โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชาญชัย” สู้ต่อยันศาลฎีกาหลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง “คดีบอร์ด ทอท. แก้สัญญาดิวตี้ฟรี” รัฐเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 13 เม.ย. เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. เวลา 20.37 น.

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก

“ชาญชัย” สู้ต่อยันศาลฎีกา ขอให้วินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายรวม 5 ฉบับ หลังศาลอุทธรณ์ “ยกฟ้อง” คดีบอร์ด ทอท.แก้สัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี ทำให้รัฐเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ตนไปฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่ตนเป็นโจทก์ ฟ้องคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ “บอร์ด ทอท.” และพวกรวม 14 คน ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ, ความผิดต่อพ.ร.บ.ด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ , ความผิดต่อ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ ความผิดต่อ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด ในกรณีที่บอร์ด ทอท. ได้มีมติปรับลดรายได้ค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ และเลื่อนหรือขยายสัญญาให้กับกลุ่มบริษัทที่ได้รับสัมปทานจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และสัญญาบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้สารของท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของทอท. ตามที่ตนเคยตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2564 และศาลก็ได้พิจารณาคดีมาถึงปี 2566 จนกระทั่งมาถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ “ยกฟ้อง” โดยให้เหตุผลว่า “ตนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง”

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า แต่ด้วยความเคารพศาล ตนขอถือโอกาสนี้ ทำความเข้าใจต่อสังคมว่า เพราะเมื่อตนดูรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยรายละเอียดในประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมี 5 ประเด็น ดังนี้

1. พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561 : ในกรณีที่คณะกรรมการ ทอท.มีมติปรับลดรายได้ของตนเองลงจนทำให้เกิดความเสียหายกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ถือเป็นรายรายได้แผ่นดินที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯอย่างเคร่งครัด แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติ ถือว่าผิดหรือไม่?

2. พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561: ตามมาตรา 27 ของกฎหมายฉบับนี้ ระบุว่า กรณีหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของโครงการไปลดรายได้ให้เอกชนจนทำให้เกิดการสูญเสียรายได้ หรือ มีผลผูกพันไปถึง เพราะการไปลดรายได้ หากหน่วยงานของรัฐหน่วยใดไปลดรายได้ให้เอกชนจนเกิดสูญเสียรายได้ หรือเป็นภาระทางการคลังในอนาคต จะต้องทำเรื่องวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ที่ได้รับเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่า คณะกรรมการ ทอท.ก็ไม่ได้ทำ ถือว่าผิดหรือไม่?

3. พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง : กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีการแก้ไขสาระสำคัญของสัญญา ตามบทบัญญัติของกฎหมายจะต้องส่งสัญญาที่แก้ไขให้อัยการตรวจทานด้วย ปรากฎว่า ก็ไม่ได้ทำ ถามว่าผิดหรือไม่?

4. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 : ระหว่างที่คดีอยู่ในการพิจารณา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งตัวแทนมาชี้แจง และให้การในชั้นศาลว่า ทอท.ต้องนำเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิดฯ รายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบตามกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ปรากฏว่า ทอท.ก็ไม่ได้ทำเรื่อเข้า ครม. แต่กลับไปดำเนินการเอง

5. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559: ตามกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคดีอาญาทุจริตจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ 1. ประโยชน์ต่อสาธารณะ 2. คำวินิจฉัยต้องไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย และ 3. ไม่ตัดสิทธิผู้ร้อง/โจทก์ ซึ่งคดีที่ตนนำมาฟ้องต่อศาลอาญานั้น เป็นคดีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและประเทศชาติ ปรากฏว่าศาลยกฟ้อง คล้ายกับคดีแรกแรกที่ตนเคยยื่นคำฟ้องต่อศาล โดยศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า อาจมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจนทำให้รัฐเสียหายกว่า 14,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากตน (โจทก์) มาซื้อหุ้นหลังจากที้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไป จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงที่มีสิทธิฟ้องร้องคดีนี้ได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้อง

“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะหากไม่มีการวางหลักเกณฑ์ หรือ พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายตามที่กล่าวข้างต้นให้ชัดเจนแล้ว อาจจะทำให้หน่วยงานของรัฐอีกหลายหน่วยงานใช้เป็นแบบอย่าง และกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายมาก ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจที่จะยื่นคำร้องต่อในชั้นของศาลฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในประเด็นข้อกฎหมายตามที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างให้หน่วยงานของรัฐอื่นๆต้องนำไปปฏิบัติ ซึ่ง ทอท.ก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ใช้งบประมาณ แต่กลับมาทำให้รายได้ของแผ่นดินเสียหายเป็นจำนวนมาก ตามที่ผมได้แถลงข่าว ไปแล้วที่ ป.ป.ช.ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.จัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะถึงคณะรัฐมนตรี ระบุว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าว อาจทำให้รัฐเสียหายมากถึง 180,000 ล้านบาท เรื่องนี้ก็เป็นอีกคดีที่ผมจะนำเสนอข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบต่อไป” นายชาญชัย กล่าวทิ้งท้าย

อ่าน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ฉบับเต็ม ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...