สหรัฐฯ-อิหร่านปิดฉากหารือรอบแรกไร้ข้อสรุป จ่อเจรจาต่อหลังความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซพุ่ง
การเจรจาสันติภาพรอบแรก ณ กรุงอิสลามาบัดสิ้นสุดลงโดยไม่มีการประกาศบรรลุข้อตกลง หลังใช้เวลาหารือมาราธอนกว่า 15 ชั่วโมง กองทัพสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือ ท่ามกลางการคัดค้านอย่างรุนแรงจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ราคาพลังงานโลกยังคงผันผวนหลังอิหร่านยื่น 4 เงื่อนไขเหล็ก แลกกับการยุติการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลก
12 เมษายน 2569 – สำนักข่าว CNBC รายงานว่าการเจรจาสันติภาพระดับพหุภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ได้ปิดฉากลงในวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงใดๆ แม้การหารือแบบเผชิญหน้าจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและจุดยืนที่ยังคงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะดำเนินการเจรจาต่อในวันอาทิตย์นี้
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ปมขัดแย้งหลักทางเศรษฐกิจ
ประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลงคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20% ของโลก โดยในระหว่างที่การเจรจากำลังดำเนินอยู่ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ส่งเรือทำลายล้างเรือดำน้ำ (Destroyers) จำนวน 2 ลำ ได้แก่ USS Frank E. Peterson และ USS Michael Murphy รุกคืบเข้าสู่ช่องแคบเพื่อปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดที่วางโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)
พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM ระบุในแถลงการณ์ว่า:
"เราได้เริ่มกระบวนการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือใหม่ และจะแบ่งปันเส้นทางที่ปลอดภัยนี้แก่ภาคอุตสาหกรรมการเดินเรือในเร็วๆ นี้ เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเสรี"
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงท่าทีสายเหยี่ยวต่อสถานการณ์ดังกล่าวโดยระบุว่า "เรากำลังกวาดล้างช่องแคบ ไม่ว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม มันไม่มีความแตกต่างสำหรับผม" ด้านกองกำลัง IRGC ออกมาเตือนว่าความพยายามใดๆ ของเรือรบที่จะผ่านช่องแคบจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรง โดยจะอนุญาตเฉพาะเรือพาณิชย์ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดเท่านั้น
เงื่อนไข "ที่ไม่สามารถเจรจาได้" จากฝ่ายอิหร่าน
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนของอิหร่านซึ่งนำโดยนาย Mohammad Bagher Qalibaf ประธานรัฐสภา ได้ยื่นเงื่อนไข 4 ประการต่อผู้ไกล่เกลี่ยปากีสถาน ซึ่งอิหร่านถือว่าเป็นเรื่องที่ "ต่อรองไม่ได้" (Non-negotiable) ได้แก่:
- การมีอำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ
- การชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามโดยฝ่ายผู้รุกราน
- การปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข
- การหยุดยิงที่ยั่งยืนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันตก
นอกจากนี้ นาย Qalibaf ยังย้ำด้วยว่าการเจรจาจะไม่สามารถเริ่มต้นอย่างเป็นทางการได้หากอิสราเอลไม่ยุติการโจมตีในเลบานอน ซึ่งเป็นจุดยืนที่อาจบ่อนทำลายความพยายามหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลาสองสัปดาห์ที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคในขณะนี้
ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและโลจิสติกส์
ข้อมูลจาก LSEG ชี้ให้เห็นสัญญาณบวกเล็กน้อยเมื่อเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) จำนวน 3 ลำ ได้แก่ Serifos, Cospearl Lake และ He Rong Hai ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการทำข้อตกลงหยุดยิง โดยเรือแต่ละลำสามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ถึง 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิรัก ที่มุ่งหน้าไปยังตลาดเอเชีย
อย่างไรก็ตาม การขนส่งทางเรือยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากรายงานจากทำเนียบขาวระบุว่าอิหร่านอาจมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาตำหนิผ่านทาง Truth Social ว่า:
"อิหร่านกำลังทำหน้าที่ได้แย่มากในการเปิดทางให้น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นั่นไม่ใช่ข้อตกลงที่เรามีต่อกัน!"
บริบททางการเมืองและการทูต
การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้าในระดับสูงสุดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในรอบหลายปี โดยฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี JD Vance ซึ่งแม้จะขาดประสบการณ์ด้านการทูตแต่ก็ได้แสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว แหล่งข่าวจากปากีสถานระบุว่าบรรยากาศในการประชุมมีความผันผวนสูง โดยอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย "มีทั้งขึ้นและลง" ตลอดช่วงการหารือ
ขณะเดียวกันในฝั่งยุโรป สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ได้ทรงประณามสงครามครั้งนี้ว่าเป็นผลมาจาก "ความลุ่มหลงในอำนาจอันล้นพ้น" และเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองยุติการอวดอ้างแสนยานุภาพเพื่อหันมาเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง
ทางด้านประเทศกาตาร์ กระทรวงคมนาคมได้ประกาศกลับมาดำเนินกิจกรรมการเดินเรือเดินทะเลอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ แต่ยังคงไม่แน่ชัดว่าจะมีผลครอบคลุมถึงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงถูกปิดกั้นโดยพฤตินัยหรือไม่ ในขณะที่การเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวอชิงตันวันอังคารนี้ก็ยังมีความไม่แน่นอน หลังนายกรัฐมนตรีเลบานอนประกาศเลื่อนการเดินทางเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศ
อ้างอิง : www.cnbc.com