสเตรเลียที่ลดลง รวมถึงการรับรู้ภาษีในอัตรา 30% ขณะที่ในช่วงเดียวกันปีก่อนบริษัทบันทึกเป็นหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีในงบดุล

ฝ่ายวิจัยมองว่าไตรมาส 1/2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของกำไรในปีนี้ หลังผลประกอบการคิดเป็นเพียง 9.1% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัว QoQ ในไตรมาส 2/2569 จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจาก JV ในออสเตรเลียที่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ บริษัทมีคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 6.08 พันล้านบาท ได้แก่ Sense Srinakarin, Parc Ekkamai และ Kram Khao Tao ซึ่งมีกำหนดเริ่มโอนในไตรมาส 2/2569 เดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน 2569 ตามลำดับ ขณะที่ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 8.1 พันล้านบาท รองรับรายได้ปี 2569 แล้วประมาณ 47%

ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ที่ 2.51 หมื่นล้านบาท และคงประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569-2571 รวมถึงราคาเป้าหมายที่ 18.80 บาท อิงระดับ P/E ปี 2570 ที่ 7.4 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีราว 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่า SPALI มีจุดเด่นด้านการกระจายความเสี่ยงจากโครงการในออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่าสัดส่วนกำไรจะเพิ่มขึ้นจาก 14.5% ในปี 2567 เป็น 20.4-20.6% ในช่วงปี 2569-2570 อีกทั้งกำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 และยังมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 9.1% ในปี 2569

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่ยอด Presales ที่อาจต่ำกว่าคาด รวมถึงความล่าช้าในการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่ปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นจะมาจากยอดขายสต็อกและอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ดีกว่าคาดการณ์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...