“ชาญชัย” สู้ต่อยันศาลฎีกาหลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง “คดีบอร์ด ทอท. แก้สัญญาดิวตี้ฟรี” รัฐเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก
“ชาญชัย” สู้ต่อยันศาลฎีกา ขอให้วินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายรวม 5 ฉบับ หลังศาลอุทธรณ์ “ยกฟ้อง” คดีบอร์ด ทอท.แก้สัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี ทำให้รัฐเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ตนไปฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในคดีที่ตนเป็นโจทก์ ฟ้องคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ “บอร์ด ทอท.” และพวกรวม 14 คน ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ, ความผิดต่อพ.ร.บ.ด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ , ความผิดต่อ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ ความผิดต่อ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด ในกรณีที่บอร์ด ทอท. ได้มีมติปรับลดรายได้ค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ และเลื่อนหรือขยายสัญญาให้กับกลุ่มบริษัทที่ได้รับสัมปทานจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และสัญญาบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้สารของท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของทอท. ตามที่ตนเคยตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2564 และศาลก็ได้พิจารณาคดีมาถึงปี 2566 จนกระทั่งมาถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ “ยกฟ้อง” โดยให้เหตุผลว่า “ตนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง”
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า แต่ด้วยความเคารพศาล ตนขอถือโอกาสนี้ ทำความเข้าใจต่อสังคมว่า เพราะเมื่อตนดูรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยรายละเอียดในประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมี 5 ประเด็น ดังนี้
1. พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561 : ในกรณีที่คณะกรรมการ ทอท.มีมติปรับลดรายได้ของตนเองลงจนทำให้เกิดความเสียหายกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ถือเป็นรายรายได้แผ่นดินที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯอย่างเคร่งครัด แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติ ถือว่าผิดหรือไม่?
2. พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561: ตามมาตรา 27 ของกฎหมายฉบับนี้ ระบุว่า กรณีหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของโครงการไปลดรายได้ให้เอกชนจนทำให้เกิดการสูญเสียรายได้ หรือ มีผลผูกพันไปถึง เพราะการไปลดรายได้ หากหน่วยงานของรัฐหน่วยใดไปลดรายได้ให้เอกชนจนเกิดสูญเสียรายได้ หรือเป็นภาระทางการคลังในอนาคต จะต้องทำเรื่องวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ที่ได้รับเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่า คณะกรรมการ ทอท.ก็ไม่ได้ทำ ถือว่าผิดหรือไม่?
3. พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง : กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีการแก้ไขสาระสำคัญของสัญญา ตามบทบัญญัติของกฎหมายจะต้องส่งสัญญาที่แก้ไขให้อัยการตรวจทานด้วย ปรากฎว่า ก็ไม่ได้ทำ ถามว่าผิดหรือไม่?
4. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 : ระหว่างที่คดีอยู่ในการพิจารณา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งตัวแทนมาชี้แจง และให้การในชั้นศาลว่า ทอท.ต้องนำเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิดฯ รายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบตามกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ปรากฏว่า ทอท.ก็ไม่ได้ทำเรื่อเข้า ครม. แต่กลับไปดำเนินการเอง
5. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559: ตามกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคดีอาญาทุจริตจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ 1. ประโยชน์ต่อสาธารณะ 2. คำวินิจฉัยต้องไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย และ 3. ไม่ตัดสิทธิผู้ร้อง/โจทก์ ซึ่งคดีที่ตนนำมาฟ้องต่อศาลอาญานั้น เป็นคดีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและประเทศชาติ ปรากฏว่าศาลยกฟ้อง คล้ายกับคดีแรกแรกที่ตนเคยยื่นคำฟ้องต่อศาล โดยศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า อาจมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจนทำให้รัฐเสียหายกว่า 14,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากตน (โจทก์) มาซื้อหุ้นหลังจากที้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไป จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงที่มีสิทธิฟ้องร้องคดีนี้ได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้อง
“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะหากไม่มีการวางหลักเกณฑ์ หรือ พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายตามที่กล่าวข้างต้นให้ชัดเจนแล้ว อาจจะทำให้หน่วยงานของรัฐอีกหลายหน่วยงานใช้เป็นแบบอย่าง และกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายมาก ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจที่จะยื่นคำร้องต่อในชั้นของศาลฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในประเด็นข้อกฎหมายตามที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างให้หน่วยงานของรัฐอื่นๆต้องนำไปปฏิบัติ ซึ่ง ทอท.ก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ใช้งบประมาณ แต่กลับมาทำให้รายได้ของแผ่นดินเสียหายเป็นจำนวนมาก ตามที่ผมได้แถลงข่าว ไปแล้วที่ ป.ป.ช.ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.จัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะถึงคณะรัฐมนตรี ระบุว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าว อาจทำให้รัฐเสียหายมากถึง 180,000 ล้านบาท เรื่องนี้ก็เป็นอีกคดีที่ผมจะนำเสนอข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบต่อไป” นายชาญชัย กล่าวทิ้งท้าย
อ่าน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ฉบับเต็ม ที่นี่
‘ชาญชัย’ จี้ ป.ป.ช.เอาผิด “อนุทิน-ครม.หนู1” ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันทุจริตฯ ปมแก้สัมปทานดิวตี้ฟรี
ป.ป.ช.ตั้งกรรมการไต่สวน ‘AOT’ ปมแก้สัญญาดิวตี้ฟรี – บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ เอื้อเอกชน?
ครม.เห็นชอบข้อเสนอ ป.ป.ช. ป้องกันคอร์รัปชัน-แก้ผูกขาด “ธุรกิจดิวตี้ฟรี”
ศาลฎีกายกฟ้องคดีที่ 3 “คิง เพาเวอร์” เรียกค่าเสียหาย “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” 720 ล้านบาท