โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนเทาหรือจะสู้ขรก.เทา ปั่นป่วนวุ่นวาย!!

Manager Online

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมืองไทย 360 องศา

อาจจะมองว่าประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองก็เป็นได้ เพราะหลายครั้งที่สามารถรอดพ้นจากเพทภัยหนักๆ มาได้แบบไม่น่าเชื่อ หรือไม่ก็เหมือนกับว่าดลบันดาลให้สามารถสกัดกั้นความเสียหายเกิดขึ้นเสียก่อน เหมือนกับกรณีของนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน อายุ 31 ปี ที่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำจนทำให้รู้ความจริงว่าเขาเป็นผู้ครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมไปถึงมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน เป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นระดับ “ขาใหญ่” ของกลุ่ม “สแกมเมอร์” ที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศไทย และมั่นใจได้เลยว่าต้องเกี่ยวข้องกับ “ข้าราชการไทยสีเทา” แน่นอน

ย้อนไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งสีขาวไม่ทราบทะเบียน พลิกคว่ำด้วยตัวเอง บริเวณถนนเลียบทางรถไฟสายเก่า ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากฝนตก ทำให้ถนนลื่น

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชายหญิงชาวจีน 2 ราย คือ Ma Yu Hsih และ Sun Mingchen จึงตรวจสอบภายในรถ พบอาวุธปืนพกสั้นอยู่ภายใน จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืน M4 จำนวน 2 กระบอก แมกกาซีนบรรจุกระสุนเต็มจำนวน 13 แมก ตัวจุดระเบิด 2 ชิ้น ระเบิดมือ กระสุนปืน และเสื้อเกราะจำนวนมาก

รายงานข่าวระบุว่า พบเสื้อเกราะ 2 ตัว ที่ภายในบรรจุวัตถุระเบิด C4 เต็มพิกัด เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเป็นชายชาวจีนจากพื้นที่ราบสูง “ถือบัตรต่างด้าว” เข้ามาในประเทศไทย มาเช่าบ้านพักอยู่โดยไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ให้การว่ามีการสั่งซื้ออาวุธผ่านโซเชียล และนัดรับของใน จ.ระยอง ผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อมาสะสม เพราะความชอบส่วนตัว และจะมาใช้ในการฆ่าตัวตาย

ชายชาวจีนรายนี้ เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ม.ค.69 ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ ส่วนหญิงชาวจีน เดินทางเข้ามา เมื่อวันที่ 24 เม.ย.69

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากอาวุธที่ตรวจพบเป็นอาวุธสงครามที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และโดยปกติใช้ในภารกิจทางทหาร

ทั้งนี้ วัตถุระเบิด C4 เป็นระเบิดทางทหารที่มีอานุภาพสูง มักใช้ในภารกิจเฉพาะด้าน เช่น การรบ หรือการก่อการร้าย ขณะที่กระสุนปืนที่พบเป็นขนาด 5.56 มม. แบบ M193 ซึ่งมีเครื่องหมาย LOT RTA ผลิตโดยโรงงานผลิตกระสุนของกรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อใช้ในราชการทหาร

ล่าสุดเมื่อ วันที่ 12 พ.ค.69 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีความมั่นคง กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล พบภาพการฝึกใช้อาวุธ การสะสมอาวุธ และบทสนทนาต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่า ผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการเตรียมอาวุธไว้เพื่อรับมือความขัดแย้งรุนแรงระหว่างแก๊งด้วยกันเอง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลหรือพยานหลักฐานใดบ่งชี้ว่า ผู้ต้องหามีแผนก่อวินาศกรรมในประเทศไทย

ด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ได้เข้าตรวจสอบบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีของผู้ต้องหาอย่างละเอียด พบมีเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท เชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาโดยตรง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างขยายผลไปยังบริษัทที่ผู้ต้องหาเคยจดทะเบียนร่วมกับอดีตภรรยา รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดการจดทะเบียนสมรส เพื่อหาความเชื่อมโยงในการกระทำผิดทั้งหมด

