โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขปมดราม่า 8 ธุรกิจต่างชาติ บุกตลาดไทย ไม่ต้องขออนุญาต

PostToday

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.40 น.

จากกระแสการสื่อสารผิดพลาดของ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. …. มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้การประกอบกิจการตัวแทนประเภทอื่นตาม (11) (ง) และธุรกิจบริการอื่นตาม (21) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 8 ธุรกิจ ที่คนต่างด้าวสามารถประกอบได้โดยไม่ต้องขออนุญาต นั้น

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล อยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ซึ่งได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว พร้อมเปิดเผยต่อว่า เป็นการแก้กฎกระทรวงเพื่อลดขั้นตอนซ้ำซ้อนในการทำงาน

โพสต์ทูเดย์ ได้เปิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/0cc518d10391bc42f984225d5.pdf พบว่า ในบัญชีท้ายกฎหมายมีการระบุถึงรายละเอียดธุรกิจในแต่ละบัญชี ว่ามีธุรกิจต่างด้าวใดบ้างที่อนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการในไทย ซึ่งการจัดทำร่างกฎกระทรวงฯดังกล่าว เกี่ยวข้องกับบัญชีประเภทที่ 3 คือ

ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว โดย (11) (ง) ระบุว่าการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และธุรกิจบริการอื่นตาม (21) ระบุว่า เป็นการทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการ ที่กำหนดในกฎกระทรวง

ดังนั้นจึงได้กำหนดให้ 8 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบัญชีประเภทที่ 3 คือ ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว ไม่ต้องขอเอกสารการดำเนินธุรกิจกับกระทรวงพาณิชย์ แต่ให้ไปขออนุญาตการประกอบธุรกิจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อลดขั้นตอน ความซับซ้อน

เพราะก่อนหน้านี้ หากบริษัทต่างชาติต้องการลงทุนในไทยหากมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องได้เอกสารการเปิดธุรกิจจากกระทรวงพาณิชย์ก่อนเพื่อนำไปแสดงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขั้นตอนจากกระทรวงพาณิชย์อาจกินเวลาถึง 6 เดือน หรือ 1 ปี ทำให้การดำเนินธุรกิจล่าช้า

สำหรับธุรกิจบริการ 8 ประเภท ได้แก่

1.ธุรกิจบริการโทรคมนาคมแบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง 2.ธุรกิจบริหารการเงิน 3.ธุรกิจการบริหารภายในเครือข่าย 4.ธุรกิจการรับค้ำประกันหนี้ภายในประเทศ 5.ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม 6.ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์ เป็นประกันภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ และการซื้อขายล่วงหน้า 7.ธุรกิจเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และ 8.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะอย่างเคร่งครัด เช่น

• ธุรกิจโทรคมนาคม อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน กสทช.

• ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย

• ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

• ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับของหน่วยงานด้านพลังงานอย่างเคร่งครัด

กล่าวโดยสรุป

พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

‎- ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจในกิจการต่างๆที่ระบุไว้

‎- กิจการใดที่คนต่างด้าวสามารถประกอบการได้ กระทรวงพาณิชย์ จะประกาศใน กฎกระทรวง โดยคนต่างด้าวก็ต้องมาขออนุญาตจาก กระทรวงพาณิชย์ และ หน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ธนาคารแห่งประเทศไทยไทย (ธปท.) เป็นต้น

ยกตัวอย่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)

‎- ห้ามคนต่างด้าวให้บริการโทรคมนาคม ในใบอนุญาตแบบที่สาม (มีโครงข่ายเป็นของตนเอง)

‎- ให้คนต่างด้าวให้บริการโทรคมนาคม ได้ในใบอนุญาตแบบที่หนึ่ง และสอง ที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง

(ร่าง) กฎกระทรวง ที่เสนอ ครม. นั้น ยกเว้นให้คนต่างด้าวสามารถให้บริการโทรคมนาคม แบบที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง โดยไม่ต้องมาขออนุญาตจาก กระทรวงพาณิชย์ แต่ยังต้องมาขออนุญาตจาก กสทช. เป็นต้น

‎การขออนุญาตให้บริการโทรคมนาคมของคนต่างด้าวยังต้องมาขออนุญาตจาก กสทช. เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องไปขออนุญาตจาก กระพาณิชย์ หลังจากกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

โดยรัฐบาลอาจมีเป้าหมายลดความซ้ำซ้อนและความยุ่งยากในการประกอบธุรกิจ เพื่อเพิ่ม Business Ready Index “B-READY" ที่ World Bank จะนำมาใช้แทน Ease of Doing Business: EoDB) ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า เมื่อมีกฎกระทรวงปลดล็อกขั้นตอนการลงทุนที่ซ้ำซ้อนออกมา จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเป็นฮับด้านต่างๆ ทั้งด้านโทรคมนาคม การเงิน และ พลังงาน เหมือนสิงคโปร์ ฮ่องกง เพราะบริษัทต่างชาติจะเข้ามาเปิดสำนักงานใหญ่ในประเทศไทยง่ายขึ้น การแข่งขันจะเพิ่มขึ้น ลดการผูกขาด เช่น โทรคมนาคม เมื่อมีหลายเจ้า เกิดการแข่งขัน ราคาค่าบริการก็จะถูกลง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสในการจ้างงาน หรือ การอัปสกิล รีสกิล แรงงานไทยในการทำงานกับบริษัทต่างชาติใน 8 ธุรกิจ และ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่จะต้องตามมาอีกด้วย

แต่ประเด็นที่ต้องตั้งคำถามคือ หน่วยงานที่กำกับต้องสร้างเงื่อนไขและมาตรฐานการพิจารณาการลงทุนที่เข้มงวดขึ้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานของแหล่งทุนเทา การฟอกเงิน รวมถึงการไหลของเงินทุนที่ไหลออกนอกประเทศจากการเป็นฮับด้านการเงินหรือไม่ เรื่องนี้ต้องรอคำตอบจากแต่ละหน่วยงาน !!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...