โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช่องแคบฮอร์มุซวิกฤติหนัก รัฐอ่าวเปอร์เซียจี้สหรัฐจัดการอิหร่านสิ้นฤทธิ์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 18.56 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 00.29 น.

แหล่งข่าวสามรายเผย รัฐอ่าวเปอร์เซียไม่ได้ขอให้สหรัฐทำสงครามอิหร่าน แต่ตอนนี้หลายประเทศเร่งเร้าสหรัฐอย่าได้รามือปล่อยให้อิหร่านเป็นภัยคุกคามการส่งออกน้ำมันและประเทศที่พึ่งพาน้ำมันได้อีก

แหล่งข่าวจากอ่าวเปอร์เซียสามรายเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รัฐอ่าวอาหรับเร่งเร้าให้สหรัฐจัดการอิหร่านให้สิ้นฤทธิ์ อย่าปล่อยไว้เป็นภัยคุกคามต่อไปได้ในอนาคต ขณะเดียวกันแหล่งข่าวทั้งสามและนักการทูตอาหรับและตะวันตกอีกห้าราย กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันก็กำลังกดดันให้รัฐอ่าวเปอร์เซียเข้าร่วมสงครามสหรัฐ-อิสราเอล

สามคนในจำนวนนี้เผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐแถบนี้สนับสนุนการโจมตี เพื่อหนุนเกียรติภูมิระหว่างประเทศและแรงสนับสนุนในสหรัฐ

“ทั่วอ่าวเปอร์เซียรู้สึกว่าอิหร่านล้ำเส้นกับทุกประเทศ”

“ตอนแรกเราปกป้องพวกเขาและต่อต้านสงคราม แต่เมื่อพวกเขาเริ่มโจมตีเราโดยตรง พวกเขาก็กลายเป็นศัตรู ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้” อับดุลลาซิส เซเกอร์ ประธานศูนย์วิจัยอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในซาอุดีอาระเบีย บุคคลผู้คุ้นเคยกับแนวคิดของรัฐบาล กล่าว

อิหร่านโจมตี 6 รัฐอ่าวเปอร์เซีย

เตหะรานได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของตนเองด้วยการโจมตีสนามบิน ท่าเรือ โรงงานน้ำมัน และศูนย์กลางการค้าในหกรัฐอ่าวเปอร์เซียด้วยขีปนาวุธและโดรน ขณะเดียวกันก็ขัดขวางการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกและเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในอ่าว

การโจมตีดังกล่าวได้ตอกย้ำความหวาดระแวงของรัฐในอ่าวเปอร์เซียว่า การปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธโจมตีหรือศักยภาพในการผลิตอาวุธที่สำคัญ อาจทำให้อิหร่านกล้าที่จะยึดเส้นทางพลังงานที่สำคัญของภูมิภาคเป็นตัวประกันเมื่อใดก็ตามที่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อสงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 สหรัฐและอิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้มข้น อิหร่านก็ยิงฐานทัพสหรัฐและเป้าหมายพลเรือนทั่วอ่าวเปอร์เซีย

แหล่งข่าวในอ่าวรายหนึ่งเผยว่าบรรยากาศโดยรวมในหมู่ผู้นำนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง นั่นคือ ทรัมป์ควรลดทอนศักยภาพทางทหารของอิหร่านอย่างครอบคลุมไม่เช่นนั้นแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ภัยคุกคามต่อเนื่อง อิหร่านจะคุกคามภูมิภาคนี้ จนกว่าจะอ่อนแอลงอย่างรุนแรง

รอยเตอร์ระบุว่า อิหร่านซึ่งเป็นมุสลิชีอะห์มักมองเพื่อนบ้านซุนนีในอ่าวอาหรับ ผู้เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐและให้เข้ามาตั้งฐานทัพ ด้วยสายตาหวาดระแวงมาก แม้ความสัมพันธ์กับกาตาร์และโอมานไม่ได้ตึงเครียดมากก็ตาม

หลายปีที่ผ่านมา อิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาคถูกกล่าวหาว่าโจมตีโรงงานผลิตพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีโรงงานผลิตน้ำมัน Abqaiq และ Khurais ของซาอุดีอาระเบียในปี 2019 ซึ่งอิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ส่งผลให้ผลผลิตของซาอุดีอาระเบียลดลงครึ่งหนึ่งและสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงาน

สำหรับผู้นำอ่าว การไม่ทำอะไรเลยตอนนี้เป็นความเสี่ยงยิ่งกว่า

ผลจากการโจมตีของอิหร่านในเดือนนี้ยิ่งกว่าความเสียหายทางวัตถุ ยังปั่นป่วนการขนส่งน้ำมันและทำลายภาพลักษณ์ความมั่นคงและเสถียรภาพที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียสร้างมาอย่างยากลำบากยิ่งด้วย เท่ากับเป็นการทำลายความพยายามขยายการค้าและการท่องเที่ยว ลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันของประเทศเหล่านี้

“ถ้าอเมริกันถอนตัวไปก่อนภารกิจเสร็จสมบูรณ์ เราจะถูกทิ้งให้ต้องเผชิญหน้าอิหร่านด้วยตัวเราเอง” เซเกอร์กล่าว