จากการตรวจสอบประวัติการเดินทาง พบว่า นายหมิงเฉิน ซัน เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้หนังสือเดินทางของจีนและกัมพูชา พร้อมถือวีซ่าประเภท PE (Privilege Entry Visa) สำหรับกลุ่มผู้มีกำลังทรัพย์ อีกทั้งยังมีสถานะพำนักระยะยาวในประเทศเกาหลีใต้

คดีดังกล่าวนี้ จะถูกนำมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อปรับปรุงมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติ โดยอาจมีการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคงกับหน่วยงานออกวีซ่า และพิจารณานำระบบให้คะแนนความเสี่ยง (Scoring) มาใช้ในอนาคต เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มอาชญากรใช้สิทธิพิเศษทางการเงินเข้าประเทศ

ขณะเดียวกัน ขณะนี้มีผู้ต้องหาในคดีรวม 6 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนสั้น Glock ให้กับผู้ไม่มีคุณสมบัติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยและดำเนินคดีอาญาแล้ว

สำหรับอาวุธสงครามอย่างปืน M16 และวัตถุระเบิด แม้คนร้ายจะพยายามลบหมายเลขประจำปืนเพื่อทำลายหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ และอยู่ระหว่างเร่งขยายผล ถึงเครือข่ายลักลอบนำเข้าอาวุธ

จากข้อมูลที่เปิดเผยออกมาทำให้รู้ว่า ชายชาวจีนคนนี้ไม่ธรรมดา และที่สำคัญก็คือ นี่คืออีกหนึ่ง “จีนเทา” ที่เป็นระดับสั่งการในประเทศกัมพูชา และเมื่อมาใช้ชีวิตในประเทศไทย มี “บัตรต่างด้าว” ในไทย รวมไปถึงยังถือ “วีซ่าพีอี” ซึ่งเป็นประเภทที่เป็นประเภท “คนมีเงิน” ก็ย่อมจะพอหลับตาเห็นภาพ “สีเทา” ที่ต้องเชื่อมโยงกับ “ข้าราชการเทา” ของไทยได้อย่างชัดเจนขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่อยากจะโฟกัสในที่นี้นอกเหนือจากพวก “สีเทา” ที่กำลังก่อคดีครึกโครมในตอนนี้แล้ว ยังต้องพุ่งเป้าไปที่พวก “ข้าราชการเทา” เพราะพวกนี้แหละที่ถือว่าสำคัญ หากไม่มีข้าราชการที่ว่านี้รับรองได้เลยว่า จะไม่มีพวก “เทาๆ”ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นสัญชาติไหนก็ตามมาก่อเรื่องสร้างความวุ่นวาย ทำตัวเหนือกฎหมายจนสร้างความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่ อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน พัทยา เกาะพงัน เกาะสมุย แทบทั้งหมดลองย้อนไปดูจะเห็นว่าเป็นเพราะข้าราชการที่เห็นแก่ได้ คนไทยบางกลุ่มที่เปิดช่องให้คนพวกนี้มาทำผิดกฎหมาย

กรณีของ “จีนเทา” รายนี้ ก็เหมือนกัน จากข้อมูลที่แถลงออกมาจากฝ่ายตำรวจก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่าในเรื่องการขายอาวุธปืนสงครามมีหลายกระบอกที่ซื้อมาจากตำรวจ รวมไปถึงมีทหารบางคนทำหน้าที่ประสานงานให้อีกด้วย นอกเหนือจากนี้ไม่กี่วันก่อน ยังมีเรื่องการ “สวมบัตรประชาชน” ในหลายจังหวัดเข้ามาอีก ทุกเรื่องล้วนมาจากข้าราชการที่ทุจริต รู้เห็นเป็นใจทั้งสิ้น

ดังนั้นถึงเวลาที่จะต้องสังคยานากันครั้งใหญ่ได้แล้ว เพราะนับวันจะขยายเติบโต จนวันหนึ่งอาจเอาไม่อยู่ ทำลายความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจ ทำลายความน่าเชื่อถือ เหมือนกับเพื่อนบ้านบางประเทศในเวลานี้ กลายเป็นแหล่ง “สแกมเมอร์” กระทบเครดิตระหว่างประเทศติดลบ จนฟื้นตัวกลับมายากในเวลาอันสั้น !!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...