โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 1,228 ลบ. ไตรมาสแรกปี 2569 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1ประจำปี 2569 (1มกราคม – 31มีนาคม 2569) รับรู้กำไรจำนวน 1,228ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ EBITDA หรือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 3,752 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.5 ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของ EBITDA มาจากประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์กลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมในออสเตรเลีย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป. ลาว เป็นสำคัญ
นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและความพร้อมจ่ายของสินทรัพย์โรงไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสแนปเปอร์ พอยต์ ในออสเตรเลีย โรงไฟฟ้าพลังงานลมในกลุ่มบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรับรู้เป็นจำนวนเงิน 12,321 ล้านบาท โดยกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักสามารถสร้างรายได้ เป็นจำนวน 10,476ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 85 ของรายได้รวม ส่วนรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เป็นจำนวน 1,292ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.5 ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าในการสร้างพอร์ตการลงทุนสู่ธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำที่ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถสร้างการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว
“ในปีนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งผลักดันการพัฒนาธุรกิจใหม่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีที่กำลังสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยจะหาแนวทางการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้าให้เกิดมูลค่าสูงสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ พิจารณาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ที่จะต่อยอดศักยภาพจากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานที่มีอยู่เดิมสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจรสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน น้ำ และระบบสาธารณูปโภคที่มีความมั่นคงสูง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ศึกษาและติดตามแนวโน้มและรูปแบบความต้องการพลังงานในอนาคตที่จะใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อาทิ ศูนย์อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ระบบการกักเก็บพลังงาน รูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิงในอนาคต เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็ยังคงเน้นการบริหารสินทรัพย์เดิมให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง” นายนิทัศน์ กล่าว
สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31มีนาคม 2569มีสินทรัพย์รวมจำนวน 239,183ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 125,660ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 113,523ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.11เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.90

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...