รัฐอ่าวเปอร์เซียกลัวถูกลากเข้าสงคราม

รอยเตอร์สอบถามไปยังทำเนียขาว ได้คำตอบว่า สหรัฐกำลัง “บดขยี้ขีดความสามารถ (ของอิหร่าน) ไม่ให้ใช้อาวุธเหล่านี้หรือผลิตเพิ่ม” และว่า ประธานาธิบดีทรัมป์“ติดต่อใกล้ชิดกับพันธมิตรของเราในตะวันออกกลาง”

ในบรรดาประเทศอ่าวอาหรับ มีเพียงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เท่านั้นที่ตอบกลับรอยเตอร์ว่า “ไม่ได้ต้องการถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้งหรือการยกระดับความรุนแรง” แต่ยืนยันถึงสิทธิของตน “ที่จะใช้ทุกมาตรการจำเป็น” ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง เกียรติภูมิของยูเออี และรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัย

แหล่งข่าวในภูมิภาคระบุว่า ไม่มีการพิจารณาถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียวโดยรัฐใดรัฐหนึ่งในอ่าวเปอร์เซียมีเพียงการแทรกแซงร่วมกันเท่านั้นที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้แต่ละประเทศถูกตอบโต้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น การบรรลุฉันทามติยังคงเป็นเรื่องยาก สมาชิกทั้งหกของสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (จีซีซี) ได้แก่ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่งจัดการประชุมผ่านโปรแกรม Zoom เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และยังไม่มีการจัดประชุมสุดยอดประเทศอาหรับเพื่อหารือถึงการดำเนินการร่วมกัน

ผู้นำอ่าวเปอร์เซียยังคงหวาดกลัวอย่างมากว่าจะถูกลากเข้าสู่สงครามที่ขยายวงควบคุมไม่ได้

พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า พันธมิตรอ่าวอาหรับกำลัง“เพิ่มความพยายามมากยิ่งขึ้น” และเต็มใจที่จะ “รุกโจมตี” และกำลังทำงานร่วมกับวอชิงตันในการป้องกันทางอากาศร่วมแบบบูรณาการอยู่แล้วแต่เฮกเซธไม่ได้ระบุว่าประเทศเหล่านั้นอาจจะทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเออีรายหนึ่งเผยว่า ประเทศของเขาเลือกที่จะยับยั้งชั่งใจ หลังจากที่อิหร่านกล่าวว่ากองทัพสหรัฐใช้ยูเออีเป็นฐานในการโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน

แต่เซเกอร์กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบีย คู่แข่งอิทธิพลในภูมิภาครายสำคัญของอิหร่านอาจจำเป็นต้องตอบโต้ถ้าอิหร่านล้ำเส้น ที่ชัดเจนคือโจมตีคลังน้ำมันใหญ่หรือโรงงานกลั่นน้ำทะเล หรือทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

“ในกรณีเหล่านั้น ซาอุดีอาระเบียย่อมไม่มีทางเลือกต้องเข้ามายุ่งเกี่ยว” เซเกอร์กล่าวและว่าถึงกระนั้น ริยาดก็จะพยายามปรับยุทธศาสตร์การตอบโต้เพื่อไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้

อ่าวเปอร์เซียตกที่นั่งลำบาก

ฟาวาซ เกอร์เกส จาก London School of Economics กล่าวว่า โดยพื้นฐานแล้ว กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเชิงยุทธศาสตร์นั่นคือ การรักษาสมดุลระหว่างภัยคุกคามโดยตรงจากการโจมตีของอิหร่าน กับความเสี่ยงที่ใหญ่กว่ามากจากการถูกดึงเข้าไปสู่สงครามที่นำโดยสหรัฐและอิสราเอล

หากร่วมรบจะทำให้วอชิงตันเหนือกว่าทางทหารเล็กน้อย แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงถูกอิหร่านโต้กลับได้มากผลลัพธ์ที่ได้คือการยับยั้งชั่งใจอย่างรอบคอบได้แก่ การปกป้องอธิปไตยและส่งสัญญาณถึงขอบเขตที่ยอมรับไม่ได้ โดยไม่เข้าไปพัวพันกับสงครามที่ประเทศอ่าวเปอร์เซียไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นหรือควบคุม

ถึงขณะนี้ ความได้เปรียบของอิหร่านเป็นที่ประจักษ์ อิหร่านเป็นคนตัดสินใจว่า เรือลำใดที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งไม่มีประเทศใดในอ่าวเปอร์เซียรับสิ่งนี้ได้เลย

เบอร์นาร์ด เฮย์เคล ศาสตราจารย์ด้านตะวันออกศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน กล่าวว่า “ในเมื่ออิหร่านแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ อ่าวเปอร์เซียจึงเผชิญกับภัยคุกคามที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หากไม่จัดการปัญหานี้ อันตรายนี้จะคงอยู่ยาวนาน”

เมื่อวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ทรัมป์ เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรช่วยกันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำเร็จเพียงเล็กน้อย

เฮย์เคลให้เหตุผลว่า แม้เศรษฐกิจโลกพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซีย น้ำมันส่วนใหญ่ส่งไปทางตะวันออกสู่จีน ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เท่ากับว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบด้วย

“จีนช่วยดูแลความปลอดภัยเส้นทางนอกฝั่งโซมาเลีย ก็อาจยินดีเข้ามาที่นี่ด้วย” เฮย์เคลกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...