โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งปราบนอมินี สอบ‘20บริษัท’ ยึดพะงัน-สมุย

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ สั่ง คกก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน มอบ "รมว.พณ.-รมว.ยธ." ประสานสภาทนาย-สภาวิชาชีพบัญชี แก้ปม 2 อาชีพ ชี้ช่องช่วยนอมินี “ดีเอสไอ” ลุยสอบเชิงลึก 20 บริษัทเข้าข่ายนอมินีต่างชาติ ยึดเกาะพะงัน-สมุย เผยมีสินทรัพย์รวมกว่า 100 ล้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องที่ดินทำกินเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้เกษตรกรและประชาชนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต โดยในสัปดาห์ที่แล้วมีการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชน เพราะปัจจุบันมีกฎหมายที่มีอำนาจและหน้าที่ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดูแลเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าวจึงไม่ได้มีผลอะไร

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้มีข้อสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดำเนินการเร่งรับรองโฉนดชุมชนที่เคยออกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชนที่เพิ่งถูกยกเลิกไปให้เป็นรูปแบบการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และจะต้องรับรองสถานะทางกฎหมายของโฉนดชุมชนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

น.ส.รัชดากล่าวว่า เรื่องการปราบปรามนอมินี เป็นนโยบายที่นายกฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้เด็ดขาดและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาได้มีผลงานออกมาเป็นระยะๆ และมีกลไกการทำงาน การบูรณาการของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในที่ประชุม ครม. นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ มีข้อมูลรายงานมาว่า พบผู้ประกอบวิชาชีพทนายและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางรายที่ให้คำแนะนำหรือดำเนินการให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมาย พูดง่ายๆ มี 2 อาชีพนี้ที่บางคนใช้ความรู้ความสามารถไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดช่องในการทำธุรกิจนอมินีได้ เพราะฉะนั้น นายกฯ จึงมอบหมายให้ รมว.ยุติธรรม และ รมว.พาณิชย์ หารือร่วมกับสภาทนายความและสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อพิจารณาดำเนินการด้านจรรยาบรรณต่อผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้สำนักงาน ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามนอมินีเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยในวันที่ 13 พ.ค. นายกฯ มีกำหนดการลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการการปราบปรามนอมินีในพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นการย้ำว่า รัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ จะไม่ปล่อยให้กลุ่มผิดกฎหมายเข้ามาแย่งอาชีพ หรือสร้างผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการไทยอย่างเด็ดขาด

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยนำข้อมูลกว่า 11,426 บริษัท มาวิเคราะห์และจำแนกระดับความเสี่ยงเป็นสูง กลาง และต่ำ ขยายผลตรวจสอบนอมินีครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน ว่าดีเอสไอก็ได้มีการมอบหมายให้กองคดีความมั่นคงตั้งเรื่องสืบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้าถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ

โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานข้อมูลบริษัท 34 แห่ง ที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาท มาให้ดีเอสไอตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งล่าสุดก็พบว่ามีบริษัทจำนวนประมาณ 20 แห่ง จากทั้งหมด 34 แห่ง ที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 100 ล้านบาท ดังนั้นจะต้องขยายผลดูรายละเอียดในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัททั้ง 20 แห่ง ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง และแต่ละรายถือหุ้นสัดส่วนเท่าไร หรือถือหุ้นจริงหรือไม่ จะต้องนำไปเปรียบเทียบว่าผู้ถือหุ้นรายนั้นสมฐานานุรูป หรือว่าระหว่างที่ดำเนินกิจการนั้น บริษัทได้มีการเปลี่ยนผ่านมือผู้ถือหุ้นจากรายใดไปสู่รายใดบ้างหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าบุคคลถือหุ้นด้วยตัวเองจริง หรือแค่ไปถือหุ้นเเทนคนต่างด้าว

ในเบื้องต้น 20 บริษัทดังกล่าว พบว่าประกอบกิจการหลากหลายประเภท ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่ากิจการเหล่านั้นเป็นธุรกิจต้องห้ามในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากพบความผิดปกติของบริษัทรายใดมีการใช้นอมินีถือหุ้นบังหน้า จะมีการประมวลเรื่องรับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนดำเนินคดีอาญาตามพฤติการณ์ความผิดต่อไป

ที่ จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมคณะบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงาน ส.ป.ก. กอ.รมน.จว.ภูเก็ต และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตรวจสอบกรณีการบุกรุกที่ดินบริเวณหาดฟรีด้อม ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี

พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับบัญชาโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ที่มีนโยบายเอาจริงอย่างเด็ดขาดกับผู้ทำผิดกฎหมาย เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าไม้และชายหาดสาธารณะให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติและประชาชน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...