โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

The Dragon’s Return

ทันหุ้น

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 09.16 น.

ผลตอบแทนของตลาดหุ้นจีนนับตั้งแต่ต้นปี 2026 จนถึงปัจจุบัน (เดือน พ.ค.) อาจไม่โดดเด่นเหมือนกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียอื่น เช่น เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งไทย แต่หากมองให้ลึกลงไปยังตลาดหุ้นจีนโดยเฉพาะฝั่ง A-Share อิงดัชนี CSI 300,CSI 500 และหุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่กลุ่ม CSI Artificial Intelligence และกลุ่ม STAR 50 จะพบว่ามีผลตอบแทนที่โดดเด่นไม่แพ้ตลาดหุ้นอื่นก่อนที่เราจะมาลงรายละเอียดเกี่ยวกับความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มนี้เรามาทบทวนกันก่อนว่าประเทศจีนในวันนี้ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ, นโยบายภาครัฐและปัญหาที่เจอในอดีตปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง

1. สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังดำเนินอยู่ : แม้กฎหมายภาษี IEEPA ของสหรัฐฯ สิ้นสุดไปแล้วแต่ถูกเปลี่ยนมาใช้กฎหมาย Section 122 และ Section 301 โดยสินค้าทั่วไปใน Lists เดิมยังมีภาษีเพิ่มเติมราว 7.5% – 25% แล้วแต่หมวด แต่สินค้าที่เป็นยุทธศาสตร์บางกลุ่มถูกปรับเพิ่มสูงมาก เช่น EV 100%, Solar Cells 50%, Semiconductors 50%, Lithium-ion EV batteries 25%, Critical Minerals 25%, Permanent Magnets 25% เป็นต้น กล่าวคือภาษียังคงอยู่แต่ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวได้โดยจีนมีการปรับเปลี่ยนตลาดส่งออกและเริ่มส่งผ่านต้นทุนไปสู่ผู้บริโภค

2. นโยบาย Anti Involution ที่มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของผู้ประกอบการจากการแข่งขันด้านปริมาณและราคาไปสู่การแข่งด้านคุณภาพ นวัตกรรมและวินัยของกำลังการผลิต ถูก Implement อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยมีตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนในทุกอุตสาหกรรมอย่างเช่น กลุ่ม EV และ Supply Chain รวมถึงภาคการผลิตอื่นๆ

3. ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังประสบปัญหาในภาพรวมทั้งประเทศแต่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของราคาอสังหาฯเมือง Tier 1และเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เซินเจิ้น, ซูโจว และหางโจว อ้างอิงบทวิเคราะห์ของ Citigroup “China Property: Different from the Past; Positioned for Recovery” as of 28 April 2026 โดยยอดขายอสังหาในเมืองใหญ่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการยกระดับภาคอุตสาหกรรมขึ้นซึ่งทำให้ราคาอสังหากลุ่ม High-End (ราคามากกว่า 30 ล้านหยวน) ล่าสุดในช่วง 1Q26 ยอดขายเติบโต 2%YoY สอดคล้องกับการบริโภคในเมืองใหญ่ที่ฟื้นตัว พิจารณาจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมของห้างสรรพสินค้าที่ฟื้นตัว (Same Store Sale Growth) +10%YoY ใน 4Q25-1Q26 ทั้งนี้ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองในเมืองสำคัญเริ่มกลับมาเติบโต YoY

4.ทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลจีนในองค์รวมจาก Politburo Meeting ในเดือน เม.ย. ยังคงเน้นการรักษาเสถียรภาพมากกว่ากระตุ้นใหญ่จึงยังไม่มีมาตรการ Stimulus ขนาดใหญ่ออกมาซึ่งในประเด็นนี้นักลงทุนค่อนข้างผิดหวังทำให้ขาด Catalyst จากนโยบายที่จะช่วยดึงความสนใจของนักลงทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดหุ้นจีนในระยะสั้น

กลับมาที่ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ที่เรากำลังให้ความสนใจ โดยการลงทุนในตลาดหุ้นจีนครั้งนี้ยังคงต้องเน้นการ Selective Buy หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ใน Bloomberg Consensus จะพบว่ากลุ่ม Material และ Tech Hardware มีทิศทางการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นในช่วงปี 2025-2027E (CAGR) โดยเฉพาะกลุ่ม Tech Hardware ที่ระดับราคาต่อการเติบโตปี 2026 (PEG) เพียง 0.70 เท่า

Key Catalyst กลุ่มเทคโนโลยีจีนมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและการลงทุน AI ซึ่งทำให้ AI Capex ของบริษัทขนาดใหญ่ อาทิ ByteDance, Alibaba, Tencent, Baidu อยู่ในระดับสูงและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2024 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากระดับ Capex to cash flow ของหุ้นกลุ่ม Hyperscaler จีนเทียบกับของ Hyperscaler สหรัฐฯ Amazon, Microsoft, Google, Meta and Oracle พบว่ามีระดับที่แตกต่างกันดังนี้

อ้างอิงจากการศึกษาของ Goldman Sachs (GS) และ International Research House หลายแห่งทั่วโลกเกี่ยวกับความแตกต่างของการลงทุนใน AI จีนเทียบกับสหรัฐฯ ในด้านปริมาณการลงทุนสหรัฐฯ ยังมีระดับการลงทุนสูงกว่าจีนถึง 10 เท่าในปี 2026 (คาดการณ์) และ อัตราส่วน Capex ต่อ Cash Flow ของกลุ่ม Hyperscaler ของจีนยังอยู่ในอัตราส่วนที่ต่ำกว่าของสหรัฐฯ ที่ 63% : 89% ตาม Chart ของ GS ข้างต้น

ในด้านหนึ่งสะท้อนว่าบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ มีการทุ่มเททรัพยากรเพื่อการพัฒนา AI ในระดับที่สูงกว่าจีน ทำให้ AI Platform ของสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่มีขีดความสามารถที่สูงกว่าจีน อย่างไรก็ตามระยะห่างของความสามารถด้าน AI เริ่มแคบลง ส่วนการลงทุน AI ที่ยังไม่มากของภาคเอกชนจีนก็อาจอนุมานได้ว่าบริษัทในกลุ่ม Hyperscaler ยังมีพื้นที่ในการลงทุนเพิ่มเติม นอกจากนั้นนโยบายของจีนที่มีต่อกลุ่ม Data Center / Intelligent Computing Center ที่เกี่ยวข้องกับรัฐหรือได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ มีความจำเป็นต้องใช้ Chip ที่ผลิตในประเทศราว 50% โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะ GPU อย่างเดียว แต่รวมถึง Computing Chips และ Storage Chips จากนโยบายดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการในประเทศในกลุ่ม Hardware-Semiconductor ได้รับอานิสงค์เชิงบวก

ท้ายที่สุดสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นจีนเราให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานและการปรับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ (Earning Revision) เบื้องต้นหากมองผ่านหุ้นในดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นจีนขนาดใหญ่ซึ่งจดทะเบียนในแผ่นดินใหญ่จะพบว่ากลุ่ม Material, Information Technology และ Energy ถูกปรับคาดการณ์กำไรปี 2026 ขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2025 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เรามองว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจีนในครั้งนี้ หากเรา “Selective Buy” ในหุ้นและอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับจะทำให้เรามีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนไม่แพ้การลงทุนในตลาดหุ้นหลักอื่นๆ ที่ราคาปรับตัวขึ้นมาสูงแล้วและเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วย

อลัมน์: Global Insight by Pine Wealth Solution

โดย ปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน
บล. ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...