เบื้องหลังค่าไฟแพง สัญญาณเตือนต้นทุน พลังงานไทย!!!!
ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ยังมีความผันผวน ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 โดยกำหนดค่า Ft ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์พลังงานโลก
การปรับค่าไฟในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแนวโน้มค่าไฟฟ้าในประเทศไทยที่มีการปรับเปลี่ยนตามต้นทุนพลังงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะต้นทุนก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนและภาคธุรกิจให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีการปรับค่าไฟฟ้าเป็นระยะผ่านกลไก ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ซึ่งสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า การปรับค่าไฟครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่เป็นผลจากต้นทุนพลังงานของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า เมื่อราคาก๊าซในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนผลิตไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นตาม และส่งผลให้ค่า Ft ต้องปรับเพิ่มเพื่อสะท้อนต้นทุนดังกล่าว
และตามข้อมูลของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า ค่า Ft เป็นองค์ประกอบหนึ่งของค่าไฟฟ้าที่ใช้สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงจริง และจะมีการปรับทุกประมาณ 4 เดือน เพื่อให้ราคาค่าไฟสอดคล้องกับสถานการณ์พลังงานในช่วงเวลานั้น
อีกปัจจัยสำคัญคือ ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มากขึ้น การนำเข้า LNG มีต้นทุนสูงกว่าก๊าซจากแหล่งผลิตในประเทศ เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการทำให้เป็นของเหลว การขนส่งทางเรือ และการเปลี่ยนสถานะกลับเป็นก๊าซก่อนนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญต่อค่าไฟของประเทศ
นอกจากนี้ ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกยังเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซและน้ำมันในตลาดโลกมักได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หรือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานอย่างไทยก็หลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก
งานศึกษาของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ยังชี้ว่า โครงสร้างพลังงานของไทยในปัจจุบันมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมาก หากต้นทุนพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าไฟฟ้าก็มีแนวโน้มผันผวนตามไปด้วย ขณะเดียวกันการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม อาจช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้ แม้จะต้องใช้เวลาและการลงทุนในการปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้า
ดังนั้น ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในบิลค่าไฟของครัวเรือน แต่ยังสะท้อนถึง โครงสร้างต้นทุนพลังงานของประเทศ และความท้าทายในการบริหารระบบพลังงานในอนาคต หากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานมากขึ้น การวางแผนนโยบายพลังงานที่สมดุลและยั่งยืนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมต้นทุนค่าไฟในระยะยาว
ท้ายที่สุด ประเด็นค่าไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การทำความเข้าใจต้นทุนพลังงานจึงเป็นก้าวสำคัญในการมองเห็นภาพใหญ่ของระบบพลังงานไทย และเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานโลกในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กาตาร์ขอร้องทุกประเทศ ออกห่างจากแหล่งพลังงาน หลังโรงงานถูกโจมตีกระทบการส่งออก LNG
- "ค่าไฟฟ้า" ลดแน่ ขั้นต่ำ 4 สตางค์ เริ่มต้นปีหน้า ภูมิใจไทยดันนโยบายเรือธง พร้อม"คนละครึ่ง-รถไฟฟ้า 40 บาท"
- เฮ! ค่าไฟไม่ถึง 4 บาท ครม.เคาะปรับค่าไฟรอบใหม่ พ.ค.-ส.ค.68
- ข่าวดี! ค่าไฟไม่ขยับ อยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วยจนถึง ส.ค.
- "พีระพันธุ์" เฟ้นหาแนวทางลดค่าไฟฟ้าให้ได้เกือบ 40 สต. ลุ้นทันงวด พ.ค.-ส.ค. 68