โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ ชู 3 ยุทธศาสตร์อาเซียน เอกภาพ-ยืดหยุ่น-ดันบทบาทอาเซียน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 นาทีที่แล้ว
นายกฯ นำเสนอ 3 ยุทธศาสตร์อาเซียนในเวที Retreat Session ย้ำ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาทอาเซียนต่อเวทีโลก” รับมือภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน

นายกฯ นำเสนอ 3 ยุทธศาสตร์อาเซียนในเวที Retreat Session ย้ำ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาทอาเซียนต่อเวทีโลก” รับมือภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ อาคารโอเชียนพาวิเลียน (Ocean Pavilion) โรงแรม Shangri-La Mactan นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) ภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการหารือในวันนี้ตอกย้ำความรู้สึกร่วมกันว่า สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่มีความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยมที่นานาชาติเคยยึดถือกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งเป็นความจริงที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน

สำหรับอาเซียนเอง หลักการสำคัญที่ภูมิภาคยึดถือมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ไม่สามารถถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง พร้อมเห็นว่าอาเซียนไม่สามารถดำเนินบทบาทตั้งรับได้อีกต่อไป แต่ต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความคล่องตัวและการมองการณ์ไกลมากยิ่งขึ้น

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับอาเซียน ประกอบด้วย

1. การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) จุดแข็งของอาเซียนอยู่ที่ความเป็นเอกภาพ แต่เอกภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องก้าวข้ามจุดยืนเฉพาะของแต่ละประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค และดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยในทางปฏิบัติ อาเซียนจำเป็นต้องพัฒนาการประสานงานและกลไกการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในช่วงวิกฤต ความรวดเร็วและความเป็นเอกภาพในการดำเนินการถือเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งเมื่อความท้าทายต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความเป็นภูมิภาคนิยมของอาเซียนจำเป็นต้องมีความบูรณาการและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

2. ความยืดหยุ่น (Resilience) หัวใจสำคัญคือการธำรงไว้ซึ่ง “ASEAN Centrality” หรือความเป็นแกนกลางของอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องยึดให้อาเซียนเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นยังหมายถึงความสามารถในการบริหารจัดการความตึงเครียดก่อนจะลุกลามเป็นวิกฤต โดยอาเซียนยังคงมีจุดแข็งด้านการส่งเสริมการหารืออย่างครอบคลุมทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การหารือต้องได้รับการสนับสนุนด้วยกลไกอาเซียนที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งในด้านการประสานงานภาวะวิกฤตและความร่วมมือที่ช่วยสร้างความไว้วางใจและลดความตึงเครียดก่อนที่จะบานปลาย

3. การรักษาบทบาทสำคัญของอาเซียนทั้งภายในและนอกภูมิภาค (Relevance) อาเซียนต้องรักษาสถานะการเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากประชาคมระหว่างประเทศ มีส่วนร่วมต่อประเด็นท้าทายในภูมิภาค และทำงานร่วมกับประเทศหุ้นส่วนที่มีแนวคิดสอดคล้องกันเพื่อสนับสนุนระบบพหุภาคีนิยมและระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา พร้อมเน้นย้ำว่า ความเกี่ยวข้องของอาเซียนในท้ายที่สุด คือการสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน ทำให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจและภูมิภาคนำไปสู่คุณภาพชีวิต โอกาส และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า ถือเป็นบททดสอบสำคัญของอาเซียนทั้งในด้านเอกภาพ ความยืดหยุ่น และความเกี่ยวข้องขององค์กร โดยพัฒนาการล่าสุด อาทิ การนิรโทษกรรมให้แก่อดีตประธานาธิบดี อู วิน มยิน และการย้ายนางออง ซาน ซู จี ไปพำนักในที่พักอาศัย ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจเปิดโอกาส แม้จะยังมีข้อจำกัด สำหรับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาและการปรองดองมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีเห็นว่า พัฒนาการดังกล่าวเป็นโอกาสให้อาเซียนเดินหน้าแนวทางที่เป็นรูปธรรมผ่านการกลับเข้าไปมีส่วนร่วมกับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนรับไปดำเนินการต่อ โดยประเทศไทยพร้อมสนับสนุนประธานอาเซียนและผู้แทนพิเศษอาเซียนอย่างเต็มที่

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีย้ำว่า อาเซียนเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาคมาโดยตลอด และในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความปั่นป่วน บทบาทดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้คือช่วงเวลาที่ภูมิภาคต้องการบทบาทของอาเซียนที่เข้มแข็งมากขึ้น และหากอาเซียนสามารถเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม ความยืดหยุ่น และรักษาความเกี่ยวข้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ อาเซียนจะไม่เพียงสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคต แต่ยังคงเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ภูมิภาคต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...